ข่าว

Work and Travel ระวังตัวอย่างไรให้ปลอดภัย

Work and Travel ระวังตัวอย่างไรให้ปลอดภัย

13 ก.พ. 2556

Work and Travel ระวังตัวอย่างไรให้ปลอดภัย : โดย...สุวัฒน์ แก้วสุข ผอ.กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ

               ในปี 2554 มีคนไทยไม่น้อยกว่า 7 ล้านคน เดินทางออกไปต่างประเทศด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา เช่น ท่องเที่ยว ทำงาน ศึกษา ติดตามครอบครัว ตลอดจนไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในต่างแดน ทุกวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบเห็นคนไทยในทั่วทุกมุมโลก  ได้ยินสำเนียงภาษาไทย และหาอาหารไทยรับประทานได้ไม่ยาก ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับประเทศไทย แต่เป็นกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากมนุษย์มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายถิ่นฐานและแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต

                ปัจจุบันปัญหาที่คนไทยประสบในต่างประเทศจึงเกิดขึ้นอย่างมากมายไม่เคยหยุดหย่อน อาทิ หนังสือเดินทางและทรัพย์สินสูญหาย เจ็บไข้ได้ป่วย ประสบอุบัติเหตุ ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกทอดทิ้ง ถูกหลอกลวงฉ้อโกง ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ตลอดจนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ในโลกนี้ คนที่โชคไม่ดีอาจถึงกับเสียชีวิตหรือต้องรับเคราะห์กรรมติดคุกติดตะรางอยู่ในต่างแดนอย่างน่าเวทนา

               กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยตัวเลขคนไทยที่ต้องคดีความและถูกจับกุมคุมขังในต่างประเทศว่า ปัจจุบันเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากจนทะลุหลักพันไปแล้ว ส่วนใหญ่ถูกจับอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย 1,000 คน ลาว 50 คน กัมพูชา 49 คน สิงคโปร์ 43 คน อินโดนีเซีย 35 คน  ปัญหาคนไทยกระทำผิดในต่างแดนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตไทยทุกแห่งมีความห่วงกังวลอย่างยิ่ง เพราะการที่คนไทยไปทำผิดกฎหมายต่างชาติย่อมไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศ เป็นปัญหาที่สังคมโดยรวมต้องตระหนักและช่วยกันหาทางแก้ไขป้องกันในช่วงเดือนมกราคม 2556 ที่ผ่านมา รศ.ดุษฎี อายุวัฒน์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับกรมการกงสุล และส่วนราชการในพื้นที่ ได้จัดเวทีเสวนาการเดินทางไปต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย เพื่อเป็นกิจกรรมเสริมความรู้นอกห้องเรียนให้แก่นักศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโท ซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของประเทศในอนาคต การเสวนาในวันนั้นมีการพูดคุยถึงโครงการเดินทางไปทำงานและท่องเที่ยวในต่างประเทศ หรือ  Work and Travel ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษา

               หลักการของ Work and Travel นั้น โดยสาระแล้วเป็นเรื่องมีประโยชน์ที่ควรสนับสนุน เพราะนักศึกษาจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่หลากหลาย ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในต่างแดน โดยเฉพาะในสังคมของประเทศที่เจริญแล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ตลอดจนหลายประเทศในยุโรป บางคนก็มุ่งไปเรียนภาษาอังกฤษ บางคนอยากรู้จักวัฒนธรรม  แถมยังมีโอกาสได้ทดลองทำงานเพื่อหาเงินท่องเที่ยวไปในตัวด้วย เรียกว่าได้ทั้งบู๊และบุ๋นทีเดียว  

               แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ว่าทุกคนจะสมหวังหรือได้รับผลคุ้มค่ากับเงินที่ผู้ปกครองจ่ายให้เสมอไป งานนี้ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เชิญนักศึกษาหญิง  2 คนที่เคยเดินทางไป Work and Travel ที่สหรัฐอเมริกา มาเปิดใจเล่าประสบการณ์จริงให้เพื่อนๆ ฟัง   สำหรับพวกเธอแล้วความฝันที่วาดไว้เป็นคนละเรื่องกับเหตุการณ์ที่ได้ไปเจอของจริง เริ่มต้นจากนักศึกษาต้องเดินทางไปประเทศอเมริกาแต่โดยลำพัง ระหกระเหินต่อเครื่องบินด้วยความยากลำบาก แม้จะดูเหมือนเป็นการผจญภัยที่สนุกสนานในช่วงต้น แต่เมื่อไปถึงที่หมายพวกเธอถูกจัดให้พักรวมอยู่กับนักศึกษาอื่นๆ อีก 6-7 คน ในบ้านที่มีเพียงหนึ่งห้องน้ำ ต้องอยู่กินอย่างประหยัด ทำอาหารเอง จ่ายค่าน้ำค่าไฟและอื่นๆ อีกสารพัด เนื่องจากเป็นรายการที่ไม่ได้รวมอยู่ในข้อสัญญาที่เซ็นกันไว้ก่อนจะออกเดินทาง 

                ที่สำคัญนักศึกษาทุกคนต้องทำงานหนัก และงานที่ว่านั้นคืองานแม่บ้าน หรือพนักงานทำความสะอาดในโรงแรมหรือรีสอร์ท เก็บกวาดทุกอย่างในห้องพัก รวมทั้งล้างส้วมตั้งแต่เช้าจรดเย็น นักศึกษาหญิงคนนั้นเล่าอย่างมีอารมณ์ขันว่า ภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ที่พวกเธอได้เรียนรู้ล้วนแต่เป็นคำศัพท์เกี่ยวกับห้องนอนและห้องน้ำ เพราะแต่ละวันแทบไม่ได้พูดคุยกับฝรั่งต่างชาติ   ทำแต่งาน วันไหนเก็บกวาดไม่ทันใจก็ถูกนายจ้างเรียกมาดุด่า ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนั้นจนครบกำหนดตามสัญญา

                นักศึกษาบางคนเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ และมีสภาพตกเป็นเหยื่อที่ถูกใช้งานอย่างหนัก  จนอดสงสัยไม่ได้ว่านี่เป็นวิธีของนายจ้างที่ต้องการแรงงานราคาถูกจากต่างชาติ แต่ก็ไม่รู้จะไปร้องเรียนหรือพึ่งพาใครที่ไหน จะฟ้องร้องก็เป็นเรื่องยุ่งยากเกินกำลังที่เด็กจะทำได้ ในที่สุดกลายเป็นภาวะจำยอมที่ทุกคนต้องอดทนเพราะต่างก็ตัดสินใจเดินทางไปด้วยตนเองทั้งสิ้น ข้อดีที่นักศึกษาพอจะได้รับตอบแทนเห็นจะมีแต่ประสบการณ์อันมีค่าจากการลองใช้ชีวิตราคาถูกในต่างประเทศ ได้ท่องเที่ยว และบางคนอาจเก็บเงินกลับมาเมืองไทยได้บ้าง

               อุทาหรณ์สำหรับเรื่องนี้จึงต้องฝากเป็นข้อคิดสำหรับนักศึกษา รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองทั่วประเทศว่า  เรื่องอย่างนี้เป็นอนาคตของบุตรหลาน
ต้องดูแลให้รอบคอบโดยเฉพาะการตรวจสอบข้อสัญญาต่างๆ ก่อนจะชำระเงินให้บริษัทเอกชน  และที่สำคัญจะไป Work and Travel ที่ไหน ผู้ปกครองต้องมั่นใจว่าบริษัทได้ทำประกันสุขภาพให้นักศึกษาไว้อย่างครบถ้วนรัดกุมแล้ว ทุกอย่างต้องป้องกันไว้ล่วงหน้าเพื่อมิให้สายเกินแก้ไข

 

...........................................

(Work and Travel ระวังตัวอย่างไรให้ปลอดภัย : โดย...สุวัฒน์ แก้วสุข ผอ.กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ)