
รู้กันทั้งกระบวนการ
รู้กันทั้งกระบวนการ : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
ฉาวที่สุดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ก็เรื่องโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง มูลค่าร่วม 6,000 ล้านบาท
ทั่วประเทศเต็มไปด้วยซากเสา ซากตึก ทิ้งร้าง ฟ้องถึงความห่วยในการบริหารของผู้มีอำนาจ ที่สำคัญมีกลิ่นฉาวๆ อาจมีรายการร่วมงาบงบก้อนนี้ด้วย
เรื่องนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับไว้ดำเนินการแล้ว ตามธงคงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ รัฐบาลที่ผ่านมา เป็นผู้อนุมัติ โดนไปอีก 1 เจ้าตัวเก็บตัวเงียบ แต่สุดท้ายก็ออกมาปฏิเสธ โดยโยนไปถึงรัฐบาลก่อนพรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้นเรื่อง พร้อมขู่ฟ้องกลับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ด้วย
กระบวนการสอบสวนภายใน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สั่งให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ลงไปจัดการให้เบ็ดเสร็จ
หากดูจากอาการของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ งานนี้ต้องมีคนรับผิดชอบและติดคุกแน่
โครงการสร้างโรงพัก 396 แห่งนี้ มีกลิ่นไม่ดีมาตั้งแต่ต้น และอาจมีผู้นำตำรวจบางคนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะจากหลักฐานเบื้องต้น ดีเอสไอจะเรียก 3 นายตำรวจใหญ่คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร., พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ รักษาการ ผบ.ตร. และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตผบ.ตร.และปลัดกระทรวงคมนาคมในขณะนี้มาให้ข้อมูล
ที่น่าห่วงคือ ดีเอสไอ ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง อาจมีธงโยงไปถึงฝ่ายค้าน แถมห่วงเวลานี้ยังไปคาบเกี่ยวกับช่วงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ด้วย
ยังมีอีก 1 โครงการฉาวที่กำลังตามมาติดๆ คือ การสร้างแฟลตตำรวจ 163 แห่ง งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ก็ยังไม่เสร็จสิ้น อาจจ่อเป็นคดีต่อไปด้วย
เรื่องนี้ถ้าไม่มีการตั้งธง ต้องมีข้าราชการประจำบางคนหนาวแน่นอน ไม่โดนทางตรงก็ต้องโดนทางอ้อม เพราะถามว่า ถ้ามีนักการเมืองเข้าไปมีเอี่ยว แล้วข้าราชการประจำไม่เล่นตามน้ำด้วย ก็คงผ่านไม่ง่ายเหมือนกัน
ดีเอสไอต้องไปดูให้ชัดใครเกี่ยวข้องต้องดำเนินคดีทุกคน อย่าเล่นงานข้างใดข้างหนึ่งแล้วตัดพวกพ้องเครือข่ายออกไป เพราะจะยิ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือไว้วางใจของหน่วยงานลงไปอีก
งบประมาณขนาดนี้ โครงการใหญ่ระดับนี้ฝ่ายการเมืองชงเองกินเองเดี่ยวๆ ไม่ได้หรอก



