
ราหุลฟีเวอร์ (2)
ตลอดช่วงหนึ่งสัปดาห์ในกรุงนิวเดลี ดิฉันทั้งอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์และนิตยสาร รวมทั้งดูข่าวโทรทัศน์ที่พูดถึงแต่ ราหุล คานธี ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ทางการเมืองที่มาแรงสุดๆ สามารถสร้างกระแส "ราหุลฟีเวอร์" ไปทั่วทั้งประเทศ ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญดึงดูดผู้มีสิทธิออ
เหตุผลที่ทำให้กระแส "ราหุลฟีเวอร์" มาแรงถึงขั้นมีการตั้งกลุ่ม "กองทัพน้อยของราหุล" ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนเส้นทางการเมืองของราหุลให้ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในอีก 5 ปีข้างหน้า ไม่ใช่เพราะเขามีเชื้อสายเก่าแก่ทางการเมืองอย่างยากหาใครเทียมทาน มีตาทวดชื่อเยาวหะราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศ มีย่าชื่ออินทิรา คานธี นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอินเดีย มีพ่อชื่อราชีพหรือราจิ๊บ คานธี นายกรัฐมนตรีที่ถูกหน่วยพลีชีพหญิงของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬศรีลังกากดระเบิดตายอย่างน่าอนาถ
จนทำให้ราหุลซึ่งขณะนั้นยังมีอายุไม่มากนักถึงกับขวัญกระเจิง ประกาศจะไม่ยอมเล่นการเมืองเหมือนบรรพบุรุษ และหนีไปอยู่ต่างประเทศนานกว่าสิบปี ปล่อยให้ปริยันกา พี่สาวเล่นการเมืองคนเดียวมานานก่อนที่น้องชายจะเปลี่ยนใจยอมกระโจนเข้าสู่เส้นทางชีวิตนี้แล้วก็สามารถสร้างตำนาน "ราหุลฟีเวอร์" ขึ้นมา โดยเริ่มจากการตั้งฐานการเมืองในหมู่เยาวชนผ่านสมัชชาเยาวชนในพรรคคองเกรสทั้งในเมืองและชนบท
ที่สำคัญ ราหุลเป็นคนที่เชื่อมั่นในพลังของชาวบ้านในเขตท้องที่ห่างไกล จึงตระเวนเยือนหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ สัมผัสกับชีวิตที่แท้จริงของพี่น้องร่วมชาติด้วยตาตัวเอง จากนั้นก็วิเคราะห์ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นและสัมผัสกับตัวเอง ไม่ใช่วาดภาพเพ้อฝันจากหอคอยงาช้างเฉกเช่นนักการเมืองส่วนใหญ่
หนังสือพิมพ์บางฉบับถึงกับตั้งประเด็นคำถามว่า "ราหุลเป็นนักวางแผนยุทธศาสตร์ทางการเมืองผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์หรือว่าเป็นเจ้าแห่งการตลาดผู้ชาญฉลาด" กันแน่
ความสำเร็จของราหุล ไม่เพียงแต่จะทำให้ตัวเองชนะเลือกตั้งได้เป็นส.ส.เท่านั้น หากยังสามารถนำกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่หลายต่อหลายคนคว้าชัยชนะในหลายรัฐ โค่นแชมป์เก่าที่ผูกขาดตำแหน่งมานานให้ล้มคว่ำอย่างไม่เป็นท่า อย่างเช่นที่รัฐมัธยประเทศ นักการเมืองหญิงวัย 35 ปีที่ราหุลเลือกมากับมือก็สามารถควํ่าส.ส. 5 สมัยจากพรรคภาราติยะ ชนตะได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ความสำเร็จเหล่านี้ ทำให้ราหุลมีส่วนร่วมอยู่เบื้องหลังในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ปูทางสำหรับอนาคตการเมืองในอีก 5 ปีข้างหน้า



