
'มาร์ค'ไม่เชื่อ'ไตรรงค์'โดดถกนิรโทษฯ
'อภิสิทธิ์' ปัดไม่รู้เรื่อง 'เจริญ' ประสาน 'ไตรรงค์'ถกกม.นิรโทษกรรม 'ย้อน'ณัฐวุฒิ'ใจดำจับเสื้อแดงเป็นตัวประกัน ป้อง'ชวนนท์'พูดความจริงเรื่องโรงพัก
12 ก.พ.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าประสานงานกับ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือเดินหน้ากฎหมายนิรโทษกรรมว่า ตนเองยังไม่ได้คุยกับนายไตรรงค์ แต่เชื่อว่าถ้าใครติดต่อมายังทางนายไตรรงค์ก็คงจะคุย แต่จุดยืนของนายไตรรงค์ก็ชัดเจน เพราะได้ขึ้นเวทีฝ่าความจริงฯของพรรค สัปดาห์เว้นสัปดาห์อยู่แล้ว ส่วนจะนำไปเป็นข้ออ้างว่า ได้คุยกับตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์และรับรู้รับทราบเรื่องการนิรโทษกรรมคงไม่ได้ เพราะขนาดเชิญตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯ และคนเสื้อแดงไปก็ไม่ได้เห็นชอบ
“หากได้เจอก็คงสอบถาม แต่เชื่อว่าคงไม่มีอะไร เพราะทุกคนในพรรคทราบจุดยืนของพรรคดีอยู่แล้ว ดังนั้นการจะมาพยายามล็อบบี้ ผ่านนายไตรรงค์จึงเป็นไปไม่ได้ และไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนของพรรค ที่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมในส่วนของการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน และไม่อยากให้จับชาวบ้านเป็นตัวประกัน “นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ระบุว่า ไม่อยากให้ใจแคบเพราะไม่ผลักดันการนิรโทษกรรม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่อยากบอกว่า ให้นายณัฐวุฒิใจกว้าง แต่ขอให้มีใจให้กับคนที่มาชุมนุม เพราะคำพูดของนายณัฐวุฒิในวันที่ชุมนุม แต่ในวันนี้พวกเขาเดือดร้อน แต่นายณัฐวุฒิยังไม่ยอมช่วยพวกเขาเพราะต้องไปช่วยนายก่อน ดังนั้นจึงไม่ทราบว่า ใครใจแคบใจดำ ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์คิดเรื่องการนิรโทษกรรมเฉพาะในส่วนของการผ่าฝืนพรก.ฉุกเฉินฯ เพื่อช่วยชาวบ้านเสื้อแดงที่เดือดร้อนแต่ติดที่แกนนำและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จับพวกเขาเป็นตัวประกัน
“อย่าถามว่าคนอื่นใจกว้าง ไม่ใจกว้าง ถามว่าใครใจดำ ชักชวนคนมาเดือดร้อนวันนี้แต่ไม่ช่วยแก้ปัญหาของเขา เพราะมีประโยชน์ของตัวเองอยู่ถ้าผมใจดำแบบทางนู้น ก็ต้องจับเป็นตัวประกันด้วย เผื่อจะนิรโทษกรรมคดีของผมด้วย แต่ไม่มี ผมพร้อมขึ้นศาล และยินดีให้นิรโทษกรรม กับคนเสื้อแดง ฝ่าฝืน พรก.อย่างเดียว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ท้าพรรคประชาธิปัตย์ตั้งกระทู้ถามเรื่องโรงพักทดแทน 396 เเห่งทั่วประเทศนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องท้า แต่ขอให้พูดความจริง อย่าจับแพะชนแกะ
ป้อง"ชวนนท์"พูดความจริงเรื่องโรงพัก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นฟ้องกลับหาก นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องการก่อสร้างโรงพักตำรวจทั่วประเทศว่า ขณะนี้มีความชัดเจนว่า สิ่งที่ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พูดไปเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยไปกล่าวร้ายเรื่องนี้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็จำเป็นต้องไปยื่นเรื่องกลับว่าเป็นการจงใจไปร้องเท็จ เพราะสิ่งที่นายชวนนท์พูดเป็นข้อเท็จจริงที่มีเอกสารปรากฏชัดเจนว่า คดีนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯในขณะนั้นเป็นผู้อนุมัติการก่อสร้าง
