
เผยชีวิตด้านมืดชาวฮ่องกงอาศัยในกรงเหล็ก
เผยชีวิตด้านมืดชาวฮ่องกงที่ต้องพักอาศัยในกรงเหล็กพร้อมค่าเช่าเดือนละครึ่งหมื่น หลังราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่ง
8 ก.พ.56 สำหรับคนที่ได้ชื่อว่ามีฐานะร่ำรวยในฮ่องกง หนึ่งในมหานครที่ได้ชื่อว่า มั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คำว่าบ้านของพวกเขา คือ คฤหาสน์หรูราคาแพง ที่สามารถชมวิวมุมสูงจากยอดเขาวิคตอเรีย แต่สำหรับคนที่ฐานะยากจนถึงจนที่สุดบ้านของพวกเขามีสภาพไม่ต่างจากสิ่งที่เรียกว่า "กรงเหล็ก" นับเป็นความแตกต่างอย่างน่ากลัวสำหรับดินแดนทางตอนใต้ของจีนที่มีชื่อเสียงด้านวัตถุนิยมแห่งนี้
อดีตพ่อค้าเนื้อวัย 67 ปีคนหนึ่ง บอกว่า เขาต้องจ่ายค่าเช่าเดือนละ 1,300 ดอลล่าร์ฮ่องกงหรือราว 5 พันบาท สำหรับการพักอาศัยหนึ่งกรงที่หน้าตาเหมือนกรงกระต่าย เรียงซ้อนกันอยู่ภายในอพาทเม้นท์โทรมๆ ในย่านชนชั้นแรงงานทางฝั่งเกาลูน
กรงพักอาศัยตั้งซ้อนกันอยู่มีพื้นที่แค่เพียง 1.5 ตารางเมตร และเพื่อป้องกันตัวเรือด ผู้พักอาศัยจะมีเพียงเบาะบางๆ , เสื้อไม่ไผ่ หรือไม่ก็เสื่อน้ำมันเอาไว้รองนอนเท่านั้น เพราะถ้าใช้ที่นอน ก็จะกลายเป็นที่อยู่ของตัวเรือดและจะถูกกัด คนที่พักอาศัยอยู่ตามกรงเหล่านี้ ล้วนทนเพื่อความอยู่รอด
กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสวัสดิการสังคม องค์การสังคมสงเคราะห์เพื่อชุมชน เปิดเผยว่า ประชาชนราว 1 แสนคน ในอดีตอาณานิคมของอังกฤษแห่งนี้ ต่างมีที่อยู่อาศัยไม่พอเพียง อพาทเม้นท์หลายแห่งถูกแบ่งซอยเป็นห้องนอนเล็กๆ หรืออัดแน่นไปด้วยที่นอนที่ทำด้วยไม้และโลหะขนาดเล็กเท่าโลงศพ บางแห่งมีต่อเติมที่ชั้นดาดฟ้าด้วย
ด้วยเพราะราคาที่พักอาศัยต่างแพงลิบลิ่ว ทำให้หลายคนต้องทนตกอยู่ในสภาพที่พักที่แออัดสกปรกและไม่ปลอดภัย ความทุกข์ยากของพวกเขา ยังตอกย้ำถึงหนึ่งในปัญหาที่น่าปวดหัวที่สุดที่นายเหลียง เจิ้น อิง หัวหน้าคณะเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ชาวฮ่องกงไม่ชอบใจ กำลังเผชิญอยู่จากการที่สาธารณชนกำลังไม่พอใจต่อวิกฤติราคาบ้านที่กำลังมากขึ้นเรื่อยๆ
นายเหลียง เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยคำมั่นคว่า จะจัดหาที่พักอาศัยให้มากขึ้นเพื่อบรรเทาความไม่พอใจของสาธารณชน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ รายงานว่า ราคาบ้านในฮ่องกงพุ่งขึ้นไปอีก 23 เปอร์เซนต์ ในช่วง 10 เดือนแรก ของปี 2555 และเพิ่มเป็นสองเท่ามาตั้งแต่ปี 2551 แม้จะเป็นช่วงเกิดวิกฤติการเงินโลก ส่วนราคาค่าเช่าก็พุ่งขึ้นเช่นกัน
ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งขึ้น ทำให้บ้านเรือนธรรมดา กลายเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับประชากรส่วนใหญ่ พวกเขาไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่รัฐบาลควบคุมที่ดินและการพัฒนาทั้งหมด และก็ถือครองกันในหมู่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มั่งคั่ง
ราคาอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงแพงติดเพดาน ก็เพราะสกุลเงินดอลล่าร์ฮ่องกง ผูกติดกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ ทำให้ผู้กำกับดูแลนโยบายด้านการเงินไม่สามารถดำเนินมาตรการกดดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลงได้ และยิ่งการกดอัตราดอกเบี้่ยต่ำลง ก็ยิ่งมีเงินลงทุนไหลสะพัดจากจีนแผ่นดินใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ที่หวังผลกำไรตอบแทนมหาศาล ทำให้ราคาอสังริมทรัพย์ในฮ่องกงแพงขึ้นไปอีก
ตอนที่นายเหลียง ทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง เขากล่าวว่า การที่ชนชั้่นกลางไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยของตนเองได้ เป็นภัยต่อความมั่นคงของสังคม และรับปากว่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องการขาดแคลนที่อยู่อาศัยเป็นอันดับแรก เขาบอกว่า ครอบครัวจำนวนมาก ต้องไปอาศัยอยู่ตามแฟลตที่เก่าและเล็ก หรือบางทีก็อาคารโรงงาน ต้องไปแออัดกันอยู่ในกรง อพาทเม้นท์ที่ถูกแบ่งซอยเป็นห้องแคบๆ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่จำใจสำหรับชาวฮ่องกง และเขาจะสร้างอพาทเม้นท์เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่สร้างปีละ 15,000 หลัง
ความเห็นของนายเหลียง แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากนายโดนัลด์ จาง หัวหน้าคณะผู้บริหารฯคนที่แล้ว ที่ไม่สนใจปัญหานี้ บรรดา ส.ส.และนักเคลื่อนไหว พากันตำหนินายเหลียงว่า ขาดมาตรการในระยะสั้น ยังมีคนอีก 210,000 คน ที่อยู่ในรายชื่อผู้รอที่พักจากรัฐบาล มากกว่าเมื่อปี 2549 ถึง 2 เท่า มีชาวฮ่องกง 1 ใน 3 จากทั้งหมด 7.1 ล้านคน ที่เช่าแฟลตอยู่
ราคาบ้านที่แพงลิบ สร้างความไม่พอใจจนประชาชนพากันออกมาประท้วงบ่อยครั้ง หลายคนเปรียบเทียบความเป็นอยู่ของพวกเขากับหนูทดลองในกรงแคบๆ ต้องกัดกันเองเพื่อแย่งชิงพื้นที่ พวกที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรงต่างสิ้นหวังและไม่คิดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หลายคนเคยชินกับชีวิตในกรงจนไม่ได้ไปลงชื่อจองบ้านของรัฐบาล ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากทิ้งเพื่อนบ้าน และบางคนมีเพียงเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่เป็นรายได้ยังชีพ เมื่อจ่ายค่าเช่ากรงแล้ว บางคนแทบไม่เหลือเงิน
ในขณะที่ที่พักในกรง ซึ่งเริ่มแพร่หลายในช่วงทศวรรษที่ 1950 เพื่อเอาไว้รองรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่กำลังหายากมากขึ้นเรื่้อยๆ ห้องเช่าในอพาทเม้นท์ที่เกิดจากการแบ่งซอย ก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีหลายครอบครัวที่ยากจนขึ้น ในช่วงครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว มีคนจนเกือบ 1.19 ล้านคน เพิ่มจาก 1.15 ล้านคน เมื่อปี 2554 ทางการฮ่องกงไม่มีตัวเลขเกี่ยวกับรายได้ของประชาชนอย่างเป็นทางการ แต่ทั่วไปแล้ว รายได้กลางๆ ของชาวฮ่องกง อยู่ที่เดือนละ 12,000 ดอลล่าร์ฮ่องกง หรือราว 46,500 บาท



