
เดอร์ตี้ แฮรี่แห่งมะนิลา
เดอร์ตี้ แฮรี่แห่งมะนิลา : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
ในปี 1971 ฮอลลีวู้ดได้มอบให้ คลิ้นต์ อีสต์วู้ด รับบทจ่า แฮรี่ คัลลิแฮน แห่งกรมตำรวจซานฟรานซิสโก ที่ใช้ปืนแม็กนั่ม .44 ในการจัดการกับเหล่าร้าย ในภาพยนตร์เรื่อง “เดอร์ตี้ แฮรี่” หรือในพากย์ภาษาไทยว่า “มือปราบปืนโหด” ภาพยนตร์เรื่องนี้โด่งดังทั่วโลก และทำให้คำพูด “Go ahead, make my day” หรือ “ถ้านายแน่จริง ก็ลองดูซิ” ฮิตติดหูในยุคนั้น
ที่มะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ก็มี “เดอร์ตี้ แฮรี่” ที่จัดการกับเรื่องเลวร้ายด้วยวิธีการอันเฉียบขาดเช่นเดียวกับ จ่าแฮรี่ บุคคลผู้นั้นคือ อัลเฟรโด ลิม ผู้ว่าราชการกรุงมะนิลา "ลิม" เป็นคนเชื้อสายจีน ในทศวรรษ 1950 เขาได้เข้าทำงานในกรมตำรวจฟิลิปปินส์ การทำงานแบบระห่ำของเขาทำให้ได้รับทั้งรางวัลและการร้องเรียนอย่างมากมาย ในสมัยของ ประธานาธิบดีคอราซอน อาคีโน "ลิม" มีบทบาทในการช่วยดูแลความมั่นคงให้รัฐบาล รวมทั้งการต่อต้านการปฏิวัติในปี ค.ศ.1987 หลังจากเกษียณอายุราชการจากกรมตำรวจ เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง
ค.ศ.1992 "ลิม" ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงมะนิลา และมีชัยเหนือผู้สมัครอีก 6 คน เขาใช้มาตรการรุนแรงทางกฎหมาย เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม และรณรงค์โครงการต่างๆ เพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ของกรุงมะนิลา ซึ่งในเวลานั้นเต็มไปด้วยสถานบันเทิง บ่อนการพนัน โสเภณี ยาเสพติด และมิจฉาชีพ รวมทั้งปรับปรุงระบบการบริหารของกรุงมะนิลา
เมื่อหมดวาระในปี 1995 "ลิม" ได้ลงสมัครซ้ำ และได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง ซึ่งช่วงนี้เองที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “เดอร์ตี้ แฮรี่” เพราะประกาศสงครามกับอาชญากรรมและยาเสพติดในพื้นที่ โดยไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหม และเมื่อครบวาระในปี 1998 "ลิม" เว้นวรรคไป 9 ปี ก่อนจะคืนสังเวียนอีกครั้ง ในปี 2007 เขาประกาศนโยบาย “สร้างมะนิลาให้สะอาด และน่าภาคภูมิใจ” ลิม รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด และปัญหาอื่นๆ จนกลายเป็นการสร้างความขัดแย้งรอบด้าน แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ และพิสูจน์ให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าสิ่งที่เขาทำได้รับการตอบรับจากประชาชน ด้วยชัยชนะในการเลือกตั้งสมัยที่ 4 ในปี 2010 รวมทั้งวาดหวังที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 5 ในเดือนพฤษภาคมนี้ แม้วัยของเขาจะล่วงมาถึง 82 ปี แล้วก็ตาม
ผลงานของ "ลิม" ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากการ “ทำความสะอาด” มะนิลา ด้วยการปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดแล้ว ก็คือการทำให้มะนิลามีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในด้านต่างๆ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในกรุงมะนิลา โดยเฉพาะสวัสดิการสังคม เช่นที่อยู่อาศัย การศึกษา และการแพทย์ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่อุทิศตนแก่สาธารณชนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์เจ้าปัญหา
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงมะนิลาในปีนี้ “เดอร์ตี้ แฮรี่” ลิม อาจจะต้องพบศึกหนัก เมื่ออดีตประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราด้า ประกาศตัวลงชิงชัยด้วย และ “อีแลป” ซึ่งเป็นฉายาของเอสตราด้านั้น ก็มีแฟนพันธุ์แท้อยู่มิใช่น้อย เอสตราด้า ให้คำมั่นว่าเขาจะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการมะนิลาเพียงหนึ่งสมัย คือ 3 ปี และจะใช้นโยบาย “สันติ และกฎหมาย” กล่าวคือจะไม่ใช้มาตรการรุนแรงทางกฎหมายอย่าง "ลิม" หากแต่จะใช้วิธีการที่นุ่มนวลกว่า และสุดท้ายเอสตราด้าก็ชูแนวคิดเรื่อง ‘CHANGE’ หรือการเปลี่ยนแปลง ที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐเคยใช้ได้ผลมาแล้ว จากการเลือกตั้งสมัยแรก
ครับ ก็เป็นเรื่องที่ชาวฟิลิปปินส์ในมะนิลาคงต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะเลือกผู้ว่าฯ ดุเดือดเลือดพล่านแบบ “เดอร์ตี้ แฮรี่” หรือพระเอกขวัญใจคนจนในอดีต อย่าง โจเซฟ เอสตราด้า
ท่าทางก็คงจะสนุกไม่แพ้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หรอกครับ



