
'โสมแดง'ทดสอบนิวเคลียร์-ระเบิดใต้ดิน
'เกาหลีใต้' ระบุ 'เกาหลีเหนือ' แจ้ง 'สหรัฐ-จีน' ล่วงหน้า ก่อนลงมือทดสอบนิวเคลียร์ ด้านสื่อโสมแดงยืนยันความสำเร็จ ขณะที่หลายชาติประณาม เตรียมหามาตรการตอบโต้
12 ก.พ. 56 ความคืบหน้า หลังการตรวจพบแรงสั่นสะเทือนที่คาดว่าจะเกิดจากการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ นายคิม มิน-ซก โฆษกกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ แถลงว่า เกาหลีใต้ เชื่อว่า การทดสอบนิวเคลียร์เป็นสาเหตุให้เกิดแรงสะเทือนใกล้กับพื้นที่ ที่เกาหลีเหนือเคยทดสอบนิวเคลียร์ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ และเกาหลีเหนือ ได้แจ้งต่อจีนกับสหรัฐล่วงหน้า ก่อนจะลงมือทดสอบ แต่ไม่ยอมบอกว่า ทราบได้อย่างไร
หน่วยงานเฝ้าระวังของสหประชาชาติ ได้ตรวจสอบการสั่นสะเทือนที่ผิดปกติในเกาหลีเหนือ ขณะที่สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐ ระบุว่า สถานีตรวจจับการเกิดแผ่นดินไหวหลายแห่งในเกาหลีใต้ ได้ตรวจพบแผ่นดินไหวในเกาหลีเหนือ บริเวณที่เคยจัดการทดสอบนิวเคลียร์ ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2552 หน่วยงานตรวจจับแผ่นดินไหวของเกาหลีใต้ สหรัฐและญี่ปุ่น ระบุว่า ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนได้ระหว่าง 4.7 , 4.9 และ 5.2 ริคเตอร์ และอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูล
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ญี่ปุ่นต้องเรียกประชุมฉุกเฉินสภาความมั่นคงแห่งชาติ ส่วนกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ ได้สั่งให้ทหารเตรียมพร้อมในระดับสูง เนื่องจากเชื่อว่า เกาหลีเหนือ อาจจะทดสอบทั้งนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกลไปพร้อมๆ กัน เนื่องจาก ตอนที่เกาหลีเหนือลงมือทดสอบนิวเคลียร์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2552 ได้มีการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกไปด้วย เพื่อหันเหความสนใจในบริเวณใกล้กับการทดสอบ
แหล่งข่าวทางทหารของเกาหลีใต้ ระบุว่า ไม่พบการเคลื่อนไหวในพื้นที่ทดสอบ ปัง กเย-รี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ ในช่วงเทศกาลวันหยุดตรุษจีน โดยเชื่อว่า อาจมีเจตนาทดสอบในช่วงวันหยุดสำคัญ หรือไม่ก็เป็นกลยุทธ์ในการสร้างความสับสนให้กับประเทศที่จับจ้องอยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบนิวเคลียร์หรือไม่ ก็ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งสิ้น
เกาหลีเหนือ ไม่ได้ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของแผ่นเปลือกโลก จึงเป็นไปได้ว่า แรงสั่นสะเทือนจะมาจากการทดสอบนิวเคลียร์ นักการทูตของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า เกาหลีเหนือเพิกเฉยต่อคำเตือนที่แข็งกร้าวจากจีน และคาดว่า 15 ชาติสมาชิกคณะมนตรีฯ จะจัดการประชุมกันในวันนี้ ที่นิวยอร์ก เพื่อร่วมหารือกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันอย่างสูงให้ต้องออกมาตรการล่าสุดมาใช้จัดการกับเกาหลีเหนือ ที่ไม่ยอมฟังข้อเรียกร้องใดๆ จากชาติมหาอำนาจก่อนหน้านี้
สื่อเกาหลีเหนือ ยืนยันประสบความสำเร็จทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดิน
สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ หรือ เคซีเอ็นเอ รายงานว่าเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดิน และเป็นการทดสอบด้วยความปลอดภัย
นอกจากนี้องค์การสนธิสัญญาห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ หรือ CTBTO แจ้งว่า การระเบิดในเกาหลีเหนือมีลักษณะคล้ายกับการระเบิดในการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เมื่อปี 2549 และ 2552 แต่ยังต้องรอตรวจสอบขนาดของระเบิด ขณะที่กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ ประเมินว่าอาจใช้ระเบิดที่มีน้ำหนักมากถึง 6-7 กิโลตัน
แถลงการณ์ของ CTBTO ระบุว่า หากได้รับการยืนยันว่าเป็นการทดสอบนิวเคลียร์จริง ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อความพยายามจำกัดการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะการยุติการทดสอบนิวเคลียร์
ทั้งนี้เกาหลีเหนือไม่ได้ลงนามเป็นภาคีสมาชิกของ CTBTO ที่มี 159 ประเทศเป็นสมาชิกและให้สัตยาบันรับรอง
หลายชาติประณามเกาหลีเหนือ
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ออกมาประณามเกาหลีเหนือที่ทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินในเช้าวันนี้ โดยระบุว่า พฤติกรรมการยั่วยุครั้งล่าสุดนี้ จะไม่ช่วยให้เกาหลีเหนือปลอดภัยขึ้น แต่กลับทำให้ประเทศถูกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น และเรียกร้องให้นานาชาติดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างน่าเชื่อถือและเร่งด่วน พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า สหรัฐจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องตัวเองและชาติพันธมิตร
นอกจากนี้กระทรวงต่างประเทศอังกฤษ ระบุว่า รัฐบาลจะเริ่มปรึกษากับชาติสมาชิกในคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ เพื่อดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาหลีเหนือ
และกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ประณามเกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า เป็นการละเมิดมติของความมั่นคงของสหประชาชาติที่ห้ามเกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธ
ขณะที่จีน หนึ่งในชาติสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงและพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของเกาหลีเหนือ กำลังถูกจับตาว่าจะมีความอดทนอดกลั้นต่อความแข็งกร้าวของเกาหลีเหนือได้อีกนานแค่ไหน หลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ เพิ่งแสดงความไม่พอใจที่เกาหลีเหนือยิงจรวดส่งดาวเทียมเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว แต่นักวิเคราะห์ก็เชื่อว่าจีนคงจะไม่สนับสนุนการลงโทษใดๆ ต่อเกาหลีเหนือ และไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในเกาหลีเหนือที่จะทำให้ชาวเกาหลีเหนือไหลทะลักเข้าไปในจีน
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



