ข่าว

โทรแจ้ง191มือฆ่า'สาวรอยสัก'จนมุม

โทรแจ้ง191มือฆ่า'สาวรอยสัก'จนมุม

13 ก.พ. 2556

ทำเนียน..โทรแจ้ง191 มือฆ่า'สาวรอยสัก'จนมุม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

              ในที่สุดคดีโหดฆ่าข่มขืนสาวรอยสักก็ปิดคดีลงได้ หลังพบเบาะแสสำคัญ คือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้ที่โทรมาแจ้ง 191 พบศพสายแรก...นั่นเอง !!

               "สาวนิรนาม" มีรอยสักรูปผู้หญิงขนาดใหญ่อยู่บนแผ่นหลัง ถูกฆ่าข่มขืนอย่างโหดเหี้ยมทิ้งศพไว้ในพงหญ้าบริเวณปากซอยโพธิ์แก้ว 3 แยก 13 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ต่อมาทราบชื่อ น.ส.อาภัสรา หรือหวาน โตเดช อายุ 20 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ แต่มาพักอยู่กับเพื่อนชายที่บ้านเลขที่ 19/22 ซ.โพธิ์แก้ว 4 ซึ่งห่างจากจุดที่พบศพไม่มากนัก

               "เพื่อนชาย" ของเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 ทันที จึงเชิญตัวมาสอบสวน แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด กลับไม่พบพิรุธแต่อย่างใด และผลตรวจหาสารคัดหลั่งของผู้ตายจากห้องปฏิบัติการ ก็ไม่พบคราบอสุจิของผู้ก่อเหตุ
 
               พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. บูรณาการการสืบสวนร่วมกับ พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน. ลาดพร้าว และ พ.ต.ต.ธานี จิตรธรรม สว.สส.สน.ลาดพร้าว ร่วมกันสั่งการให้ชุดสืบสวนเดินเท้าขอความร่วมมือตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวละแวกใกล้ที่เกิดเหตุ และกล้องวงจรปิดบริเวณอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้ามที่พักของผู้ตาย

               ขณะเดียวกันได้ย้อนเหตุการณ์วันที่พบศพ ทราบว่าตำรวจประจำศูนย์วิทยุเสรีไทย (ศูนย์วิทยุสื่อสารของ บก.น.4) รับแจ้งจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้า หรือ 191 ให้ตรวจสอบว่ามีการพบศพผู้เสียชีวิตในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว พ.ต.อ.ชูตระกูล จึงประสานงานไปยังศูนย์วิทยุผ่านฟ้าเพื่อขอข้อมูลการรับแจ้งเหตุ เพราะทุกหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อเข้ามาแจ้งเหตุต้องมีการบันทึกหมายเลขโทรศัพท์และบันทึกเสียงไว้ในระบบคอมพิวเตอร์

               เพียงไม่นาน ได้ข้อมูลว่า ช่วงเวลาประมาณ 04.18 น.ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ มีหมายเลขโทรศัพท์มือถือหมายเลขหนึ่งโทรเข้ามาแจ้งเหตุพบศพ โดยปลายทางเป็นเสียงผู้ชายโดยน้ำเสียงคล้ายวัยรุ่น จากนั้นเวลา 04.26 ตำรวจสายตรวจของ สน.ลาดพร้าว ถึงบริเวณที่พบศพ

               ชุดสืบสวนของ บก.สส.บช.น. วิเคราะห์ข้อมูลว่า เพียงแค่ 8 นาทีหลังจากรับแจ้งแล้วตำรวจเข้าตรวจสอบพบว่ามีเหตุจริง จึงตั้งข้อสังเกตว่าในห้วงเวลา 04.18 น.สภาพที่เกิดเหตุค่อนข้างมืดแล้วเปลี่ยว ใครจะเดินมาหรือขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วพบศพ จึงพยายามติดต่อหมายเลขโทรศัพท์มือถือผู้แจ้ง ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงให้ชุดสืบสวนของ สน.ลาดพร้าว พยายามติดต่อ แต่เมื่อชุดสืบสวนของ สน.ลาดพร้าว เห็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้ง ทำให้ทราบทันทีว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือของนายสุทธี หรือ แหวน บุญพรหม อายุ 23 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่มีความสนิทสนมกับชุดสืบสวนของ สน.ลาดพร้าว บางนาย

               ด้านชุดสืบสวนที่เดินเท้าตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าช่วงก่อนพบศพ กล้องวงจรปิดหลายตัวบันทึกภาพ น.ส.อาภัสรา เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างคันหนึ่งแล้วไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนที่จะนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างคันเดียวกันกลับมา แต่ช่วงขากลับผู้ขับขี่ขับเลยบ้านพักของ น.ส.อาภัสรา นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่ารถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีแดง หมายเลขทะเบียน อธป 340 กรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงกับรถจักรยานยนต์ของนายสุทธี

               ข้อมูลการสืบสวนทั้งหมดถูกรายงานไปยัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น., พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น., พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.สาโรช ซุ่นทรัพย์ รองผบก.น.4 ทราบ ก่อนที่ชุดสืบสวนออกติดตามพบเจอนายสุทธี บริเวณลานวัดศรีมงคล อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

               นายสุทธี รับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุจริงเพราะวันเกิดเหตุดื่มเบียร์จนเมาแล้วมีอารมณ์ทางเพศ ระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ผู้หญิงคนนี้เรียกให้ไปส่งที่ร้านสะดวกซื้อแล้วให้รอเพื่อกลับมาส่งที่เดิม ขากลับจึงขับพาไปซอยเปลี่ยวแล้วขอมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงไม่ยอมจึงทำร้ายร่างกายจนสลบแล้วดึงตัวขึ้นมาบนรถจักรยานยนต์แล้วขับขี่ประคองมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้หญิงฟื้นขึ้นมาทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม จึงขอมีเพศสัมพันธ์ผู้หญิงขัดขืนจึงทำร้ายร่างกายจนสลบอีกครั้งแล้วก็ข่มขืนแต่ยังไม่เสร็จกิจ เพราะได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาใกล้ๆ จึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือของผู้หญิงพร้อมเสื้อผ้าของผู้หญิงออกมา วันรุ่งขึ้นก็นำโทรศัพท์มือถือผู้หญิงไปขายแถวซอยวัดเทพลีลา

               แหล่งข่าวในชุดสืบสวน กล่าวว่า นายสุทธี อ้างว่าเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วแต่ไม่ได้ทำร้ายร่างกายเหยื่อ หรืออ้างว่าเหยื่อยินยอม ขณะเดียวกันหลังจากจับกุมนายสุทธีตามหมายจับ ญาติของนายสุทธีให้ข้อมูลอ้างว่านายสุทธีมีปัญหาครอบครัว ภรรยาคนแรกถูกทำร้ายร่างกายจึงต้องหนีออกจากบ้าน ภรรยาคนที่สองก็ถูกทำร้ายร่างกายต้องฆ่าตัวตาย และภรรยาคนที่สามก็ถูกทำร้ายร่างกายแต่ถูกจับติดคุกข้อหายาเสพติด

.........

(หมายเหตุ : ทำเนียน..โทรแจ้ง191 มือฆ่า'สาวรอยสัก'จนมุม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)