
ชาวจีนทั่วโลกฉลอง'ตรุษจีน'
จีน และอีกหลายปท. ต่างเฉลิมฉลองวันตรุษจีน หรือปีแห่งการเริ่มต้นนักษัตรใหม่ ตามปฏิทินจันทรคติ เมื่อปีมังกร หรืองูใหญ่ อำลาไป และปีมะเส็ง หรืองูเล็กเข้ามาแทนที่
10 ก.พ. 56 ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ได้มีการตีระฆัง น้ำหนัก 63 ตัน ซึ่งอยู่บนหอสูงที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1815 ตามด้วยเสียงจุดปะทัดดังกึกก้อง เจ้าของร้านค้าแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้หอสูง ได้ต้อนรับปีมะเส็ง พร้อมกับความปรารถนาเหมือนกับคนทั่วๆ ไป ที่อยากให้พ่อแม่มีสุขภาพแข็งแรง , ลูกๆ เติบโตอย่างมีความสุข และมีชีวิตที่ดีขึ้น และยังอวยพรให้ทุกคนมีความสุขในวันตรุษจีน ที่ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนด้วย
ประเพณีขึ้นปีใหม่ของจีน ได้ชื่อว่าเป็นช่วงเวลาแห่งสีสันและพลุ ประทัดและงานเลี้ยง แต่ปีนี้ทางการจีน ขอให้ประชาชนเฉลิมฉลองอย่างจำกัด โดยขอให้ลดการจุดประทัดลงเพื่อลดมลภาวะในกรุงปักกิ่ง ทั้งยังเดินหน้านโยบายต่อต้านความฟุ่มเฟือย ด้วยการสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และบริษัที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ ยกเลิกงานเลี้ยงตามโรงแรมหรู และห้ามการรับประทานอาหารแบบกินทิ้งกินขว้างกันตามภัตตาคารหรูต่างๆ
แม้ว่าวันตรุษจีนจะเป็นวันหยุดแห่งชาติ ที่ยาวถึง 5 วัน ในจีน แต่การเฉลิมฉลองตามประเพณีจะดำเนินต่อไปจนครบ 2 สัปดาห์ ซึ่งวันสุดท้ายจะตรงกับเทศกาลโคมไฟ ที่กรุงไทเปของไต้หวันมีประชาชนหลายร้อยคน ไปร่วมการสวดมนตร์ที่วัดลองชาน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ บอกว่า ไปขอพรให้ไต้หวันมั่งคั่งรุ่งเรือง ทุกคนมีแต่ความสงบสุข และขอให้ครอบครัวมีโชคลาภ โดยมีพระภิกษุเดินผ่านพวกเขาและเปล่งเสียงสวดมนต์
ชาวฮ่องกง พากันไปที่วัด หว่อง ไถ้ ซิน โดยพวกเขารีบไปกันตั้งแต่ตอนเที่ยงคืน เนื่องจากเชื่อว่าคนแรกที่ไปสวดมนตร็จะมีโชคลาภ ส่วนใหญ่อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้นตัน เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไม่ค่อยดี และที่สำคัญกว่านั้นคือ อยากให้ราคาบ้านลดลงด้วย
ที่กรุงฮานอย ของเวียดนาม ฝูงชนต่างออกไปดูการจุดพลุ ในละตินอเมริกา ก็มีการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเช่นกัน มีการแสดงการเชิดสิงโตและมังกร ตามถนนในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ส่วนการเฉลิมฉลองอื่นๆ ก็มีทั้ง การชิมอาหารจีน การแสดงศิลปะการป้องกันตัวและเทศกาลโคมไฟ
การฉลองตรุษจีนที่เปรู มีการเชิดสิงโต ที่ย่านไชน่า ทาวน์ ในกรุงลิม่า และส่วนหนึ่งของการแสดง คือ ผู้ที่เชิดสิงโต ได้พยายามจะคว้าใบผักกาด อันเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ความสุข และความมั่งคั่งรุ่งเรือง ซึ่งที่เปรู มีประชากรชาวจีนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP , AFP)



