
พายุหิมะถล่ม'มะกัน'ดับ15
พายุหิมะถล่มสหรัฐ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 15 ราย ปชช.กว่า 2 แสนคน ไม่มีไฟฟ้าใช้
11 ก.พ. 56 สถานการณ์พายุหิมะพัดกระหน่ำทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ และแคนาดา ช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้หิมะท่วมสูงถึง 3 ฟุต ธุรกิจและบ้านเรือนมากกว่า 220,000 แห่ง ไม่มีไฟฟ้าใช้ และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 15 ราย
หน่วยกู้ภัยและชาวบ้านในหลายรัฐของสหรัฐพยายามเก็บกวาดหิมะที่ปกคลุมถนนและทางเดิน หลังพายุทำให้มีหิมะตกหนัก โดยบางแห่งวัดได้ถึง 3 ฟุต ส่งผลให้บ้านเรือนกว่า 650,000 หลังคาเรือนใน 8 รัฐต้องอยู่ในความมืด และประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐคอนเนคติกัตแล้ว เพื่อให้รัฐบาลกลางสามารถจัดส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ และกู้ภัยไปยังพื้นที่ประสบภัยได้รวดเร็วขึ้น
จนถึงขณะนี้ยังมีบ้านเรือนและธุรกิจราว 220,000 รายในพื้นที่ประสบภัยพายุหิมะที่ยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยรัฐแมสซาชูเซตส์ได้รับผลกระทบมากที่สุด ประชาชนกว่า 180,000 หลังคาเรือน ยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่พายุหิมะทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย ได้แก่ 11 รายในสหรัฐ และอีก 4 รายในแคนาดา โดยหนึ่งในนี้เป็นเด็กวัย 11 ปี เสียชีวิตจากการสูดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ขณะนั่งรอพ่ออยู่ในรถยนต์ที่เปิดเครื่องยนต์ไว้
หิมะที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ถนนสายต่างๆ ไม่สามารถสัญจรได้ และรถยนต์จำนวนมากถูกฝังอยู่ใต้หิมะ ประชาชนบางคนไม่สามารถเปิดประตูบ้านได้ด้วยซ้ำ ในบอสตันนั้นหิมะตกหนักวัดได้ 24.9 นิ้ว ซึ่งเป็นพายุหิมะที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 5 ตั้งแต่เมืองนี้เริ่มเก็บข้อมูลมา และทางเมืองได้ร้องขอรถตักดินและอุปกรณ์หนักเพื่อมาช่วยตักหิมะออกจากถนนเส้นต่างๆ ส่วนสนามบินหลักของนครนิวยอร์ค 3 แห่ง คือ ลาการ์เดีย,จอห์น เอฟ เคนเนดี้ และนวร์ก ที่ปิดไปตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ กลับมาเปิดทำการได้อีกครั้งเมื่อช่วงสายของวันเสาร์
สภาพอากาศเลวร้ายนี้ยังส่งผลถึงการส่งไปรษณีย์ในสหรัฐต้องหยุดทำการในหลายรัฐ และคาดว่าจะกลับมาให้บริการตามปกติได้ในวันนี้
หน่วยงานพยากรณ์อากาศของสหรัฐคาดว่า ในวันนี้จะมีฝนตกและอากาศอุ่นขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจจะทำให้หิมะเริ่มละลาย และอาจจะเกิดอันตรายจากหิมะบนหลังคาที่จะถล่มลงมาได้
ขณะที่ในบริเวณภาคกลางและใต้ของสหรัฐเผชิญพายุทอร์นาโด เช่น เมืองแฮตตี้สเบิร์ก รัฐมิสซิสซิปปี้ ประสบพายุหิมะทอร์นาโดลูกใหญ่ทำให้มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์น มิสซิสซิปปี้ และบ้านเรือนไม่กี่หลังได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : BLOOMBERG)



