
โทษปี่โทษโพลล์
โทษปี่โทษโพลล์ : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง [email protected]
ถามจริง คุณเชื่อไหมว่า พงศพัศ จะชนะ สุขุมพันธุ์ ผมไม่เชื่อ แต่ไม่ใช่ว่าโพลล์เอียง เพราะโพลล์เพียงสำรวจกระแสนิยมวงกว้าง การเลือกตั้งยังมีอีกหลายปัจจัย โดยเฉพาะ “คะแนนจัดตั้ง” ฐานเสียงของพรรค ที่วางไว้ในชุมชน อยู่นอกเหนือการสำรวจของโพลล์
โพลล์มีผลชี้นำไหม เรื่องธรรมดา ในแง่จิตวิทยาใครๆ ก็อยากเลือกผู้ชนะ แต่ก็มีผลด้านกลับ เพราะโพลล์นำอาจทำให้กองเชียร์ฝ่ายตรงข้ามฮึด ฝ่ายตัวเองประมาท พลาดแพ้ได้เหมือนกัน ที่กระทบแน่คือ ผู้สมัครรายย่อย ถูกดูดเสียงโค้งสุดท้าย เพราะผู้ใช้สิทธิต้องตัดสินใจระหว่าง 2 ตัวเก็ง ชอบใคร หรือเกลียดใครมากกว่ากัน ดีกว่าเลือกเสียฟรี
แต่ถามว่า ไม่มีโพลล์ ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดไหม สื่อมวลชน คอลัมนิสต์ นักวิเคราะห์วิจารณ์ ก็เปรียบมวยวางเดิมพันอยู่แล้ว เต็ง 1-2-3 บางครั้งหน้าแหกกว่าโพลล์อีก โพลล์ยังมีหลักวิชา เป็นการสะท้อนเสียงประชาชนตัวจริง ไม่ให้มีเพียงการชี้นำของสื่อและผู้มีชื่อทั้งหลาย
บางคนอาจสงสัยว่า เขาทำโพลล์กันแบบไหน ไม่เห็นเคยถามเราเลย แต่โพลล์เลือกตั้งอเมริกาที่ว่าแน่ๆ ก็สำรวจแค่หลักพัน สำคัญที่การสุ่มตัวอย่าง ซึ่งมีหลักการ ไม่ใช่แจกใบสอบถามในศูนย์การค้า สมมุติจะทำโพลล์เลือกตั้ง ผู้ทำก็ต้องสุ่มตัวอย่างให้ครบ ทั้งอายุ อาชีพ รายได้ ที่อยู่อาศัยในเขตต่างๆ
ตรงนี้จึงมีคำถามว่า แล้ว กกต.จะไปตรวจสอบโพลล์ได้ไง เพราะถ้าเขาสุ่มตัวอย่างตามหลัก จะจับผิดเขาตรงไหน ถ้า กกต.จะขอรายชื่อคนตอบโพลล์ นาย ก. นาย ข. ตามไปถามว่าคุณตอบอย่างนี้จริงไหม ทำได้หรือ เพราะนั่นเข้าข่ายคุกคามสิทธิส่วนบุคคล
การ “คุกคามโพลล์” แบบนี้เคยมีมาแล้ว สมัยทักษิณขอตรวจสอบเอแบคโพลล์ไง ตอนนั้นด่ากันขรมว่า แทรกแซงความเป็นอิสระ เสรีภาพทางวิชาการ
แต่ตอนนี้พอโพลล์ออกมาไม่ถูกใจ ก็หาว่าโพลล์เอียงข้าง ถูกซื้อ
เอแบคเป็นสำนักแรกที่ชี้ว่า พงศพัศ นำ ทั้งที่เอแบคถูกเสื้อแดงด่าบ่อยครั้งว่าเอียงทางเหลือง จากนั้น กรุงเทพโพลล์ ดุสิตโพล กระทั่ง นิด้าโพล ซึ่งสำรวจอะไรมักเป็นผลลบกับรัฐบาล ยังบอกว่าพงศพัศเฉือนเฉียดฉิว
แต่คนจำนวนหนึ่งก็ไม่เชื่อหรอก เชื่อตัวเองมากกว่า ปักใจเชื่อแน่วแน่ว่า งานวิเคราะห์วิจัยงานวิชาการอะไรที่เป็นผลดีกับรัฐบาล กับทักษิณ กับเพื่อไทย ต้องมีผลประโยชน์แอบแฝง
โพลล์ออกมา 4 สำนักตรงกันก็ยังมีคนฟื้นฝอย เอาเรื่องนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตลาออก มาตีปี๊บว่า เพราะไม่พอใจการทำโพลล์ เพื่อดิสเครดิตดุสิตโพล
แต่เอาเข้าจริงอดีตนายกสภามหาวิทยาลัย ปูชนียบุคคลวงการสื่อ ก็ให้สัมภาษณ์ว่า รับไม่ได้ที่สวนดุสิตไปรับจัดเวทีสานเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญของมหาดไทย เพราะเป็นการ “ฉีกรัฐธรรมนูญ 2550” ที่ท่านเป็น ส.ส.ร.มีส่วนร่วมร่างมากับมือ
ท่านบอกว่า สวนดุสิตไม่เป็นกลาง รับงานการเมือง แต่ตัวท่านเป็นกลางหรือ ไม่ได้รับใช้เผด็จการ ไม่ได้เลือกข้างแล้วหรือ หนำซ้ำยังมีปัญหาทับซ้อน เพราะปกป้องรัฐธรรมนูญรัฐประหารที่ตัวเองร่างมา
ที่จริงผมก็เชื่อว่า ผู้ทำโพลล์ชี้นำโพลล์ได้ ข้อสำคัญต้องดูการตั้งคำถามว่า ถามนำไหม บางครั้งโพลล์บางสำนักก็ชงคำถามเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ หรือบางเรื่องคนจะไม่ตอบตรง แต่ตอบดีๆ เข้าไว้ เช่น โพลล์คุณธรรมถามวัยรุ่นว่า วันวาเลนไทน์กับวันมาฆบูชา อะไรสำคัญกว่ากัน เชื่อสิ โพลล์ออกมาเกือบ 100 วันมาฆบูชาสำคัญกว่า แต่เอาเข้าจริงเกือบ 100 ก็ไปเที่ยววาเลนไทน์ โดยไม่ไปเวียนเทียน
เพียงแต่การทำโพลล์เลือกตั้งเป็นคำถามตรง ชงได้ยาก ผลที่ออกมาสอดคล้องกัน 4 สำนักจึงมีเหตุผล ปัญหาคือ สังคมไทยไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะสื่อและผู้มีปากเสียงชี้นำสังคม ซึ่งมักจะใช้ความเชื่อและอคติตัดสิน ใช้การโจมตีกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์มาทำลายเหตุผลและหลักวิชา
สังคมไทยปั่นป่วนวุ่นวายทุกวันนี้ไ ม่ใช่เพียงเพราะผู้คนฝ่ายต่างๆ มีผลประโยชน์แอบแฝงในการกระทำ ที่แย่กว่าคือ ผู้มี “เจตนาดี” แอบแฝงในการกระทำ เช่น สื่อ นักวิชาการ ที่เชื่อว่า ถ้ายึดมั่นหลักการประชาธิปไตยก็แพ้นักการเมืองเลว ตุลาการที่เชื่อว่า ถ้าตัดสินตรงไปตรงมาตามหลักกฎหมาย คนชั่วจะหลุดร่างแห จึงต่างใช้วิชาชีพเป็นเครื่องมือสนองเจตนาที่คิดว่าดี แต่ผลก็คือหลักการและเหตุผลที่สังคมควรยึดถือกลับถูกทำลายหมด
.........................
(หมายเหตุ : โทษปี่โทษโพลล์ : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง [email protected])



