
ข่มขืน-หื่น-โหด
ข่มขืน-หื่น-โหด : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ในวงสนทนาคราวหนึ่ง มีผู้ตั้งคำถามถึงนิยายรักร้อนแรงของวัยรุ่นที่กำลังเกลื่อนตลาดอยู่เวลานี้ ว่าส่งผลต่อสังคมอย่างไรบ้าง? ผู้ร่วมสนทนาที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ให้ความเห็นว่า เป็นความสูญเปล่าทางเศรษฐกิจ เพราะหนังสือประเภทนี้ทางสำนักพิมพ์แข่งกันพิมพ์ออกมามากมาย แต่ตัวหนังสือเองมีวงจรชีวิตที่สั้นมาก และไม่ได้ก่อประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ต่อสังคม หรือสติปัญญาแก่ผู้อ่าน
นักอ่านที่อยู่ในวงการหนังสือหนังหามาช้านาน กล่าวว่านิยายประเภทนี้ ซึ่งส่วนมากเป็นเรื่องของสาวไทยกับเจ้าชายอาหรับ เนื้อหาโดยทั่วไปแล้วไม่ได้ต่างจากหนังสือปกขาวที่เด็กหนุ่มนิยมอ่านกันในอดีต แต่ในปัจจุบันได้เข้าสู่ระบบของการพิมพ์จำหน่ายและวางขายในร้านหนังสือได้โดยเปิดเผยที่น่าตกใจคือกลุ่มคนที่อ่านหนังสือดังกล่าวกลับเป็นเด็กสาวๆ ทั้งๆ ที่เรื่องราวส่วนใหญ่จะเป็นไปในลักษณะ “ข่มขืน-หื่น-โหด” ซึ่งผู้เขียนก็มักจะอยู่ในวัยรุ่นเช่นกัน การขาดวุฒิภาวะของทั้งสองฝ่ายจึงนำไปสู่การเข้ารกเข้าพง และสำนักพิมพ์บางแห่งก็ผลักดันให้ผู้เขียนใส่ฉากเลิฟซีนที่รุนแรงและพิสดารลงไปในเรื่องมากๆ เพื่อดึงดูดผู้อ่าน
ผู้ร่วมสนทนาอีกคนซึ่งเป็นนักจิตวิทยาเชื่อว่า นิยายรักร้อนแรงของวัยรุ่น จะมีส่วนทำให้เด็กไทยรุ่นนี้เกิดอาการหมกมุ่นทางเพศและเสพติดความรุนแรง ดังจะเห็นจากข่าวและคลิปอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่นปัจจุบันค่อนข้างจะมีอิสระและใช้ชีวิตตามลำพังตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ขาดการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดจากครอบครัวเช่นเมื่อก่อน
ผู้ร่วมวงสนทนาถามผมว่า นักเขียนหรือสำนักพิมพ์มีการควบคุมเรื่องจรรยาบรรณหรือไม่ ซึ่งผมก็อ้อมแอ้มตอบไปว่า ในส่วนของนักเขียนไม่มีองค์กรที่ควบคุมด้านจรรยาบรรณเช่นแพทย์ นักหนังสือพิมพ์ หรือวิชาชีพอื่นๆ แต่คนที่เป็นนักเขียนจริงๆ นั้น ย่อมมีความรับผิดชอบในผลงานที่นำเสนอต่อสาธารณชน แม้จะไม่มีกฎกติกาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ผู้ที่เป็นนักเขียนก็จำต้องมีหลักจรรยาบรรณของตนอยู่ในใจ ส่วนสำนักพิมพ์นั้นก็คงต้องไปถามจากเจ้าตัวดูเอง
มีคำถามต่อมาว่า เหตุใดนักเขียนรุ่นก่อน เช่น “ศรีบูรพา” “ยาขอบ” “ดอกไม้สด” ฯลฯ ถึงมีผลงานที่อยู่ยั้งยืนยง แต่เวลานี้มีนักเขียนหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ก็มีอายุการทำงานเพียงช่วงสั้นๆ แล้วก็หายวับไปกับตา-ผมก็อ้ำอึ้ง ก่อนจะตอบออกไปว่า สมัยก่อน คนที่เขียนหนังสือเป็นมีน้อย แต่คนที่อ่านหนังสือเป็นมีมาก ผิดกับสมัยนี้ที่คนเขียนหนังสือไม่เป็นมีมาก แต่คนอ่านหนังสือเป็นมีน้อย
ผู้ร่วมวงสนทนาที่เป็นนักอ่าน สรุปสั้นๆ แต่ได้ข้อยุติว่า การอ่านการเขียนหนังสือของคนไทยขณะนี้ก็มีสภาพเดียวกับสังคมไทยในปัจจุบัน ที่ประชาชนโดนข่มขืน-หื่น-โหด จากอำนาจปกครอง



