ข่าว

ตะลึง!โจ๋เปิดเพจสอน-ขายเสพยาแก้ไอ

ตะลึง!โจ๋เปิดเพจสอน-ขายเสพยาแก้ไอ

08 ก.พ. 2556

ตะลึง! โจ๋เปิดแฟนเพจสอนซดยาแก้ไอผสมยาเสียสาวประกาศขายว่อนเน็ต แฉร้านยา 9 แห่งทั่วกรุงจัดขายเป็นชุดมีบริการส่งถึงบ้าน ผกก.ห้วยขวางขอข้อมูลก่อนตามเช็กบิลผู้ค้า

          วันที่ 8 ก.พ.56  การตรวจสอบภัยสังคมโดยกลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นำเสนอข่าวเรื่อง "เปิดเพจสอนเสพยาแก้ไอ ซื้อขายง่ายไร้เงาเภสัชกร" ในหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ “หอข่าว” ซึ่งแกะรอยขบวนการค้ายาเสพติดจากโลกไซเบอร์มาสู่โลกแห่งความจริง เนื้อหาโดยสรุปดังนี้
 
          หลังจากกลุ่มนักศึกษาได้สังเกตพฤติกรรมการใช้ยาแก้ไอในทางที่ผิดของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ จึงตรวจสอบยาแก้ไอชนิดที่วัยรุ่นนิยม โดยหาข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต พบว่ายาแก้ไอยี่ห้อหนึ่งกำลังเป็นที่นิยม และมีแฟนเพจในเว็บไซต์เฟซบุ๊กหลายเพจ เช่น ProxxxxxLOVE, ProxxxxxThailand และ I love Proxxxxx พร้อมทั้งโพสต์รูปที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาผิดวัตถุประสงค์ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์หลายยี่ห้อ  ทั้งชนิดน้ำ และชนิดเม็ด รวมทั้งตัวยาแก้ไอที่ผสมเรียบร้อยแล้ว
 
          หน้าเพจเหล่านี้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนทนากันของกลุ่มวัยรุ่น และเด็กในวัยเรียน ที่นิยมใช้ยาในทางที่ผิด มีการแนะนำสูตรต่างๆ และร้านที่จำหน่ายทั่วกรุงเทพฯ หากสมาชิกยังหาซื้อไม่ได้ หรือต้องการยาจะโพสต์ข้อความสอบถามสถานที่ของร้านกันอย่างโจ่งครึ่ม โดยทุกคำถามจะมีคำตอบอย่างละเอียด ขณะที่สมาชิกบางรายประกาศจำหน่ายยาเป็นชุด สำหรับใช้ผสมได้ทันที โดยให้ติดต่อทางโทรศัพท์ และแอดเพื่อนทางเฟซบุ๊ก ทั้งที่ผู้ประกาศโฆษณาขายยาแก้ไอไม่ใช่เภสัชกร เช่น โพสต์ว่า “ท่านใดอยู่แถวรังสิต สนใจโปรเดลิเวอรี่ ชุด 150 จัดส่งช่วงเย็นเป็นต้นไป เม็ดม่วง เม็ดละ 20 บาท"
 
          ผู้ขายยาแก้ไอรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า กินยาแก้ไอเป็นประจำ และขายให้ทั้งชนิดน้ำและเม็ด ตามออเดอร์ที่สั่งครั้งละมากๆ โดยรับยาจากร้านขายยาย่านจรัญสนิทวงศ์ ราคาลังละ 4,800 บาท บรรจุ 48 ขวด ยาเม็ดแผงละ 25 บาท นำมาแบ่งขายชุดละ 140 บาท ประกอบด้วย ยาน้ำ 1 ขวด และยาเม็ด 1 แผง ทั้งนี้ร้านขายยาดังกล่าวจะไม่ขายยาแก้ไอให้คนแปลกหน้าเกิน 2 ชุด ส่วนลูกค้าประจำซื้อได้จำนวนมาก
 
          ต่อมานักศึกษากลุ่มนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านขายตามที่ปรากฏอยู่ในแฟนเพจ พบว่ามีการจำหน่ายยาแก้ไอและยาที่มีส่วนผสมของสารอัลปราโซแลม ในร้านขายยา 9 แห่ง ในทั่วกรุงเทพฯ ในย่านจรัญสนิทวงศ์ ห้วยขวาง ประชาสงเคราะห์ อินทามระ พหลโยธิน บางเขน และรามคำแหง ซึ่งจัดยาเป็นชุดไว้สำหรับขายให้วัยรุ่นโดยเฉพาะ เมื่อเข้าไปสั่งซื้อยาที่ใช้สำหรับผสมยาแก้ไอก็จะมีคนจัดให้เป็นชุด หนึ่งชุดประกอบด้วย ยาน้ำ?1?ขวด และยาเม็ดจำนวนหนึ่ง โดยไม่ต้องบอกอาการเจ็บป่วย เพราะทางร้านจะไม่ซักถาม แต่ต้องบอก "รหัส" ให้ถูกต้อง นอกจากนี้ร้านขายยาบางแห่งยังแนะนำยาแก้ไอยี่ห้ออื่นๆ ที่สามารถกินแทนกันได้ และเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทำให้เกิดอาการมึนเมา
 
