ข่าว

'สุขุมพันธุ์ บริพัตร'เทหน้าตักสู้

'สุขุมพันธุ์ บริพัตร'เทหน้าตักสู้

11 ก.พ. 2556

'สุขุมพันธุ์ บริพัตร'เทหน้าตักสู้ 'ผมขายของจริง ไม่ได้ขายฝัน' : เกาะติดเลือกตั้งโดยสำนักข่าวเนชั่น

               “คว้าแชมป์ง่ายกว่าป้องกันแชมป์” วลีอันโด่งดั่งวิ่งโคจรรอบ “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 16 ตัวแทน “ประชาธิปัตย์” มีเดิมพันที่มั่นสุดท้ายทางการเมือง โดยเร่งจุดพลุประชานิยมชูจุดเด่น “กรุงเทพฯ เดินหน้าทันที” แก้ทางคีย์เวิร์ดร้อน “ไร้รอยต่อ” ของผู้ท้าชิง "สุขุมพันธุ์” เปิดใจในวันที่ประชาธิปัตย์จะสะกดคำว่า “แพ้ไม่ได้”

@ ถ้าเทียบวันนี้กับ 4 ปีที่แล้ว สิ่งไหนยากหรือหนักกว่ากัน

               ยากง่ายต่างกัน เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ภายหลังผมลงสมัครไม่กี่วัน พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้เป็นรัฐบาล ผมก็ได้ภาพว่าประชาธิปัตย์กำลังขึ้น พี่ๆ น้องๆ ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนก็ให้ความสนใจไปทางโน้นค่อนข้างมาก ผมก็เหมือนเดินคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ คราวนี้ทั้งยากและง่าย ยากในแง่ว่าเราไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่พรรคเป็นหนึ่งเดียวมาช่วยผมหาเสียง

@ เพื่อไทยกำลังจุดพลุคีย์เวิร์ด “ไร้รอยต่อ” จะแก้กลยุทธ์อย่างไร

               พรรครัฐบาลกับพรรคผู้บริหารท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคเดียวกัน เพราะผลประโยชน์ของส่วนกลาง กับท้องถิ่นอาจจะไม่เหมือนกันเสมอไป จึงต้องมีผู้ดูแลผลประโยชน์ 2 ระดับ โดยปกติแล้วทั้ง 2 ฝ่ายต้องร่วมมือกัน แต่เมื่อเกิดความเห็นไม่ต้องกันก็เป็นหน้าที่ของทั้ง 2 ฝ่ายต้องหาทางออกให้ได้ นี้ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดในช่วง 4 ปี สิ่งที่ผมได้ทำกับรัฐบาลสำเร็จอาจไม่เป็นข่าว สิ่งที่เป็นข่าวก็คือเรื่องที่มีข้อขัดแย้งระหว่างกัน

@ แนวทางปรับวิธีหาเสียงสู้กับเพื่อไทยเป็นอย่างไร

               สิ่งหนึ่งที่ผมปรับไม่ได้ คือพูดความจริงและการเป็นของจริง เมื่อ 4 ปีผมเห็นอะไรควรทำไม่ควรทำ อะไรทำได้ทำไม่ได้ ถ้า 4 ปีผ่านมาแล้วผมยังเสนอที่เป็นไปไม่ได้ และอยู่เหนือนอกอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าฯกทม. ถ้าคนมาว่า ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน สิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมได้ คือขายของจริงไม่ได้ขายฝัน ถ้าผมจะแพ้เลือกตั้ง เพราะขายของจริงผมก็ไม่ว่าอะไร ถ้าประชาชนอยากซื้อฝันก็เป็นสิทธิของประชาชน แต่หน้าที่ของผู้ชนะจะทำให้ฝันเป็นจริง ถ้าทำไม่สำเร็จ ประชาชนก็มีสิทธิลงโทษ ผมพูดแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมนำเสนอจะเสร็จภายใน 4 ปี บางทีใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 4 ปี ผมไม่ได้สัญญาว่าจะเสร็จภายใน 4 ปี แต่อย่างน้อยอะไรที่เสร็จได้ใน 4 ปีต้องเสร็จ อะไรที่เริ่มได้ต้องเริ่ม

@ ครั้งนี้เสนอนโยบายหลายด้าน แต่เหตุใด 4 ปีที่ผ่านมาเหตุถึงทำไม่ได้

               นโยบายที่ผมเสนอเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้วไม่ใช่นโยบายที่ผมเลือกมา จำได้หรือไม่เดือนตุลาคม 2551 คุณอภิรักษ์ (โกษะโยธิน) ชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ด้วยนโยบายของท่านและพรรคประชาธิปัตย์ เดือนพฤศจิกายน 2551 คุณอภิรักษ์ได้ลาออก ผมลงสมัครแทน จะให้ผมยกร่างนโยบายใหม่คงไม่ได้ ต้องรับมรดกด้วยความยินดี ซึ่งผมก็ทำตามนโยบายส่วนใหญ่เรียบร้อยแล้ว ทั้งกล้องซีซีทีวี 1 หมื่นตัว ผมติดตั้ง 2.4 หมื่นตัว พื้นที่สีเขียว 5,000 ไร่ก็ทำแล้ว ส่วนต่อขยายบีทีเอสก็ทำต่อ คอมพิวเตอร์ 2 หมื่นตัวก็ทำแล้ว อาจจะไม่หวือหวา แต่เป็นสิ่งที่ผมรับมาเป็นมรดกแล้วผมก็ทำ

@ ขณะนี้ผลโพลล์หลายสำนักระบุว่ายังตาม พล.ต.อ.พงศพัศ

               คราวที่แล้วก็ตาม ไม่ได้คิดอะไรมาก โพลล์จะเป็นบวกหรือลบขึ้นอยู่กับประชาชน แต่ผมคิดว่าคนกรุงเทพฯ ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่าอะไรคืออะไร คนที่บอกว่าคนกรุงเทพฯ เห็นใครกำลังชนะก็เอาคนนั้น ใครที่พูดแบบนี้ผมคิดว่าดูถูกคนกรุงเทพฯ มากเกินไป

@ ฐานเสียง ส.ส. ส.ก. และส.ข. ประชาธิปัตย์มีผลต่อการเลือกตั้งแค่ไหน

               ฐานเสียงของประชาธิปัตย์มีความหมายทั้งนั้น แต่ที่สำคัญไม่เพียงพอต่อการชนะการเลือกตั้ง ฐานเสียงของประชาธิปัตย์มี 4 แสนกว่าคน จากพรรคเพื่อไทยมี 4 แสนกว่าคน แต่ไม่มีใครจะชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ด้วย 4 แสนกว่าเสียง ผู้ที่ตัวแทนพรรคใหญ่ต้องตั้งเป้าคูณ 2 ที่ 9 แสนหรือ 1 ล้านขึ้นไป สมการก็ง่ายไม่มีใครพึ่งฐานเสียงได้เต็มร้อย คุณต้องไปหาอีกเท่าตัว ไม่เช่นนั้นไม่ชนะ

@ จะทำอะไรต่อหากไม่มีโอกาสกลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.

               ผมคงพักผ่อนสักพักหนึ่ง ผมไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ผมได้ตัดสินใจเป็นนักเรียนแล้วว่าจะทำงานให้สังคม รับใช้สังคมมาตลอด สังคมต้องการคนทำงาน ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่ง ผมไม่ได้เดือดร้อนไม่มีอะไรทำ แต่ขอมีเวลาอยู่กับครอบครัว อยู่กับหลาน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ทำอะไร 


-----------

(หมายเหตุ : 'สุขุมพันธุ์ บริพัตร'เทหน้าตักสู้ 'ผมขายของจริง ไม่ได้ขายฝัน' : เกาะติดเลือกตั้งโดยสำนักข่าวเนชั่น)