
การท่องเที่ยวฮาลาลและศักยภาพของไทย
การท่องเที่ยวฮาลาลและศักยภาพของไทย : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์ [email protected]
การท่องเที่ยวฮาลาล (Halal Tourism) ถือเป็นเรื่องใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้ตอบสนองความต้องการของชาวมุสลิม เริ่มจากการให้บริการจากสถานที่ต้นทางไปจนถึงจุดหมายปลายทาง เช่น การโรงแรม การขนส่ง ร้านอาหาร การพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งการให้ความบันเทิงต่างๆ ที่จะต้องไม่ขัดกับหลักการศาสนา อีกทั้งควรอำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติศาสนกิจประจำวันของชาวมุสลิม เช่น การจัดเตรียมสถานที่ละหมาด เป็นต้น
ปัจจุบันการท่องเที่ยวฮาลาลเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจสูง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชากรมุสลิมโลกที่มีมากกว่า 1,600 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรโลกทั้งหมด ซึ่งคาดว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า (ปี 2025) ประชากรมุสลิมจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของประชากรโลก ที่สำคัญคือประชากรเหล่านี้แม้จะมีการศึกษาแบบสมัยใหม่ แต่นับวันก็ยิ่งใส่ใจให้ความสำคัญต่อหลักคำสอนทางศาสนามากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจากรายงานของ Crescent Rating and Dinar Standard บอกว่า มุสลิมโลกใช้จ่ายเงินสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในปี 2011 สูงถึง 126,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 192,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2020) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 12.3 ของการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวต่างประเทศ (Outbound Tourism) ของโลกทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวม 1,034,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นก็คือ โลกมุสลิมใช้จ่ายเงินไปกับการท่องเที่ยวมากกว่าประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุดในโลก และโลกมุสลิมใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวต่างประเทศมากกว่าชาวจีนใช้จ่ายในเรื่องนี้ถึงเกือบ 2 เท่า
ในรายงานซึ่งเป็นการเปรียบเทียบประสบการณ์ของชาวมุสลิมใน 47 ประเทศนี้ ยังพบอีกว่านักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 60 โดยมีซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศในกลุ่มนี้ที่ใช้จ่ายมากที่สุด ลำดับถัดมาคือ อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย และคูเวต ตามลำดับ
ขณะที่ชาวมุสลิมที่ตั้งหลักปักฐานอยู่ในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมก็ใช้จ่ายในเรื่องนี้ไม่น้อย ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้คือ เยอรมนี รัสเซีย ฝรั่งเศส และอังกฤษ
เมื่อถามว่าอะไรเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่มุสลิมให้ความใส่ใจขณะเดินทางท่องเที่ยว ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 70 บอกว่าเรื่องอาหารฮาลาล ทำนองว่าที่ไหนหาอาหารฮาลาลได้สะดวกก็คงเลือกที่จะไปที่นั่นเป็นลำดับแรก ลำดับถัดมาร้อยละ 49 คือบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวเหมาะสำหรับครอบครัว โดยคำนึงถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมบางอย่างที่ควรระมัดระวังเรื่องเพศ เช่น สระว่ายน้ำและสปา ที่ควรแยกระหว่างหญิงกับชาย เป็นต้น
มาเลเซียเป็นประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมุสลิมได้มากที่สุด แม้แต่ในเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนถือศีลอด ก็ยังพบชาวอาหรับเต็มไปหมดในมาเลเซีย เขาส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจังถึงขนาดจัด ‘ถนนคนเดินอาหรับ’ เอาใจนักท่องเที่ยวเพื่อให้คนเหล่านี้รู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านตัวเอง ขณะที่คนอาหรับเองก็เข้ามาลงทุนสร้าง ‘เมืองอาหรับ’ หลายแห่ง
อย่างไรก็ตาม ประเทศลำดับถัดมาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมุสลิมคือ ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สิงคโปร์ รัสเซีย จีน ฝรั่งเศส และไทย ซึ่งติดเป็นอันดับที่ 8
ตามรายงานนั้น การบินไทยถือเป็นหนึ่งใน 3 สายการบินที่ได้รับการยกย่องว่ามีการจัดเมนูอาหารตอบสนองความต้องการของชาวมุสลิมได้ดีที่สุดทั้งๆ ที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นสนามบินที่มีบรรยากาศความเป็นมิตรต่อชาวมุสลิมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นี่ยังไม่รวมถึงสปาไทยที่ในระยะหลังได้ปรับกลยุทธ์สร้างสปาฮาลาลรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมตามกรอบของศาสนาที่เหมาะสม
ความจริงไทยเป็นประเทศที่มีโครงสร้างเรื่องการท่องเที่ยวดีเยี่ยมอยู่แล้ว เรามีความพร้อมด้านทรัพยากรการท่องเที่ยว รวมทั้งการบริการรองรับด้านการท่องเที่ยวที่ครบวงจร สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การทำความเข้าใจความหมายและแนวทางการทำธุรกิจการท่องเที่ยวฮาลาลเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ สร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการ นำไทยสู่การเป็นประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมุสลิมมากที่สุดในโลก



