ข่าว

ภาวะการเงินแบบ'ชาวบ้าน'เสี่ยงหรือยัง!

ภาวะการเงินแบบ'ชาวบ้าน'เสี่ยงหรือยัง!

14 ก.พ. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : ภาวะการเงินแบบชาวบ้าน สถานการณ์วันนี้เสี่ยงหรือยัง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

                          บทความในวันนี้ผมใคร่ขอเสนอประเด็นสำคัญที่ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป ควรจะได้ทำความเข้าใจว่าขณะนี้เวลานี้ ในแง่เศรษฐกิจแล้วเราควรรู้ควรทราบอะไร และควรทำตัวอย่างไรที่จะสอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ และท้ายสุดคือไม่สร้างความเสี่ยงให้แก่ตนเองเกินไปมากนัก เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ เรื่องที่อยากจะเล่าที่เกี่ยวกับ "เงินร้อน" มีดังนี้ครับ

                          1. เงินร้อนคืออะไร เงินร้อนคือเงินที่ไหลไปมาในระบบการเงินของโลกเป็นเงินที่เจ้าของเงินนั้นๆ ต่างมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ในรูปผลตอบแทนต่างๆ เช่น ได้ดอกเบี้ยสูงๆ กว่าที่ลงทุนในปัจจุบัน ได้กำไรจากการลงทุนในหุ้นประเภทซื้อถูกขายแพง ได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้กำไรจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อไว้ ธรรมชาติเงินร้อนจะไหลจากที่ให้ผลตอบแทนต่ำไปหาที่ผลตอบแทนสูงเสมอ มันไม่มีสัญชาติ มันไม่มีเชื้อชาติ มันไม่มีความเมตตาปรานี มันไม่มีความจงรักภักดี เพราะมันเกิดบนพื้นฐานของทุนนิยม เศรษฐกิจเสรี ทุนนั้นเป็นใหญ่ มันกลัวขาดทุน มันกระหายกำไร มือของมันยาวสาวได้สาวเอา

                          2. เงินร้อนไหลไปทางไหนได้บ้าง มันมีอยู่หลักๆ 2 ทางครับ ทางแรกไหลไปลงทุนจริง ลงทุนทางตรงไปทำโรงงาน ไปเป็นเครื่องจักรผลิต ก่อให้เกิดสินค้าหรือบริการ ก่อให้เกิดการจ้างงาน มีความยั่งยืนเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมในระยะยาว เงินร้อนแบบนี้แทบทุกประเทศต้องการและพยายามสร้างบรรยากาศให้มันไหลเข้ามาลงทุนในประเทศตนเอง แต่เงินร้อนอีกประเภทคือการเข้ามาลงทุนทางอ้อม หรือการลงทุนผ่านตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ ตลาดพันธบัตร เลยไปถึงตลาดสินค้าล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร น้ำมัน ทองคำ หรืออื่นๆ อีกมากมาย ท้ายที่สุดก็จะไหลไปแถวๆ อสังหาริมทรัพย์

                          3. เงินร้อนทำลายล้างระบบเศรษฐกิจได้อย่างไร ประเด็นนี้น่าสนใจลองคิดตามนะครับ เมื่อเจ้าของเงินหรือคนรับจ้างบริหารเงินที่เราเรียกว่าผู้จัดการกองทุนเขาเห็นว่าประเทศไทยมีเศรษฐกิจดี ไม่เสี่ยงมาก มีโอกาสที่จะทำกำไรไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยหรือส่วนต่างราคาหุ้น ก็จะขนเงินต่างประเทศเข้ามาแลกเป็นเงินบาท ความต้องการเงินบาทมีมาก ค่าของเงินบาทก็จะแข็งขึ้น คนที่ทำมาค้าขายส่งออกปกติก็ได้รับผลกระทบ เพราะขายของออกไปแล้วแลกเป็นเงินบาทกลับมาได้น้อยลง

                          ขณะที่ค่าใช้จ่ายเป็นเงินบาทคงที่กำไรก็จะลดลงไป เงินพอเข้ามาก็ซื้อสินทรัพย์ ซื้อหุ้น ราคาสินทรัพย์เหล่านั้นก็ขึ้นไป คนที่เข้าไปตามซื้อตามหวังกำไรกับเขาก็ลงทุนไป แล้วก็คิดเหมือนๆ กันว่ามีอะไรจะรู้ก่อน จะออกตัวได้ก่อน เวลาที่เงินเหล่านั้นเห็นว่ากำไรพอแล้วก็จะออก จากนั้นก็แลกเป็นเงินต่างประเทศนำออกไป

                          เราลองนึกภาพตามว่าช้างตัวใหญ่หลายตัวลงมาเล่นน้ำในสระในบ่อเล็กๆ เราเป็นกบเป็นปลาในสระนั้นจะวุ่นวายขนาดไหน น้ำจะกระเพื่อมจะล้นจะปั่นป่วนขนาดไหน พอช้างลุกไป กว่าจะสงบ กว่าจะกลับเข้าสู่แบบเดิม ต้นไม้ใบหญ้าจะแหลกลาญขนาดไหนลองคิดดูกันครับ นั่นคือผลของเงินมหาศาลที่เข้าเร็วออกเร็วและรุนแรง คนที่ติดหุ้น ติดทอง ติดกองทุน ติดที่ดิน จะทำอย่างไรและถ้ากู้เงินมาเล่น จะทำอย่างไรดอกเบี้ยบานทุกวัน อารมณ์ความรู้สึกจะเป็นอย่างไร

                          มีคนเคยเล่าให้ผมฟังว่าตอนหลังปี 2540 เขาเห็นคนที่ขายหุ้นออกไม่ทันในเวลาหุ้นตก ชายคนนั้นฉีกใบคำสั่งขายเป็นชิ้นๆ แล้วเอาเข้าปากกินและกลืนมันลงไป หากท่านเป็นคนดูเวลานั้นท่านจะรู้สึกอย่างไรในเวลานี้...วันเวลาผ่านไป 15 ปี เราไม่เรียนรู้อะไรบ้างเลยหรือ

 

 

--------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : ภาวะการเงินแบบชาวบ้าน สถานการณ์วันนี้เสี่ยงหรือยัง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)