ข่าว

ดีชั่วอยู่เพียงฝ่ายหนึ่ง-พรรคเดียวจริงหรือ

ดีชั่วอยู่เพียงฝ่ายหนึ่ง-พรรคเดียวจริงหรือ

14 ก.พ. 2556

ดีชั่วอยู่เพียงฝ่ายหนึ่ง-พรรคเดียวจริงหรือ : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]

               โดยทั่วไปแล้วเราท่านทั้งหลาย ส่วนใหญ่ไม่เชื่อกันหรอกว่า มนุษย์ หรือขึ้นชื่อว่าคนแล้วจะมีใคร ผู้ใด ที่เพียบพร้อม สมบูรณ์ไปเสียทุกอย่าง ดีเหลือหลายหรือร้ายเหลือเกินแต่เพียงด้านเดียว

                โลกของความเป็นจริงไม่มีเทพ ไม่มีอสูร

                อย่าว่ากระไรเลย แม้แต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ใครหลายคนก็มิได้มองด้วยทัศนคติ ความเชื่อ เหมือนดั้งเดิมก่อนเก่านี้

                จะเป็นผลมาจากพัฒนาการทางปัญญา ความรู้หรืออย่างไรก็ไม่อาจจะแน่ใจได้นัก

                เพราะหากติดตามข่าวสารบ้านเมือง ตลอดจนการสื่อสาร แสดงความคิดเห็นของผู้คนในห้วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การเงินการคลัง ปัญหาการฉ้อฉลคดโกง ทุจริตคอร์รัปชั่น เงื่อนปมเกี่ยวกับความแตกแยกขัดแย้งของเพื่อนร่วมชาติ ข้อเสนอนิรโทษกรรม หรือแม้กระทั่งการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฯลฯ กลับสะท้อนให้เห็นถึงแง่มุมด้านกลับ

                ตรงกันข้ามกับบรรทัดฐานความเชื่อทั้งหลาย

                มีเทพ มีอสูร

                เชื่อว่าเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดา ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร แต่ประหลาดตรงที่กลับไปยกย่องเทิดทูนมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาราวกับเป็นเทพเทวดาองค์ใหม่ก็ไม่ปาน

                สืบเทือกเถาเหล่ากอจากตระกูลบางสกุลกลายเป็นผู้วิเศษที่เต็มไปด้วยบุญญาบารมี เก่งกล้าสามารถเหนือกว่าชาวบ้านราษฎร ประชาชนคนทั่วไปเขา พี่ชายเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ก็มีน้องเขย-น้องสาวขึ้นมาสืบทอดรับตำแหน่งแทน

                ผู้คนชื่นชมยกย่องสรรเสริญเป็นนารีขี่ม้าขาวมากอบกู้ชาติบ้านเมือง สร้างปาฏิหาริย์ หวยออกตามเลขทะเบียนรถยนต์ที่นั่งงวดแล้วงวดเล่า ใกล้มีแสงเรืองรองเปล่งประกายออกจากหัวเข้าไปทุกที

                ที่พกโพย ลอกข้อสอบเมื่อไม่กี่ปีก่อนก็กลับมาเฉลียวฉลาด แสดงความรอบรู้ หลักแหลมผ่านเฟซบุ๊กได้แทบทุกวัน

                ในทางตรงกันข้าม ใครมีความคิดเห็นแตกต่างไปจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย หรือขึ้นชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์เสียแล้วดูเหมือนจะชั่วช้าสามานย์ เลวทรามเหลือเกิน

                ร้องแรกแหกกระเชอ เอะอะโวยวายราวกับเป็นลูกระนาด อ้างว่าบ้านนี้เมืองนี้กำลังจะวิบัติฉิบหายเพราะนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล และธนาคารแห่งประเทศไทยที่ไม่ยอมลดดอกเบี้ยนโยบาย หาใช่มาจากความผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดิน ประชานิยมหลายโครงการที่กำลังคายวิกฤติ หนี้สินที่กำลังเพิ่มพูนขึ้นแต่อย่างใดไม่

                ความผิดพลาดล้วนมาจากคนอื่นทั้งสิ้น

                เช่นเดียวกับ กรณีของการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งหลาย ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กำลังดำเนินคดีอย่างเมามัน โดยเจตนาเล็งเห็นผล มีประชาธิปัตย์แต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเท่านั้นที่ตกเป็นผู้ต้องหา กระเหี้ยนกระหือรือจะลากคอเข้าคุกเข้าตะราง

                เอะอะอะไรก็อภิสิทธิ์ สุเทพ

                กลายเป็นว่าบ้านนี้เมืองนี้มีแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เท่านั้นที่เป็นผู้ร้ายอาชญากร โกงบ้านกินเมือง เลวทรามต่ำช้าเหลือเกิน ในขณะที่นักการเมืองอีกฟากหนึ่งซึ่งล้วนเคยถูกมองเป็นยักษ์มาร ผู้คนร้องยี้กันมาก่อนกลับเป็นคนซื่อมือสะอาด บริหารราชการแผ่นดินด้วยความสัตย์สุจริต

                โกงกินหมายความว่าอย่างไรอาจจะไม่รู้เรื่องรู้ราวเสียด้วยซ้ำ

                กระทั่งประเด็นนิรโทษกรรมยังชี้หน้าด่าประณาม เห็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์เป็นปฏิปักษ์อุปสรรคแต่เพียงฝ่ายเดียว ตรงกันข้ามกับพลพรรคเพื่อไทยและเสื้อแดงที่ต้องการจะเห็นความรักสามัคคีปรองดองจนแทบใจจะขาดกันให้ได้

                สำนึก ทัศนคติความเกลียดชังแบบนี้นี่แหละที่ลัทธินาซีใช้ และนำพาไปสู่การกวาดล้าง สังหารหมู่ชาวยิว

.......

(หมายเหตุ : ดีชั่วอยู่เพียงฝ่ายหนึ่ง-พรรคเดียวจริงหรือ : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected])