ข่าว

เก็บเงินแต๊ะเอีย

เก็บเงินแต๊ะเอีย

10 ก.พ. 2556

เก็บเงินแต๊ะเอีย : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

               เพราะเป็นผู้ไม่สันทัดเรื่อง “ตรุษจีน” นอกจากจะแค่คุ้นเคยว่า เป็นวันขึ้นปีใหม่จีนแล้ว ก็มีความรู้แบบงูๆ ปลาๆ แบบหาสาระไม่ได้ว่า ตรุษจีนจะมาพร้อมซองอั่งเปาที่บรรจุเงินแต๊ะเอีย โดยผู้น้อยเป็นฝ่ายรับจากผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่เป็นฝ่ายให้แก่ผู้น้อย

                ลองค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เพื่อหาความหมายที่แท้ของคำว่า “อั่งเปา” และ “แต๊ะเอีย” ก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่า ตั้งแต่โลกออนไลน์เข้ามาบทบาทกับชีวิตเพียงปลายนิ้วสัมผัส ความเชื่อและศรัทธาในความรู้อย่างแท้จริงก็เบาบางลงจนจับอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ ด้วยกลายเป็น “โลกนี้มีมายา” ไปเสียหมด

                ภาพที่เห็นแล้วกดไลค์ กดแชร์กันถล่มทลาย กลายเป็นภาพตัดต่อ ที่บางครั้งถูกต่อเติม แต่งแต้มจนเกินเลยความจริงไปเยอะ กว่าจะรู้ว่าไม่ใช่ของจริง ก็ถูกบรรดาผู้หวังดีทั้งหลายถล่มก่นด่า โดย “ขาเม้นท์” ที่เสนอหน้ามานวลเนียนไปกับสถานการณ์ ก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวแต่แรกเริ่ม

                ครั้นจะหาความจริงจากความอวดรู้ของผู้คนที่แสดงความเห็นกันโดยไม่มีการตรวจสอบ ก็ไม่รู้ว่าอะไรจริง และอะไรไม่จริง สุดท้ายต้องยอมจำนนว่า เราคงไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง แต่หากจะต้องรู้ให้ได้ ก็ต้องเพียรหาข้อมูลอย่างลุ่มลึก และพึงตระหนักว่า ไม่มีอะไรง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสเหมือนอย่างที่คิด

                เรื่องอั่งเปาและแต๊ะเอีย จึงกลายเป็นเรื่องที่ขอทำความเข้าใจจากความคุ้นเคยเก่าๆ เท่านั้นก็เป็นพอ

                 และความน่าสนใจคงไม่ได้อยู่แค่ความหมายของคำ แต่อยู่กับความเป็นจริงเมื่อเปิดซองอั่งเปาว่า ปีนี้จะได้แต๊ะเอียมากมายเท่าไหร่

                อย่างที่บอกว่า เพราะไม่คุ้นตั้งแต่ต้น ทำให้ตอนเด็กๆ เคยได้รับแต๊ะเอียแบบขำๆ จากญาติผู้ใหญ่ที่คงอยากให้เด็กมีอารมณ์ร่วมกับเทศกาล เงินที่ถูกยัดใส่มือในช่วงตรุษจีนจึงไม่พ้นแบงก์ 20 และถ้าปีไหนมีใครส่งแบงก์ร้อยให้ ต้องถือว่าปีนั้นโชคดี “เฮง เฮง” มากๆ จนกระทั่งเมื่อโตขึ้น เริ่มพบเจอกับประสบการณ์ใหม่มากขึ้น จนทำให้รู้ว่า สำหรับเด็กไทยเชื้อสายจีนบางคนแล้ว เฝ้ารอคอยตรุษจีนด้วยใจระทึก เพราะบางคนเมื่อรวมเงินจากญาติผู้ใหญ่ทั้งหมดแล้ว ยอดเงินแต๊ะเอียสูงถึงหลักหลายหมื่น หรืออาจจะถึงหลักแสนเลยก็มี

                ลองดูข้อมูลยืนยันจากศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ ที่จัดทำผลวิจัยเชิงสำรวจเกี่ยวกับ “การจับจ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีน” โดยศึกษาจากคนไทยเชื้อสายจีนที่พักอาศัยในพื้นที่ 17 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 1,269 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 29 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ 2556 พบว่า เงินที่จะสะพัดในช่วงตรุษจีนทั่วประเทศมีจำนวนสูงถึง 1.3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อของเซ่นไหว้ 5.6 หมื่นล้านบาท ค่าใช้จ่ายสำหรับเงินแต๊ะเอีย 5.5 หมื่นล้านบาท ค่าใช้จ่ายสำหรับท่องเที่ยว 1.8 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำบุญ ซื้อของขวัญ อีกประมาณ 821 ล้านบาท

                เงินแต๊ะเอียกับเงินค่าซื้อของเซ่นไหว้นั้น เบียดกันมาติดๆ ห่างกันในราวพันล้านบาท และแค่ทั้ง 2 รายการนี้ ก็แทบจะเป็น “ทั้งหมด” ของเงินที่คาดว่าจะสะพัดในช่วงตรุษจีนปีนี้แล้ว

                ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ตรงคำถามถึงค่าใช้จ่ายที่เตรียมไว้ใช้สำหรับใช้จ่ายช่วงตรุษจีนปีนี้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ประมาณ 30.6% บอกว่า จะจับจ่ายใช้สอยในจำนวนเงิน 6,001 บาทขึ้นไป รองลงมา 24.9% บอกว่าจะใช้ไม่เกิน 2,000 บาท อีก 22.5% บอกว่าจะใช้จ่าย 2,001-4,000 บาท และอีก 22% จะใช้เงินในราว 4,001-6,000 บาท

                เข้าใจว่า ในแบบสอบถามคงจะกำหนดช่วงของวงเงินใช้จ่ายเป็น 4 ช่วง ตั้งแต่ไม่เกิน 2,000 บาท ระหว่าง 2,001-4,000 บาท ระหว่าง 4,001-6,000 บาท และ 6,001 บาทขึ้นไป
 แสดงว่า คนส่วนใหญ่ 30.6% ตั้งใจใช้จ่ายในจำนวนเงินสูงสุด

                ผลสำรวจยังถามถึงการใช้จ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนเปรียบเทียบกับปี พ.ศ.2555 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มตัวอย่างครึ่งต่อครึ่งหรือ 50% มีแนวโน้มการจับจ่ายซื้อของไว้เพิ่มขึ้น ส่วนอีก 41.8% จะมีการใช้จ่ายสำหรับอั่งเปาเพิ่มขึ้น และ 44.2% ระบุจะใช้จ่ายในการท่องเที่ยวและอื่นๆ เพิ่มขึ้น

                สุดท้าย เมื่อสอบถามถึงความตั้งใจที่จะใช้จ่ายเงินจำนวนมากหรือก้อนใหญ่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ พบว่าเกือบทั้งหมดหรือประมาณ 96.2% ระบุว่า จะไม่ใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้ออะไรเป็นพิเศษ มีเพียงแค่ 3.8% ที่ระบุว่า ตั้งใจจะใช้เงินจำนวนมาก เพื่อซื้อของขวัญให้ลูกหลาน ซื้อของเพื่อแสดงความเคารพผู้มีพระคุณ หรืออาหารเลี้ยงภายในครอบครัว

                เสียดายก็แต่ว่า แบบสอบถามไม่ได้ซักไซ้ต่อไปว่า เหตุที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ไม่ยอมใช้เงินก้อนใหญ่นั้น เป็นเพราะอะไร อาจจะเพราะไม่มีของที่ต้องการ หรืออาจจะเพราะไม่มั่นใจกับภาวะเศรษฐกิจการเงิน หรือแค่ต้องการประหยัดเก็บออม แต่ที่แน่ๆ ก็คือ คนส่วนใหญ่ไม่มีเป้าหมายในการใช้เงิน เมื่อไม่ใช้ ก็ต้องหาที่เก็บที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรที่จะเห็นบรรดาแบงก์ออกแคมเปญรับ “ตรุษจีน” กันอีกครั้ง

                เท่าที่ลองรวบรวมมาให้พิจารณา มีดังนี้ ธนาคารกรุงไทยออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ KTB อั่งเปา ระยะเวลาฝาก 8 เดือน ฝากขั้นต่ำ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 2.90% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน ผู้สนใจสามารถเปิดบัญชีได้ที่ทุกสาขากว่า 1,100 แห่งทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์

                ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ควบรวมเทศกาลตรุษจีน และเทศกาลวันแห่งความรัก กับเงินฝาก “ตรุษจีน อินเลิฟ” โดยเป็น “เงินฝากประจำขั้นบันไดรับทรัพย์ 15 เดือน” อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 8% ต่อปี ทั้งนี้ ดอกเบี้ยจะขยับสูงขึ้นตามระยะเวลาฝาก เริ่มจากเดือนที่ 1-3 ผู้ฝากจะได้รับดอกเบี้ย 2.50% และปรับเพิ่มขึ้นทุกๆ เดือน จนกระทั่งเดือนที่ 15 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงสุดถึง 8% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการ 3.3% ต่อปี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท เปิดบัญชีจนถึง 31 มีนาคม

                ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) มีแคมเปญ “เงินฝากพิเศษ 1 ล้านบาท 4 เดือน ดอกเบี้ย 3.4% ต่อปี” สำหรับลูกค้าใหม่บุคคลธรรมดาที่มีวงเงินฝาก 1 ล้านบาท เปิดบัญชีได้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ออกแคมเปญ “เงินฝากประจำอั่งเปา 118 วัน และ 188 วัน” ให้เป็นทางเลือกแก่ผู้ฝากเงินที่ต้องการออมเงินระยะสั้น หรือระยะปานกลาง โดยเงินฝากประจำอั่งเปา 118 วัน ฝากตั้งแต่ 5 หมื่นบาท แต่ไม่ถึง 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.77% ต่อปี ฝากตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 2.80% ต่อปี ส่วนเงินฝากประจำอั่งเปา 188 วัน ฝากตั้งแต่ 5 หมื่นบาท แต่ไม่ถึง 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.80% ต่อปี ฝากตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 2.90% ต่อปี

                จากความตั้งใจเดิมจะพาดหัวว่า “ใช้เงินแต๊ะเอีย” พอเขียนเสร็จจึงเปลี่ยนใหม่เป็น “เก็บเงินแต๊ะเอีย” ด้วยเหตุที่ผู้คนต่างก็ไม่ยอมใช้เงิน !

 

.................................................

(เก็บเงินแต๊ะเอีย : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )