ข่าว

ท้องถิ่นต้าน!เปิดเหมืองทองคำ

ท้องถิ่นต้าน!เปิดเหมืองทองคำ

09 ก.พ. 2556

เปิดแปลงใหม่เหมืองทองคำ บนความท้าทายของแรงต้านจากท้องถิ่น : บุญชู ศรีไตรภพ ... รายงาน

                          การยื่นขอเปิดเหมืองแปลงที่ 7 เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำ ของบริษัททุ่งคำ จำกัด ในการผลิตทองคำจากสินแร่ ที่ภูเหล็ก ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย กำลังเข้าสู่รอยต่อของความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจว่า โครงการนี้จะสามารถดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ เพราะอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากความเห็นของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการกำหนดขอบเขต สำหรับเปิดประทานบัตรแปลงใหม่ และต่ออายุประทานบัตรเดิม ที่ดำเนินการโดยคณะนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล 

                          ก่อนหน้านี้ บริษัททุ่งคำ จำกัด มีเหมืองแร่ทองคำ 1 แห่ง ที่หมู่ 3 ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งเป็นการยื่นขอประกอบการจำนวน 6 แปลง และได้คำขอประทานบัตรจากกระทรวงอุตสาหกรรมในเดือนตุลาคม 2545 ที่บริเวณภูทัพฟ้า เนื้อที่ 1,308 ไร่ ก่อนที่จะเปิดดำเนินการในปี 2549

                          อย่างไรก็ตาม ในประกอบการดังกล่าวกลายเป็นที่มาของการร้องเรียนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นภายหลังการเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ โดยเดือนมีนาคม 2553 มีการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า เกิดปัญหาน้ำเสียจนทำให้สัตว์น้ำตาย และนำไปสู่การเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อนำไปวิเคราะห์ โดยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 9, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทั่งพบว่า ในแหล่งน้ำสาธารณะมีสารหนู ซึ่งไม่สามารถทราบถึงที่มาอย่างชัดเจนได้ว่า เกิดจากการใช้สารเคมีในการปราบศัตรูพืช หรือ มาจากการทำเหมืองแร่

                          ต่อมามีการเปิดเผยถึงผลข้างเคียงถึงการทำเหมืองแร่ดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นที่มาของการสร้างผลกระทบให้แก่ประชาชน 6 หมู่บ้านของ ต.เขาหลวง เช่น ฝุ่น ควัน มลภาวะทางเสียง ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสุขภาพโดยตรงคือ มีอาการคอแห้ง แสบคอ ไม่ทราบสาเหตุ 19 ครอบครัว ผดผื่นคันไม่ทราบสาเหตุ 23 ครอบครัว บาดเจ็บเรื้อรัง 4 ครอบครัว แสบตา 32 ครอบครัว แน่นหน้าออกหายใจไม่ออก 12 ครอบครัว ขณะเดียวกันผลการตรวจเลือดของหน่วยงานสาธารณสุข ยังพบว่า ประชาชนใน 6 หมู่บ้าน มีสารหนูอยู่ในเลือด 54 รายด้วยกัน ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ในขณะนั้นก็คือ มีการทำหนังสือร้องเรียนไปยังจังหวัด โดยเห็นควรว่า ไม่ควรมีการขยายหรือให้ทำเหมืองทองคำเพิ่มขึ้นอีก

                          อย่างไรก็ตาม คำอธิบายของผู้ประกอบการคือ มีการแยกโลหะทองคำออกจากสินแร่ สินแร่ที่บดแล้วจะถูกคัดขนาดจะป้อนเข้าสู่การละลายดูซับทองคำด้วยสารไซยาไนด์ และมีระบบบำบัดหรือลดพิษไซยาไนด์และบำบัดโลหะหนักโดยการจัดของเสีย ด้วยเครื่องมือควบคุมระบบอัตโนมัติ ในการแต่งแร่ทองคำไม่มีการปล่อยน้ำเสียและตะกอนออกนอกเขตโครงการ ส่วนน้ำจากโรงงานแต่งแร่และน้ำฝนบริเวณที่ตกลงที่เก็บกองแร่และหน้าเหมือง รวมถึงน้ำฝนที่ไหลบ่าจากบริเวณโรงแต่งแร่จะถูกปล่อยให้ไหลไปรวมกันที่บ่อกักน้ำที่ปูด้วยวัสดุกันซึมอยู่ในบริเวณใกล้กับโรงแต่งแร่ และน้ำจากบ่อนี้จะถูกกลับมาหมุนเวียนใช้ในกระบวนการผลิตโดยไม่มีการปล่อยออกไปนอกโครงการแต่อย่างใด

                          ความพยายามของประชาชน ที่จะให้บริษัทเอกชนยุติการทำประโยชน์ในพื้นที่ก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มรักษ์บ้านเกิด บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง เป็นแกนนำสำคัญ เป็นการต่อสู่ในข้อกฎหมายด้วยการขอให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดเลยมีคำสั่ง ให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ภายหลังการขอใช้ประโยชน์ในเขต ส.ป.ก.เลย สิ้นสุดลง ในเดือนพฤษภาคม 2554 และมีการกดดันเรื่องนี้อีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 ด้วยการยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ให้สั่งการถึงสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเลย (ส.ป.ก.เลย) ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดที่จะต้องแจ้งให้บริษัททุ่งคำรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ ส.ป.ก.ภายใน 60 วัน นับจากวันที่ 7 พฤษภาคม 2554 โดยอ้างตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น พ.ศ.2541 ข้อ 18 (2) ข้อ 19 ข้อ 20 (2) และข้อ 21 และวันที่ 22 กรกฎาคม 2554

                          ทั้งนี้ ในการบังคับใช้คำสั่งก็กลายเป็นปัญหา เนื่องจากบริษัทเอกชนรายนี้ได้ร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีการสั่งคุ้มครอง โดยให้เหตุผลถึงการปฏิบัติตามสัญญามาโดยตลอด ทั้งยังให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่หน่วยงานรัฐ ในช่วงไล่เลี่ยกันนั่นเอง จึงเป็นที่มาของการเสนอขอยื่นเปิดเหมืองในแปลงที่ 7 ซึ่งเป็นการดำเนินการเพิ่มเติม หลังจากพื้นที่เดิมสิ้นสุดระยะเวลาในการเข้าทำประโยชน์ และการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมก็คือ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในเดือนธันวาคม 2555 และความเคลื่อนไหวนี้เอง ก็นำมาซึ่งการเผชิญหน้าของมวลชนสองกลุ่ม ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการเข้ามาทำประโยชน์ในพื้นที่ เพราะเล็งเห็นถึงโอกาสที่จะได้รับจากการพัฒนาเศรษฐกิจของผู้ลงทุน รายได้ที่จะเกิดขึ้นของภาครัฐ ขณะที่ฝ่ายคัดค้านก็ยังคงนำเอาประเด็นผลข้างเคียงจากการทำเหมืองในครั้งที่แล้วมาเป็นข้อพิจารณา

                          "เราเห็นว่าบริษัททุ่งคำหมดความชอบธรรมในการที่จะเข้ามาทำประโยชน์ในพื้นที่ต่อไป การทำเหมืองทองได้ทำผิดเงื่อนไขมาตรการแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหลายประการ จนทำให้เกิดปัญหามลพิษทั้งในอากาศและแหล่งน้ำสาธารณะ ชาวบ้านเจ็บป่วยไปหลายราย ผลกระทบนี้เกิดจากการทำเหมืองในแปลงเดิม ยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไข แต่ทางบริษัทก็จะมาขออนุญาตเปิดแปลงใหม่ และต่ออายุประทานบัตรแปลงเดิม เป็นเรื่องที่ชาวบ้านยอมไม่ได้" แหล่งจากกลุ่มรักษ์บ้านเกิด บ้านนาหนองบง กล่าว

                          "บัณฑิต แสงเสรีธรรม" กรรมการบริหารบริษัททุ่งคำ จำกัด กล่าวว่า การเปิดประทานบัตรแปลงใหม่ และต่ออายุประทานบัตรเดิม อยู่ในขั้นตอนของฝ่ายนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล ในฐานะผู้ลงทุนหากไม่สามารถให้ความมั่นใจได้ก็พร้อมที่จะยุติทุกอย่าง

                          การลงทุนเพิ่มเติมของบริษัททุ่งคำ จำกัด ไม่สามารถปฏิเสธความท้าทายที่ว่าโครงการนี้จะเดินต่อไปข้างหน้าหรือสิ้นสุดลง

 

 

--------------------

(เปิดแปลงใหม่เหมืองทองคำ บนความท้าทายของแรงต้านจากท้องถิ่น : บุญชู ศรีไตรภพ ... รายงาน)