
เหยื่อน้ำร้อนโหด!สภาพจิตใจดีขึ้น
ด.ญ.กระเหรี่ยง เหยื่อน้ำร้อนโหด สภาพจิตใจดีขึ้น กินอาหารได้-เริ่มคุ้นเคยกับคนแปลกหน้า ด้าน'รองผู้ว่าฯ'รุดเยี่ยม-เกาะติดความคืบหน้าคดี
12 ก.พ.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ชาวกระเหรี่ยง เหยื่อน้ำร้อนโหดที่หลบหนีออกมาจากบ้านสองสามีภรรยาได้ หลังจากต้องทนอยู่มาถึง 5 ปี และอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กำแพงเพชร อย่างปลอดภัย
ล่าสุด จากการพูดคุยกับเด็กพบว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) เริ่มคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าและสื่อมวลชนที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้อย่างเป็นกันเองและเริ่มมีสีหน้าที่ดีขึ้น แต่ยังคงมีความวิตกกังวลบ้างเล็กน้อย เนื่องจากเด็กต้องพบกับผู้คนจำนวนมากหลายหน่วยงานที่เข้ามาเยี่ยมเยียนดูแลเด็กและการช่วยเหลือ รวมทั้งทางด้านคดี จนเด็กมีความอ่อนเพลีย ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลต้องนำตัวไปพักผ่อนยังห้องที่มีการรักษาความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวได้ติดตามดูความเคลื่อนไหวที่บ้านพักเด็กพบว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามและดูแลทางด้านจิตวิทยาเพื่อฟื้นฟูให้ดีขึ้น มีการตอบสนองจากเด็ก มีการตอบโต้ทางการสื่อสารเพิ่มมากขึ้น และสามารถเขียนหนังสือภาษาไทยได้ ต่างจากวันแรกที่เข้ามายังบ้านพัก เด็กมีความเศร้าซึมเงียบไม่ค่อยพูดจา มีอาการหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า เด็กกินอาหารและขนมเองได้แล้ว เริ่มรู้สึกคุ้นเคยและเป็นกันเองกับเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทุกคน และเริ่มมีรอยยิ้ม ร่าเริงขึ้น สำหรับเมนูอาหารเช้า ของเด็กในวันนี้ คือ ผัดเต้าเจี้ยวใส่หมู มื้อเที่ยง ไข่ตุ๋น เมื้อเย็น ต้มยำไก่ใส่เห็ดนางฟ้า โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าเด็กรับประทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ต่ำกว่า 2 จาน นอกจากนั้นก็กินขนมปังชุบนมได้เหมือนเด็กทั่วไป
ด.ญ.เอ (นามสมมติ) กล่าวว่า ตอนที่อยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าของบ้านให้กินข้าววันละ 2 มื้อ มีหน้าที่ทำงานกวาด ถูบ้านทุกวัน หลังจากทำงานในช่วงเช้าเสร็จ ต้องเดินทางไปกับเจ้าของบ้านผู้หญิง เพื่อไปช่วยทำงานที่ร้านชื่อ น้องลิ้นจี่ เลขที่ 135 ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเปิดเป็นร้านบริการตัดแต่งขนสุนัข ทำหน้าที่อาบน้ำให้สุนัข และกวาดถูทำความสะอาดโดยไม่เคยได้เงิน ตลอดระยะเวลา 5 ปี
ส่วนอาการที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ด.ญ.เอ (นามสมมติ) กล่าวต่อว่า เกิดจากน้ำมือของเจ้าของบ้านทั้งสองคน ฝ่ายผู้หญิงจับตนยัดเข้าไปในกรงสุนัข ส่วนผู้ชายเป็นผู้ลงมือใช้น้ำร้อนราดมาที่ตัวตนเอง เมื่อทำไม่ถูกใจตนก็จะถูกลงโทษ ทำให้รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก
"รองผู้ว่าฯ"รุดเยี่ยมเด็กเหยื่อน้ำร้อน-เกาะติดความคืบหน้าคดี
นายวัชริน ทองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยนายวิวัฒ คำเพ็ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร นายแพทย์กำชัย รังสิมันต์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร นายแพทย์วิบูลย์ ชัยศิริรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช แพทย์หญิงอังคณา อุปพงษ์ หัวหน้าแผนกกุมารเวชกรรม แพทย์หญิงจารุวรรณ ตันอารีย์ กุมารเวช ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ชาวกระเหรี่ยง เหยื่อน้ำร้อนโหด ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กำแพงเพชร พร้อมตรวจอาการและประเมินสภาพจิตใจของเด็กในเบื้องต้น พบว่าร่างกายมีแผลจากการถูกน้ำร้อนลวกใส่ ผิวหนังได้รับความเสียหายกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในระดับ 2- 3 ผิวหนังกล้ามเนื้อไปจนถึงกระดูก
นายแพทย์กำชัย เปิดเผยว่า เมื่อเด็กพร้อมที่จะเข้ารับการรักษา ทางโรงพยาบาลกำแพงเพชรจะดำเนินการนำตัวเด็กไปตรวจรักษา หากพบว่าอาการของเด็กเกินกว่าที่ทางโรงพยาบาลจะทำการรักษาได้ก็จะดำเนินการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษาในด้านนี้ต่อไป ซึ่งเบื้องต้นคงจะรักษาพังพืดแขนกับลำตัวด้านที่ยึดติดกันออกก่อน และทำการบำบัดยืดเหยียดให้ให้กับเด็ก
ขณะเดียวทางบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กำแพงเพชร ได้รับการประสานจากสโมสรโรตารี่ กรุงเทพฯ คลองเตย ขอเป็นผู้รับอุปการะค่ารักษาพยาบาลเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) โดยจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด โดยส่งตัวเด็กเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ กรุงเทพฯ
สำหรับความคืบหน้าด้านคดีในวันนี้ นายวัชริน ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อไปติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยเปิดเผยว่า ประการแรกทางจังหวัดกำแพงเพชรจะเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การคุ้มครองแก่เด็ก และเยียวยา ประการที่สอง กองทุนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ คาดจะมีเงินเยียวยาประมาณ 3-4 หมื่นบาทเข้ามาช่วยในการรักษา นอกนั้นจะมีหน่วยงานกาชาด มูลนิธิฯเข้ามาดูแล ในส่วนทางด้านคดีทางจังหวัดจะเจ้ามาดูแลให้ใกล้ชิดมากขึ้น และจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มขึ้นตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ 2541
ขณะที่ ตัว 2 ผู้ต้องหาในวันนี้ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจที่บ้านพักที่เกิดเหตุ เลขที่ 7/7 ถนนราชดำเนิน 1 ซอย 25 ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร และที่ร้านบริการตัดสุนัข ชื่อร้านน้องลิ้นจี่ เลขที่ 135 ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ปรากฏว่า ถูกปิดเงียบทั้งสองแห่ง ไม่มีคนอยู่ โดยไม่มีใครได้พบหน้าของผู้ต้องหาทั้งสองคนมาตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา
"กสร."ตรวจสอบผัวเมียโหดกำแพงเพชร เล็งเอาผิดข้อหาใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า15ปี
นายปกรณ์ อมรชีวิน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีเด็กชาวกะเหรี่ยงถูกสามีภรรยาชาวไทยลักพาตัวมาบังคับใช้ กักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในบ้านพัก อ.เมือง จ.กำแพงเพชร นานกว่า 5 ปี ตั้งแต่อายุ 7 ปี กระทั่งปัจจุบันอายุ 12 ปี และหากเด็กหญิงรายนี้ขัดคำสั่งก็จะถูกสามีภรรยาใช้วิธีทารุณกรรมต่างๆ ว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกำแพงเพชรไปดำเนินการตรวจสอบว่า สามีภรรยาดังกล่าวกระทำผิดใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีหรือไม่ ซึ่งตาม พรบ.คุ้มครองแรงงานพ.ศ.2541 มีโทษปรับ 2 แสนบาทและจำคุก 1 ปี ถ้าตรวจสอบแล้วมีหลักฐานชัดเจนว่ากระทำผิดในกรณีดังกล่าวก็ให้ไปแจ้งความดำเนินคดี
"ขณะเดียวกันหากสำนักงานสวัสดิการฯกำแพงเพชรพบว่า สองสามีภรรยากระทำผิดใช้แรงงานเด็กโดยผิดกฎหมายนอกจากการเอาผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้ว กสร.จะช่วยเหลือเด็กหญิงดังกล่าวดำเนินการฟ้องร้องคดีแพ่งเพื่อให้ได้รับค่าจ้างและเงินชดเชยต่างๆย้อนหลังไปในช่วงกว่า 5 ปีที่ถูกบังคับใช้แรงงานด้วย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวงเงินหลายแสนบาท เนื่องจากการเอาผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จะมีเฉพาะบทลงโทษผู้กระทำผิด แต่ฝ่ายลูกจ้างไม่ได้รับเงินชดเชยใดๆ หากไม่มีการฟ้องร้องคดีแพ่ง" นายปกรณ์ กล่าว



