ข่าว

'มาร์ค'เตือน'ปู'ให้ข่าวก่อการร้ายเหนือ

'มาร์ค'เตือน'ปู'ให้ข่าวก่อการร้ายเหนือ

13 ก.พ. 2556

'อภิสิทธิ์' เตือน 'นายกฯ-เฉลิม' ระวังให้ข่าวก่อการร้ายสถานทูตสหรัฐเชียงใหม่ ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แนะ'ธาริต'เดินหน้าปมโรงพัก พิสูจน์ทุกคนอยู่ภายใต้กม.

               13 ก.พ.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า มีข่าวเกี่ยวกับการก่อการร้ายสถานกงสุลสหรัฐอเมริกา จ.เชียงใหม่ ว่า ขอเตือน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และร.ต.อ.เฉลิม ให้ระมัดระวังการให้สัมภาษณ์มากกว่านี้ หลังจากที่บุคคลทั้งสองออกมาระบุ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่ฝ่ายไทยกลับเป็นผู้ให้ข่าวนี้ ในขณะที่สหรัฐอเมริกาไม่ได้แจ้งเตือนอะไร จึงเห็นว่าต้องระมัดระวังการให้ข่าวมากกว่านี้เพราะจะส่งผลกระทบให้ประชาชนตระหนกตกใจได้ ถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ ที่ต้องเตือนให้เกิดความระมัดระวังก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องการข่าวที่หน่วยงานต้องไปดูแลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยหากมีการเคลื่อนไหวจริงก็ต้องพยายามจับกุมคนที่เข้ามาก่อเหตุ เพราะในปี 2555 ก็มีการจัดอันดับประเทศไทยว่าได้รับผลกระทบเกี่ยวกับการก่อการร้ายติดอันดับที่ 8 ของโลกแล้ว

 

               
 แนะ"ธาริต"เดินหน้าปมโรงพัก พิสูจน์ทุกคนอยู่ภายใต้กม.

               นายอภิสิทธิ์  กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ออกมาตำหนิ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ที่เตรียมเรียกไปให้ปากคำกรณีการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศไม่เสร็จว่า นายธาริต คงต้องยืนยันว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เพราะที่ปฏิบัติกับ ผบ.ตร.น้อยกว่าที่ปฏิบัติกับพวกตนเยอะ แต่พวกตนก็พยายามให้ความร่วมมือยังถูกต่อว่า ที่สำคัญคือ เนื้อหาสาระ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าในเมื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ  พงษ์เจริญ อดีตรองผบ.ตร.ทราบอยู่แก่ใจว่าตัวเองเป็นคนเสนอให้มีการอนุมัติจ้างบริษัทนี้ และถ้าเห็นว่า สิ่งที่ตัวเองทำไปเป็นเรื่องสุจริต ทำไม พล.ต.อ.พงศพัศ จึงไม่ออกมาพูดให้ชัดเจน จะได้หยุดเล่นการเมืองกับพวกตน เพราะเรื่องนี้เปิดประเด็นกันขึ้นมาเพื่อเล่นการเมืองกับพวกตน แต่ความจริงต้องเป็นความจริง ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก ไม่ใช่ว่าเข้าตัวเองแล้วจะมีปฏิกริยาอีกทางหนึ่ง

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นดีเอสไอต้องมีความน่าเชื่อถือ เพราะยืนยันมาตลอดว่าเป็นความผิด หากผิดจริงคนที่เสนอเรื่องนี้คือ พล.ต.อ.พงศพัศ ก็ต้องถูกปฏิบัติแบบเดียวกับพวกตนแต่ถ้าไม่ผิดเพราะ พล.ต.อ.พงศพัศ เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อไปดีเอสไอจะไม่มีความน่าเชื่อถือ

                “นายธาริตที่รีบออกมาขอโทษ ผบ.ตร.หลังจากโดนตำหนิให้คำนึงถึงมารยาทในการสอบสวนนั้น ตนอยากให้นายธาริตให้เกียรติคนอื่นเหมือนตอนนี้ที่พยายามจะให้เกียรติ ผบ.ตร. และหากอยากให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างโปร่งใส “นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ตนไม่อยากให้มองว่าเป็นปัญหาของดีเอสไอทั้งหน่วยงาน เพราะเป็นเจ้าหน้าที่แค่บางชุด ซึ่งตนก็บอกแล้วว่าสุดท้ายไม่มีอะไรที่จะคุ้มครองพวกเขาได้ ถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงตรง เรื่องนี้คงต้องไล่มาตั้งแต่ต้นคือดูว่าปัญหาที่สร้างไม่เสร็จเกิดจากอะไร เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญา การทิ้งงาน หรือ ทำผิดสัญญา ถ้าเป็นตรงนั้นก็ต้องดูว่าใครบริหารสัญญา มีการทุจริต มีความผิดพลาดหรือไม่ แต่ถ้าบอกว่าสัญญาผิดตั้งแต่ต้นก็ต้องย้อนกลับไปว่าใครเป็นคนเสนอ ซึ่งตนก็เห็นด้วยกับ ผบ.ตร.ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ในสถานะผู้เสียหายก็ต้องเร่งแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะหน่วยงานก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วย

 

 

 

ให้กำลังใจทหาร หลังโดนโจรใต้โจมตี

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงเหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายเเดนภาคใต้บุกเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการร้อยปืนเล็กที่ 2 ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ซึ่งตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 บ้านยือลอ ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยผู้ก่อความไม่สงบเสียชีวิต 19 ราย ว่า ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และอยากให้รัฐบาลเร่งประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะต้องถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก แสดงให้เห็นถึงการรวมตัวของกองกำลังค่อนข้างชัด

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันเมื่อมีผู้เสียชีวิตต้องเร่งขยายผลว่าคนเหล่านี้เป็นใคร อยู่ที่ไหน เพื่อใช้เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการวางแผนดำเนินการป้องกันเหตุและขยายผลไปสู่การจับกุมขบวนการต่าง ๆ เรื่องใหญ่คือต้องประเมินในภาพรวมว่าการกระทำดังกล่าวเกิดจากอะไร และอยากให้รัฐบาลไม่เพียงเร่งหาข้อยุติในเรื่องเคอร์ฟิวซึ่งถกเถียงกันมาเป็นสัปดาห์แล้ว เพื่อให้มีความชัดเจนว่าในภาพใหญ่จะเดินในทิศทางไหน และไม่อยากให้รัฐบาลประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป เพราะผู้ก่อเหตุก็พยายามแสดงศักยภาพให้เห็นว่า เป็นกระบวนการใหญ่ เริ่มจากการก่อเหตุหลายจุดพร้อมกัน กระทั่งรวมตัวก่อเหตุใหญ่กับเป้าที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐ โดยอาจประเมินตัวเองว่ามีความพร้อมมากขึ้น หรืออาจจะเป็นปฏิกริยาที่จะส่งสัญญาณบางอย่าง ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องเร่งหาข้อมูลและประเมินออกมา

               "เหตุการณ์ในครั้งนี้ต้องถือว่าเจ้าหน้าที่มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ แต่แสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถประมาทหรือประเมินสถานการณ์ต่ำได้เลย ส่วนที่มีการประกาศใช้เคอร์ฟิวในบางพื้นที่ของ จ.ปัตตานี และจ.นราธิวาสนั้น ตนเห็นว่าฝ่ายความมั่นคงต้องประเมินเพราะการประกาศใช้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจึงต้องทำความเข้าใจให้เกิดการยอมรับด้วย อย่าคิดว่าประกาศและใช้อำนาจตามประกาศอย่างเดียว เพราะประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ซึ่งตนก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้เพราะหัวใจสำคัญคือต้องให้เกิดความเข้าใจและความยอมรับในพื้นที่ด้วย" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่จึงทำให้มีการประกาศใช้เคอร์ฟิวในบางพื้นที่ไปแล้ว ทั้งๆ ที่รัฐบาลบอกว่า จะได้ข้อสรุปในเรื่องนี้วันที่ 15 ก.พ.นี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อาจจะได้รับการกระตุ้นจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ตนย้ำว่าเรื่องนี้ต้องได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ มิเช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อ ทั้งนี้ยังเห็นว่าฝ่ายความมั่นคงก็จะต้องมีความระแวดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่ตนเคยเตือนเกี่ยวกับการไปเจรจากับทางการมาเลเซียตามแนวทางที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ว่ามีหลายแง่มุมที่ต้องคำนึงถึง และต้องไม่ปฏิเสธเรื่องปัญหาการแบ่งแยกดินแดนเพราะเท่ากับไม่ยอมรับความจริง โดยผู้ก่อความไม่สงบก็พยายามแสดงศักยภาพเต็มที่ จึงไม่สามารถบอกได้ว่าหลังจากนี้เหตุการณ์จะยกระดับรุนแรงขึ้นหรือไม่ แต่หน่วยงานของรัฐต้องมีความเข้มข้น ปรับแนวทางรองรับกับความเปลี่ยนแปลงในความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบด้วย

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า การเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วงของกลุ่มอาร์เคเคอาจเป็นปฏิกริยาจากการที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับทางการมาเลเซีย ซึ่งได้เคยเตือนไว้แล้ว จึงอยากให้รัฐบาลประเมินตรงนี้ด้วย ส่วนผู้ก่อความไม่สงบจะมีการแก้แค้นเจ้าหน้าที่นั้น ตนก็อยากให้หน่วยงานของรัฐมีความรัดกุมและพร้อมในการป้องกันเหตุเท่าที่จะทำได้ ที่สำคัญคือระดับนโยบายจะต้องมีความเป็นเอกภาพ โดยควรให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนอยู่ในพื้นที่จะได้ประเมินสถานการณ์และทำความเข้าใจกับประชาชน หากจำเป็นต้องใช้มาตรการใหม่ออกมา