
ปรับโครงสร้างสตม.
ปรับโครงสร้างสตม. : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมจัดแผนและงบประมาณรองรับการเกิดของประชาคมอาเซียน
ที่ต้องเน้นย้ำกันเพราะเหลือเวลาอีกไม่มากปลายปี 2558 จะถึงเวลาแห่งการปรับเปลี่ยน ที่สำคัญรัฐบาลได้ร่างแผน มียุทธศาสตร์ รองรับไว้แล้ว
หน้างานสำคัญคงหนีไม่พ้นสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
ในปัจจุบันตม.มีกำลังพลและหน่วยงานที่รองรับการไหลบ่าของต่างชาติทั้งภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว เข้าสู่ประเทศไทยไม่เพียงพอ รวมทั้งเทคโนโลยี ที่จะมารองรับหรือจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ด้วย
ด้านกำลังพล สตช.ต้องจัดสรรเข้าไปเสริมหรือเพิ่มหน่วยงานใหม่ อย่างเช่นสนามบิน อยู่ในความรับผิดชอบบก.ตม.2 ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, ภูเก็ต, หาดใหญ่ และดอนเมือง
เฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ รองรับเดือนละแสนกว่าคน อีก 4 แห่งเฉลี่ยตั้งแต่ 5 พัน ถึง 2 หมื่นคนต่อเดือน ซึ่งสูงมากเขตงานรับผิดชอบกว้างเกินกำลัง ก็มีแนวโน้มจะปรับโครงสร้างโดยมีหน่วยงานใหม่คือ บก.ตม. 7 ซึ่งจะรับผิดชอบงานสนามบินต่างจังหวัดทั้งหมดไปดูแล ส่วนบก.ตม. 2 รับเฉพาะสุวรรณภูมิสนามบินเดียว
หรืออย่างบก.สส. สตม. ซึ่งมีการแยกงานเป็นกองกำกับต่างๆ ดูแลตั้งแต่งานสืบสวน สอบสวน ยันห้องกัก ก็มีแนวโน้มขอเพิ่มกองกำกับ รับผิดชอบงานด้านต่างประเทศและในภูมิภาคด้วย
สาเหตุที่ต้องเพิ่มกองกำกับก็เพื่อรองรับงานอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งบก.สืบสวนฯ ในปัจจุบันมีกำลังพลประมาณ 150 นาย รับผิดชอบทั่วประเทศ ไม่เพียงพอ งานสืบสวนฯ ในอนาคตต้องเชื่อมโยงกับประชาคมอาเซียน การติดตามบุคคลเข้าออกประเทศจึงมีความสำคัญ
เริ่มตั้งแต่ก่อนเข้า ตรวจสอบประวัติบุคคล สถานที่พักพิง สถานที่ทำงาน การรายงานตัว จนกระทั่งเดินทางออก การควบคุมจึงต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนและใช้กำลังพลเพิ่ม และต้องมีเทคโนโลยีรองรับด้วย งานสารสนเทศจึงมีความสำคัญ
ทุกหน่วยงานของ ตม. จึงต้องเชื่อมโยงกัน ปริมาณการเข้าออกของคนในประชาคม จะสูงขึ้นแน่ ถ้าไม่มีเทคโนโลยีที่ดีพอรับรองยุ่งแน่
นี่ยังไม่รวมเรื่องวีซ่าชนิดต่างๆ ที่ใช้เป็นช่องทางการเข้าเมือง กำลังพลและงบประมาณ จึงต้องปรับบกระบวนกันใหม่ ต่อไปตม.ต้องใช้บุคลากรคุณภาพ
ประเภทเฉื่อยชา หากินอย่างเดียวต้องไม่มี



