ข่าว

ชาติไหนจะบ้าบอลผู้ดีเหมือนเรา

ชาติไหนจะบ้าบอลผู้ดีเหมือนเรา

10 ก.พ. 2556

จะมีชาวเอเชียชาติไหนบ้าบอลอังกฤษ เหมือนบ้านเรา : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ [email protected]

                         หลายคนเชื่อว่าความรักเป็นแรงบันดาลใจ เป็นพลังของชีวิตมนุษย์ในด้านใดด้านหนึ่ง และความรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันอาจทำให้เราหลงใหล และรื่นรมย์ไปกับสิ่งนั้น แต่มันก็เป็นแรงผลักดันให้เราทำอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะการไขว่คว้าไปให้ถึงในสิ่งที่เรารัก และหากเรารักในสิ่งหนึ่งสิ่งใดร่วมกับคนอื่น พวกเราอาจพร้อมใจกันค้นหามัน

                         เหมือนกับที่แฟนฟุตบอลหลายคน รวมตัวกันในสถานที่ต่างๆ เพื่อชม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมใหญ่ๆ ด้วยกัน ทว่าผู้เขียนได้ยินนักจัดรายการเพลงท่านหนึ่งพูดผ่านคลื่นของตัวเองว่า "จะมีชาวเอเชีย ชาติไหน บ้าบอลอังกฤษ เหมือนบ้านเราหรือไม่ ทีมชาติไทย เตะกันลั่นทุ่งไม่ไปดู แต่ก็อย่างว่า เมื่อรู้ตอนจบว่าคงไม่ต่างจากที่เห็นมากนัก ใครจะอยากเสียเงินไปดู"

                         เมื่อครั้งผู้เขียนเคยเดินทางไปประเทศ สิงคโปร์ ชาติร่วมย่านอาเซียนหลายหน ตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน ไม่ว่าจะเข้าเมืองด้วยชัตเติลบัส หัวละ 7 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือไปแท็กซี่ ตกหลายสิบ เพราะระยะทาง 20 กิโลเมตร แถมชาร์จอีก 3 ดอลลาร์ หรือจะนั่งรถเมล์ ราคาตามระยะทาง

                         ซึ่งไม่ว่าจะเข้าเมืองด้วยวิธีใด ผู้เขียนก็เห็นว่าอารยธรรมคลั่งไคล้ฟุตบอลตะวันตกของเขาก็ไม่ต่างจากเรา แม้กระทั่งบริเวณ โรงแรมราฟเฟิลส์ สถานที่ซึ่งคิดผสมค็อกเทลสูตรใหม่สีชมพูใส "สิงคโปร์สลิง" เมื่อปี 1915 กลายเป็นเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวต่างถวิลหา ก็ยังเห็นร่องรอยของ แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อยู่แถวนั้น

                         ขณะที่ฟุตบอล ชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย ครั้งที่ 16 หรือ เอเชี่ยนคัพ 2015 รอบคัดเลือก นัดแรก กลุ่ม บี ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่ง ไทย พ่าย คูเวต 1-3 แม้จะเห็นบางตาเพราะสนามใหญ่ แต่เมื่อดูจากยอดบัตรเข้าชมการแข่งขันแล้ว ผู้ชมมากเกือบสองหมื่น

                         จึงไม่ทราบว่าผู้จัดรายการวิทยุท่านหนึ่งใช้ความฝัน ความนึกคิด หรือประสบการณ์จริง มาจัดรายการ ประโยคดังกล่าวอาจไม่มีผลอะไรเลย หากผู้พูดไม่ได้เป็นนักจัดรายการวิทยุ ไม่ทราบว่านักจัดรายการวิทยุท่านนั้นได้เข้าไปชม "ช้างศึก" เล่นนัดเหย้าวันนั้นหรือไม่ หรือเคยเข้าสนามฟุตบอลครั้งสุดท้ายเมื่อไร เคยดูฟุตบอล ไทยลีก หรือไม่ เช่นเดียวกัน นักจัดรายการวิทยุท่านนั้น เคยก้าวออกจากแผ่นดินไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านสักครั้งหรือไม่

                         บางครั้งเมื่อเราพูดอะไรแล้วต้องเจ็บปวด และมีบาดแผลจากการพูดไม่คิด ที่ไม่มียาใดรักษาได้ แม้แต่เวลาที่ว่ารักษาได้ทุกอย่าง คำพูดที่ดูหมิ่นต่อความรักของคนเราต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นเช่นกัน

                         หากเราไม่ได้รักในสิ่งหนึ่งสิ่งใดร่วมกับคนอื่น ก็ไม่ควรเบียดเบียนความรักของพวกเขาด้วยคำพูดดูแคลนน้ำใจของเขา และนี่เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่นักจัดรายการวิทยุควรจะมี ควบคู่กับใบผู้ประกาศ เพราะการอ่านออกเสียงควบกล้ำชัดเจน ใช้ภาษาดีเด่น ก็ไม่ได้รวมถึงให้คนคนนั้นใช้วาทกรรมของตัวเองดูแคลนความรักของคนอื่นเช่นนี้

                         หรือหากจะหมายถึงผลการแข่งขัน ก็ขอให้นึกไว้ว่าในโลกของเกมกีฬา ความสำเร็จไม่ใช่สิ่งน่าโอ้อวด และความล้มเหลวก็ไม่น่าอับอาย แม้พวกเขาหลายคนใฝ่หาชื่อเสียง และถึงกับยินยอมตายเพื่อชื่อเสียงก็ตาม เพราะคำว่า "ทีมชาติ" จะไม่เคยล่มสลาย ตราบเท่าที่ชาติไม่ล่มสลาย แม้ใบหน้าทั้งนักฟุตบอล ทีมงานผู้ฝึกสอน หรือกระทั่งแฟนบอลในเกมนั้น เหนื่อยล้า ขาดแล้งอารมณ์ขัน ช่างน่าสลดเพียงใดก็ตาม ผู้จัดรายการวิทยุท่านนั้นเคยเห็นสดๆ กับตาตัวเองสักครั้งในชีวิตบ้างไหม หรือเห็นแต่ผ่านจอสี่เหลี่ยม

                         การเป็นผู้นำวัยรุ่น การจะเป็นหัวหน้าเด็ก ต้องไม่ลืมทั้งวัยเด็กของตัวเอง และคำนึงถึงวัยเด็กของคนอื่น ไม่ใช่พูดด้วยวัยคะนอง จะด่าใครก็ได้ จะว่าใครก็ได้ แต่ควรมีเหตุผลรองรับ เพราะเข้าใจว่าคลื่นนั้นได้รับผู้จัดรายการวิทยุท่านนั้นมาด้วยวุฒิปริญญาตรี เป็นอย่างต่ำ วุฒิภาวะ เหตุผล ก็ควรโตตามตัวมาด้วย ถ้าจะเอากันเพียงสนุกปาก ก็อัดหน้าตัวเองผ่านเว็บไซต์ยูทูบ ก็ไม่มีใครว่า หรือใช้วิธียืมดาบคนอื่นฆ่าคน อ่านข้อความจากผู้ฟังรายการก็ยังได้

                         เราอาจเคยได้ยินคนบางคน กล่าวหาว่านักฟุตบอลทีมชาติหลายคนของตัวเอง ไม่น่าเชื่อถือ ขาดความเสมอต้นเสมอปลาย ทำเหมือนกับว่า "ฮีโร่" คนนั้นไม่เคยมีอยู่จริง ไม่มีเลือดเนื้อ เป็นเพียงตุ๊กตาที่ถูกโค้ชฟุตบอลระดับสโมสรปั้นขึ้นมา แต่โชคดีปั้นสวย ถูกใจโค้ชทีมชาติ ทั้งที่จริงๆ แล้วหาก "ฮีโร่" คนนั้นไม่เคยมีอยู่จริง ทำไมเราจึงยัง "ใส่ใจ" ในชะตากรรมและความเป็นไปของเขา

                         นักฟุตบอลทีมชาติเหล่านั้น เวลาแข่งแพ้แต่พวกเขากลับไม่มีความรู้สึกเขินอายที่ยังต้องใส่เสื้อทีมชาติไปไหนมาไหน ผิดกับคนที่กล่าวหาพวกเขา ซึ่งแทบอยากจะถอดเสื้อทิ้ง เหมือนคนทำอะไรไม่เข้าที่เข้าทาง จะไปทางใดก็ไม่ไปสักทาง ซ้ายไม่ซ้าย ขวาไม่ขวา จะเดินหน้าก็ไม่ใช่ จะถอยก็ไม่กล้า ความละล้าละลังกึ่งกล้าๆ กลัวๆ นี้ทำให้ทุกอย่างประดักประเดิด...อายแม้กระทั่งธงชาติของตัวเอง

 

 

--------------------

(จะมีชาวเอเชียชาติไหนบ้าบอลอังกฤษ เหมือนบ้านเรา : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ [email protected])