ข่าว

วอนสกว.ศึกษาค้า-ท่องเที่ยวไทย-พม่า

วอนสกว.ศึกษาค้า-ท่องเที่ยวไทย-พม่า

10 ก.พ. 2556

รองพ่อเมืองสามหมอกวอน สกว.ช่วยพัฒนาความมั่นคงชีวิตในความท้าทายใหม่ ศึกษาผลกระทบจุดอ่อน-จุดแข็งของพม่าและไทยทั้งด้านการค้าและท่องเที่ยว

               10ก.พ.2556 นายทวีศักดิ์ วัฒนธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ ABC สัญจรแม่ฮ่องสอนเมื่อเร็วๆนี้ เรื่อง “การพัฒนาฐานความมั่นคงชีวิตท่ามกลางความท้าทายใหม่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน”

               จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ณ โรงแรมอิมพีเรียลธารา จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่บทเรียนความสำเร็จ รูปแบบการจัดการงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ การนำเสนอผลการวิจัยที่ “ติดดิน กินได้ เห็นผล และสอดคล้องกับการแก้ปัญหาของจังหวัด” ทั้งในด้านการพัฒนาอาชีพ ทรัพยากรธรรมชาติ และสังคมวัฒนธรรม

               รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดพิเศษที่ต่างจากจังหวัดอื่นของไทยเนื่องจากมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนกว่าร้อยละ 90 ทำให้เป็นต้นเหตุของปัญหาความยากลำบากทั้งของประชาชนและภาครัฐในด้านการคมนาคม การประกอบอาชีพ สาธารณสุข และการศึกษา จึงนับเป็นความท้าทายใหม่ที่จะต้องทำอะไรเพื่อให้ชาวแม่ฮ่องสอนที่น่าสงสารได้รับความเห็นใจและไม่ถูกละเลยที่จะช่วยแก้ปัญหาให้หลุดพ้นจากความแร้นแค้น ด้วยการสร้างประโยชน์และทางเลือกแก่จังหวัดแม่ฮ่องสอน การประชุมวิชาการครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดียิ่งที่ชาวแม่ฮ่องสอนจะได้รับผลพวงจากงานวิจัยของ สกว.

               ขณะที่ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า สกว. เห็นความสำคัญของงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ (Area Base Collaborative หรือ ABC) ซึ่งเน้นความสำคัญของบริบทพื้นที่จังหวัดเพื่อสร้างความรู้ที่สามารถตอบโจทย์ในการสร้างทางเลือกและโอกาสในการพัฒนาให้กับคนในพื้นที่ สามารถเชื่อมโยงความรู้กับกลไกพัฒนาจังหวัดจนสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาของพื้นที่ได้

               สำหรับการประชุมครั้งนี้นอกจากจะมีการเสวนาเรื่อง “ศักยภาพและความท้าทายใหม่ของการพัฒนาพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน” และการเสวนาเรื่อง “พัฒนาการขับเคลื่อนการวิจัยเพื่อพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน” สกว.ยังจัดให้มีการนำชมผลงานวิจัย 2 เรื่องประกอบด้วย งานวิจัยด้านพลังงานทดแทนเพื่อความมั่นคงและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน ณ บ้านหัวปาย และบ้านปายสองแง่ ในเขตอำเภอปาย

               โดยความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ คือ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ชุมชน รวมทั้งนักวิจัย ในการพัฒนาพลังงานทดแทน ได้แก่ พลังงานไฟฟ้าจากลมและแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดน ตลอดจนการให้แสงสว่างแก่ชุมชน ซึ่งภายหลังได้มีการขยายผลเป็นการทำงานร่วมกับกองทัพภาคที่ 3

               นอกจากนี้ยังนำชมผลงานวิจัยกระบวนการจัดการเมืองเพื่อการอนุรักษ์ในการรักษาอัตลักษณ์ให้คงอยู่และสร้างระบบการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ณ พิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมืองแม่ฮ่องสอนตลอดจนแนวคิดในการจัดการท่องเที่ยวเชิงเคารพเพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของเมืองแม่ฮ่องสอนที่ยังคงรักษาความสวยงามและคุณค่าของวัฒนธรรมพื้นถิ่นและศิลปะของชาวไทใหญ่ไว้ได้เป็นอย่างดี

               นายพูลศักดิ์ สุนทรพานิชกิจ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมน่าจะเป็นสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ขณะที่การค้าชายแดนกับพม่านั้น ในอนาคตเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคงมีจุดผ่อนปรนต่าง ๆ ตามแนวชายแดนมากขึ้น แต่แก้ไขเรื่องกฎระเบียบ ถนนหนทางและการคมนาคมขนส่งที่ยังคงเป็นอุปสรรคอยู่ให้ได้เพื่อให้มีความพร้อมในการรับมือและเกิดการเติบโตที่ยั่งยืน จึงหวังว่างานวิจัยของ สกว. จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันให้มีการขับเคลื่อนทางธุรกิจ

               เช่นเดียวกับนายวิชัย เข็มทองคำ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก ซึ่งเห็นว่าโอกาสและข้อได้เปรียบของแม่ฮ่องสอนในด้านการค้าชายแดน คือ มีพรมแดนติดและจุดผ่อนปรนที่จะใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งเข้าสู่พม่าได้ เพราะสินค้าไทยมีคุณภาพดีเป็นที่นิยมของชาวพม่าโดยเฉพาะรัฐฉานซึ่งมีเชื้อสายไทใหญ่เช่นเดียวกับชาวแม่ฮ่องสอน แต่จะต้องแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของพม่าที่อาจทำให้อุตสาหกรรมของไทยชะงักได้ อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงาน เป็นต้น และควรศึกษาข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบในการค้าขายกับพม่าด้วย รวมถึงต้องหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนความมั่นคงของรัฐและต้องทำความเข้าใจตลอดจนข้อตกลงทางการค้าที่ชัดเจน

               สอดคล้องกับแนวคิดของนายประชา เตรัตน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย  ที่กล่าวว่า สกว.จะต้องศึกษาผลกระทบจุดอ่อน-จุดแข็งของพม่าและไทย การสร้างผลประโยชน์ร่วมกันบนพื้นฐานของความจริงใจ ไม่ตักตวงผลประโยชน์จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

               "ทั้งนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนควรรวบรวมแนวคิดและเปิดประชาคมให้ประชาชนในทุกพื้นที่ได้แสดงออกถึงจุดยืนร่วมกันว่าต้องการสิ่งใดแล้วจึงผลักดันให้เกิดสิ่งนั้น เพื่อให้ชาวแม่ฮ่องสอนได้ข้อมูลในการตัดสินใจและกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าชายแดนหรือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์" นายวิชัย กล่าว