          สำหรับยาที่มีส่วนผสมของ "อัลปราโซแลม" ที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมกินควบคู่กับตัวยาแก้ไอน้ำและยาเม็ดเพื่อเสริมฤทธิ์ของยานั้น จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 4 ตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 การที่จะขายได้ต้องมีใบสั่งแพทย์และต้องทำใบขออนุญาตในการจำหน่ายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น แต่จากการลองขอซื้อจากร้านขายยา โดยไม่มีใบสั่งแพทย์ และไม่ได้มีอาการ หรือความจำเป็นในการใช้ยา ทางร้านก็ไม่ชักถามรายละเอียดใดๆ นอกจากนี้ร้านขายยาบางแห่งยังมีการจำหน่ายยาแก้ไอ โดยใช้วิธีการจัดส่งให้ถึงที่ ไม่ต้องไปซื้อด้วยตัวเอง โดยมีผู้ขายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งลูกค้าในละแวกนั้น
 
          นายต้น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่า กินยาแก้ไอมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อนแนะนำให้ลองโดยสั่งซื้อจากร้านขายยาแถวบ้าน ทางร้านจะจัดยามาให้เป็นยาน้ำกับแคปซูล โดยไม่ต้องบอกกล่าวอะไร หากไม่ใช่ร้านประจำเมื่อสั่งชื่อยาเขาจะถามว่าเอายาแผงด้วยหรือไม่ ปกติซื้อราคาชุดละ 60-70 บาท กินโดยผสมกับน้ำอัดลม จากนั้นจะเกิดอาการมึนและกระตุกเล็กน้อยในเวลานอน
 
          ด้าน นายณัฐ พยงค์ศรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงไอซีทีได้ประสานงานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการปราบปรามยาเสพติด หรือยาที่ผิดกฎหมาย การโพสต์รูปเกี่ยวกับการใช้ยาในทางที่ผิด ถือเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าได้รับแจ้งเบาะแสจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที
 
          ภญ.สิริกัญญา กอบวรรธนะกุล หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกร วชิรพยาบาล อธิบายว่า วัยรุ่นจะกินยาแก้ไอเพื่อหวังผลให้ยาออกฤทธิ์ เนื่องจากมีผสมของ "โคเดอีน" ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของสารเสพติด หากกินปริมาณน้อยจะช่วยในการระงับอาการเจ็บปวด หรืออาการไอ ถ้าปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการเสพติดได้ ส่วน "อัลปราโซแลม" เป็นยาที่ อย.ควบคุม ไม่ให้ขายตามร้านขายยาทั่วไป มีเพียงในโรงพยาบาลสำหรับจ่ายให้ผู้ป่วยเท่านั้น หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีและเพิกถอนใบประกอบโรคศิลปะ
 
          เช่นเดียวกับ ภก.รศ.(พิเศษ) กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม เตือนว่า การซื้อยาต้องซื้อจากเภสัชกรเท่านั้น ตามกฎหมายเภสัชกรจ่ายยาได้ แต่เมื่อเป็นยาที่ก่อให้เกิดปัญหาโดยจรรยาบรรณถือว่าไม่เหมาะสม และจะถูกพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต 1 ปี
 
          นายวราวุธ เสริมสินสิริ เภสัชกรชำนาญการสำนักยา อย.ให้สัมภาษณ์ว่า ยาแก้ไอและยาทรามาดอล อยู่ในมาตรการในการจับตามองและควบคุม โดยร้านขายยา 1 แห่ง สามารถซื้อยาแก้ไอไปขายได้เพียง 300 ขวดต่อเดือนเท่านั้น
 
          ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" ได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.ห้วยขวาง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการขายยาให้กลุ่มวัยรุ่น
 
          พ.ต.อ.อัศวยุทธกล่าวว่า จากการตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบว่ามีร้านขายยากระทำผิด เพราะในพื้นที่มีร้านขายยาเพียงไม่กี่แห่ง และในเขตพื้นที่รับผิดชอบก็คาบเกี่ยวกันหลายโรงพัก ฉะนั้นไม่แน่ใจว่ามีการทำผิดในท้องที่ สน.ใด หากมีการเก็บข้อมูลดังกล่าวจริง ก็อยากจะเห็น จะได้นำมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากมีการระบุชื่อร้านขายยาในพื้นที่จริง
 
          "การเก็บข้อมูลของนักศึกษาผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ส่วนตัวแล้วผมก็สนับสนุน ทั้งนี้การเก็บข้อมูลต่างๆ ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงด้วย และข้อมูลที่ลงไปเก็บนั้นจะต้องแม่นยำ ถูกต้อง ที่สำคัญจะต้องไม่มีการยกเมฆอย่างเด็ดขาด" พ.ต.อ.อัศวยุทธ กล่าว
 
          ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับแจ้ง หรือร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องมีการขายยาเสียสาว หรือยาที่มีส่วนผสมสารอัลปราโซแลม หากมีเบาะแสเข้ามาจะรีบดำเนินคดี หรือจับกุมทันที อย่างที่บอกไว้ในข้างต้นว่า อยากจะขอดูการเก็บข้อมูลของนักศึกษากลุ่มนี้ เพราะจะได้นำมาขยายผลต่อยอดในการจับกุม หรือดำเนินคดีกับร้านขายยา ที่ผ่านมาปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ถือว่าลดลงเป็นอย่างมาก เพราะ สน.มีการจัดกำลังลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน