
'ธาริต'ชี้'พงศพัศ'ถูกใส่ร้าย
'ธาริต' ยัน 'พงศพัศ' ไม่มีเอี่ยว 'ทีโออาร์' ก่อสร้างโรงพักทดแทน ชี้เป็นมรดกบาป ถูกเอาเรื่องไม่จริงมาใส่ร้าย
10 ก.พ. 56 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหาเสียงร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่วัดอรุณราชวราราม ว่า วันนี้ชวนนายกฯมาไหว้พระและสถานที่ที่มาวันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำรายได้เป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังพูดคุยกับเจ้าอาวาส ท่านเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และที่ผ่านมาทางวัดถูกละเลยในการติดตั้งกล้อง CCTV และการจัดสายตรวจอาสาสมัครต่างๆ จึงได้เรียนนายกฯและเจ้าอาวาส ฝากเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพราะสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ต่างเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างดี ซึ่งต้องยอมรับว่า ในแต่ละปีมีคนมาท่องเที่ยวนำรายได้เข้าสู่ประเทศมาก เพราะฉะนั้นการดูแลรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างที่เราจะทำศูนย์เฝ้าระวังอาชญากรรมต่างๆ ก็จะมีบริเวณวัดและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เข้าไปรวมอยู่ในแผนการดำเนินการที่ต้องให้เห็นผลภายในปีแรก
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อถึงกรณีการก่อสร้างโรงพัก (ทดแทน) ว่า ตนจะนำเอกสารไปยื่นให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยจะนำเอกสารข้อเท็จจริงต่างๆ ไปยื่น ซึ่งการหาเสียงนั้นก็เหนื่อยมาก แต่ว่าเรื่องราวต่างๆ ตนจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อะไรที่เป็นข้อสงสัยก็ยินดีให้ตรวจสอบ วันนี้จะนำเอกสารไปยื่นให้ 2 ส่วน คือ เรื่องของการมีชื่อเป็นกรรมการในการประกาศร่างเงื่อนไขประกวดราคาหรือทีโออาร์เป็นการแยกประมูลแบบรายภาค 1-9 ในสมัย พล.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ตนดูแลกลั่นกรองในเรื่องนี้ ก็ได้ดำเนินการแยกประมูลเป็นรายภาค แต่ว่าก็ไม่มีโอกาสไปดำเนินการเพราะต่อมา พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร. ได้นำเสนอการประมูลจากรายภาคมาเป็นแบบรวมการ ซึ่งทีโออาร์ตรงส่วนหลัง ตนขอยืนยันว่า ไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจาก พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ เป็นประธานทีโออาร์ เพราะฉะนั้นในส่วนแรกคงไม่มีปัญหาอะไร
ทั้งนี้ต้องรีบเข้าพบนายธาริต เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สื่อข่าวนำข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบและไม่ใช่ข้อเท็จจริงไปนำเสนอก็จะเป็นลักษณะการให้ร้ายกับผู้สมัคร และเกรงว่า จะทำให้ประชาชนเกิดการเข้าใจผิดและเป็นการให้ร้ายผู้สมัคร ตนไม่อยากให้ใครถูกดำเนินคดีมีโทษทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ซึ่งสำหรับทุกเรื่องตนพร้อมจะชี้แจงเพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในเอกสารทั้งหมด ทั้งนี้ตนคิดว่าทางดีเอสไอคงจะมีเอกสารอยู่แล้วแต่ที่อยากไปพบนายธาริต เพราะจะเรียนให้ทราบถึงเอกสารสองส่วนที่แยกกันและมีข้อเท็จจริงปรากฏชัด
เมื่อถามว่าท้อใจหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่ท้อจะเดินหน้าลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนเพียงแต่ว่าตนก็เพิ่งทราบหลังจากดูนายกฯก็เป็นคนใจเย็นใจดี แม้ว่าจะเจออะไรกระหน่ำอะไรต่างๆ ตนก็ตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกัน แต่ว่าก็ไม่ท้อเพราะเมื่ออาสาเข้ามาทำหน้าที่รับใช้พี่น้องประชาชนจะเดินหน้าต่อไป
'พงศพัศ' พบ 'ฐาริต' ยื่นเอกสารหลักฐานแจงปมสร้างโรงพัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ ได้เดินทางมาพบกับนายธาริต เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานชี้แจงและให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีในการจัดหาโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยได้ใช้เวลาหารือตรวจสอบเอกสารประมาณ 10 นาที จากนั้นได้ร่วมแถลงข่าว โดย พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ตนได้มามอบเอกสารให้กับนายธาริต ใน 2 ประเด็น ซึ่งหลังจากนี้ เป็นเรื่องของนายธาริต ที่จะแสวงหาข้อเท็จจริง แต่ตนยืนยันว่า จะไม่มีการฟ้องร้อง อยากจะขอสร้างมาตรฐานใหม่ในการเลือกตั้ง ไม่ใส่ร้าย อยากให้หาเสียง โปร่งใส แต่ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ก็บอกว่า ใจดีเกินไป อาจจะเป็นการยอมรับข้อเท็จจริง
ขณะที่นายธาริต กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารที่ พล.ต.อ.พงศพัศ นำมาชี้แจงในวันนี้ พบว่า ตรงกับเอกสารหลักฐานที่พนักงานสอบสวนได้สอบสวนไว้ โดยพบว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดทีโออาร์ โดยให้จัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทน ทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว แต่ปรากฏเป็นนายตำรวจบุคคลอื่น ซึ่งการสอบสวนคดีพิเศษจะทำการสอบสวนต่อไป และยืนยันว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ไม่เกี่ยวข้องใดๆ เลย ซึ่งถือว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นมรดกบาป ถูกเอาเรื่องไม่จริงมาใส่ร้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารที่นำมาแถลงข่าว ระบุว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ถูกแต่งตั้งเป็นประธานทีโออาร์ ในวันที่ 4 พ.ค. 52 และให้มีการดำเนินการจัดจ้าง โดยส่วนกลางและแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค ซึ่ง สตช.จะได้รับอาคารทำการไว้ใช้ระยะใกล้เคียงกันทุกจังหัด ในการประกวดราคาเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้จะให้แต่ละภาคประกาศเชิญผู้รับจ้างในทุกภาคส่วนภูมิภาค เข้าร่วมเสนอราคา แต่เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 52 สตช.โดย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริญ รักษาการผบ.ตร. ได้ทำหนังสือกราบเรียนนายกฯ โดยรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ เห็นชอบตามเสนอ โดยอนุมัติยกเลิกการดำเนินการ แยกการเสนอราคาเป็นภาค และอนุมัติให้จัดจ้างทุกอาคารร่วมกันในครั้งเดียว เมื่อ 20 พ.ย. 52 โดยมี พล.ต.ท.ธีรยุทธ เป็นประธานทีโออาร์