“วันนี้มีเอกสารชัดเจนว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ขณะนั้น เป็นผู้นำเสนอเรื่องมาถึงรองนายกฯผ่านตามขั้นตอนขึ้นมา แต่ดีเอสไอกลับไปบอกว่า คนหนึ่งผิด คนหนึ่งไม่ผิด ก็จะกลายเป็นการเลือกปฏิบัติ ถ้าพล.ต.อ.พงศพัศ คิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะมาพูดกัน พล.ต.อ.พงศพัศ ก็ควรจะไปอธิบายกับดีเอสไอกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ว่า การทำสัญญาไม่ผิดอย่างไร เพราะถ้าการทำสัญญาเป็นความผิด พล.ต.อ.พงศพัศ กับนายสุเทพก็ต้องไปชี้แจงด้วยกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวหาว่าการอนุมัติจ้างหนึ่งบริษัทเป็นต้นตอของปัญหา แต่เมื่อดูแล้วกลับพบว่า พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นคนแทงเรื่องขึ้นมาถึง ผบ.ตร. ส่งมาให้รองนายกฯ ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันเป็นอย่างน้อย อีกทั้งการที่ระบุว่าปัญหาเรื่องต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 15% ซึ่งในทีโออาร์ฉบับที่ พล.ต.อ.พงศพัศ ทำ ก็มีประเด็นนี้ ส่วนจะถูกผิดก็ต้องไปชี้แจง ซึ่งไม่เข้าใจว่าการที่จะบอกว่า นายสุเทพ ผิด แต่ พล.ต.อ.พงศพัศ ไม่ผิดมันเป็นไปได้อย่างไร เพราะคนหนึ่งเสนอให้อีกคนเซ็น แต่คนเซ็นผิดคนเสนอไม่ผิด
ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า ผิดเพราะมีการแก้สัญญารอบสองนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่ได้พูดเรื่องการแก้ไข สัญญารอบที่สอง พล.ต.อ.พงศพัศ เสนอให้ นายสุเทพ ลงนาม ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ก็คงพยายามดำน้ำเอาเรื่องตอนแรกมาปนตอนสอง ดังนั้นขออย่านำมาปนกัน และกลับมาทำการบ้านใหม่ นอกจากนี้ ยังเห็นว่า การที่ดีเอสไอ ออกมาแถลงคู่กับ พล.ต.อ.พงศพัศ หากเป็นการเอื้อต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก็เข้าข่ายเป็นความผิดซึ่งฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณา
แนะรัฐบาลคิดให้รอบคอบก่อนประกาศ"เคอร์ฟิวภาคใต้"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีแนวคิดของรัฐบาลที่จะประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เรื่องนี้ควรทำให้เป็นระบบ แต่อยากเตือนว่า การเพิ่มการใช้อำนาจพิเศษ การจำกัดเสรีภาพ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จำเป็นต้องมีความชัดเจน รัฐบาลต้องมาดูว่า เหตุที่เกิดขึ้นเกิดที่ไหนเวลาอะไร มีเคอร์ฟิวจะช่วยได้หรือไม่ ถ้าเคอร์ฟิวเป็นคำตอบ ก็ต้องรีบไปทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ว่า พวกเขาจะต้องเดือดร้อนมากขึ้นกรีดยางไม่ได้ รถขนส่งไม่ได้ ในเวลากลางคืน พวกเขาจะยอมรับได้หรือไม่ ต้องไปบอกว่าความจำเป็นกับพวกเขา แต่ก่อนจะดำเนินการเรื่องนี้ ควรพิจารณาบทเรียน ปี 2549 ที่เคยใช้และยกเลิกไป
“ขออย่าทำแบบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่บอกว่า ลองไปก่อน ใช้ไม่ได้ผลแล้วค่อยเลิกเอา เพราะเวลาเกิดความเสียหายก็จะลุกลามบานปลาย สิ่งที่เป็นห่วงคือ การไปขยายผลของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น เขาก็ยิ่งไปสร้างเงื่อนไขมากขึ้น ในการต่อต้านรัฐ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่นักวิชาการเป็นห่วงว่าการประกาศเคอร์ฟิวจะเข้าทางกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลคิดว่าเหตุผลดีจริงต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ยอมรับ เหมือนที่ จ.ยะลา ที่มีแนวคิดเรื่องการทำ “เซฟตี้โซน” หากเป็นเรื่องจำเป็นและยอมรับ ก็ไม่มีปัญหาแต่เดินหน้าไปทำ ก็อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามปลุกระดม เรื่องจำกัดเสรีภาพ ก็จะแก้ไขยาก ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า จะเจรจากับประเทศมาเลเซียในการเเก้ไขปัญหานั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเคยเตือนไว้แล้วสมัยพบกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.เฉลิม ว่า ถ้าไม่ระมัดระวัง ไม่เข้าใจความละเอียดอ่อนปัญหาจะรุนแรงขึ้น เพราะการทำนโยบายผิดพลาดทำแล้วเสียหาย ไม่ใช่ไม่เป็นไรแล้วทำใหม่



