'เสรีพิศุทธ์'ร้องกกต.สอบสำนักโพลล์
'เสรีพิศุทธ์' ส่ง 'ประพันธ์ คูณมี' ร้องสอบสำนักโพลล์ เผยผลสำรวจชี้นำ - ขัดแย้งความเป็นจริง ด้าน ปธ.กกต.กทม.เผย นำคำร้องเข้าที่ประชุมพิจารณาพรุ่งนี้ (8 ก.พ.)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 7 ก.พ. 56 นายประพันธ์ คูณมี ผู้แทนของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมาย 11 เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อ พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ปธ.กกต.กทม.) และนายวีระ ยี่แพร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กต.กทม.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการนำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นของโพลล์สำนักหนึ่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมการทำโพลล์ที่เป็นลักษณะชี้นำ และขัดต่อความเป็นจริง
โดยนายประพันธ์ กล่าวว่า จากการนำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กทม. ในหัวข้อการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯกทม. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ผลสำรวจของประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกผู้สมัครรายใดเป็นผู้ว่าฯกทม.มีเพียง 13.93 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขัดแย้งกับสำนักโพลล์อื่นๆ ที่มีการนำเสนอผลสำรวจของประชาชนอยู่ที่ 48 - 50 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งการตั้งคำถามดังกล่าวยังเป็นการตั้งคำถามที่ชี้นำ และเสนอผลที่ขัดต่อหลักความเป็นจริง เนื่องจากยังมีระยะในการหาเสียงให้ประชาชนได้รับทราบถึงนโยบายของผู้สมัครแต่ละรายประมาณ 30 วัน ประเด็นดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายมีพฤติกรรมส่อทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 57(5) ที่ระบุว่า หลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในตัวผู้สมัครฯ
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า จะนำคำร้องดังกล่าวรวมพิจารณากับคำร้องที่ได้ยื่นก่อนหน้านี้ จำนวน 2 คำร้อง เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำผลสำรวจเหมือนกัน และนำเข้าที่ประชุม กกต.กทม. ในวันที่ 8 ก.พ. เวลา 09.00 น. เพื่อพิจารณา ถ้าหากเห็นมีประเด็นที่เข้าองค์ประกอบก็จะรับไว้เป็นคำร้อง และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่ส่วนข้อเท็จจริง อาจจะมีการเชิญเจ้าของสำนักโพลล์ที่ถูกร้องมาชี้แจง ถึงกระบวนการและวิธีการการจัดทำโพลล์ แต่หากเจ้าของสำนักโพลล์ไม่มาตามคำเชิญ กกต.กทม.ก็จะดำเนินการพิจารณาไต่สวนเพียงฝ่ายเดียว และถ้าเข้าองค์ประกอบโดยผิดหลักกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น จะดำเนินคดีอาญาต่อไป อย่างไรก็ตามหากการจัดทำโพลล์มีการเชื่อมโยงกับผู้สมัครฯรายใด จะส่งเรื่องให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.กลาง ดำเนินตรวจสอบต่อไป หากพบว่ามีผู้สมัครฯ หรือผู้สนับสนุนของผู้สมัครฯรายใดเกี่ยวข้อง อาจจะนำไปสู่การให้ใบเหลืองใบแดงกับผู้สมัครได้
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวถึงกรณีการโพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กของนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ต้องมีการพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าว เป็นความผิดทางอาญา ฐานหมิ่นประมาททางโฆษณา ทางฝ่ายผู้เสียหายก็ต้องไปฟ้องร้องกันทางคดีอาญา แต่ถ้าเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ก็อาจจะเข้าข่าย มาตรา 57(5) โดยผู้เสียหายต้องเข้ามาร้องเรียนกับ กกต.กทม. เพื่อให้มีดำเนินการตรวจสอบต่อไป ส่วนที่จะให้ กกต.กทม. พิจารณาตรวจสอบการกระทำดังกล่าวด้วยความปรากฏนั้น เป็นเรื่องที่ กกต.กลาง สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเองได้เลย จะสะดวกมากกว่า หรือ กกต.กทม. จะเป็นผู้เสนอความปรากฏให้กับ กกต.กลาง เพื่อพิจารณาได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่เห็นภาพดังกล่าวที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก จึงไม่สามารถจะตอบในรายละเอียดได้
นอกจากนี้ นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 8 เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อทวงถามความคืบหน้าต่อนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ที่ได้ยื่นคำร้องขอให้ประธาน กกต. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ กกต.กทม. และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีอำนาจหน้าที่รับสมัครผู้ว่าฯกทม. เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎกติกา กรณีอนุญาตให้ผู้สมัครบางรายนำผู้ติดตามเข้ามาภายในห้องรับสมัคร ในช่วงเวลาการจับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ทั้งที่ข้อเท็จจริงผู้สมัครสามารถนำผู้ติดตามเข้ามาได้ 2 คนเท่านั้น นอกจากนี้ขอให้ประธาน กกต. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการจัดโครงการเลือกตั้งสมานฉันท์ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 56 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เนื่องจากในงานดังกล่าวไม่มีจัดสถานที่เพื่อให้ผู้สมัครและผู้ติดตามร่วมรับประทานอาหาร ทั้งที่ได้มีกำหนดการไว้แล้ว



