ข่าว

เอแบคโพลล์'จูดี้'ยังแรงแซง'คุณชายหมู'

เอแบคโพลล์'จูดี้'ยังแรงแซง'คุณชายหมู'

07 ก.พ. 2556

เอแบคโพลล์ "จูดี้" ยังแรงแซง "คุณชายหมู" ชี้ คนกรุงอยากให้ผู้ว่าฯ แก้ปัญหาสภาพแวดล้อมฝุ่นควันทางอากาศ ขยะเน่าเหม็น ระบบขนส่งสาธารณะ

          วันที่ 7 ก.พ.56 ดร. นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ปัญหาจราจร ปัญหาสิ่งแวดล้อม กับการเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. ใครเลือกใคร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 2,518 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการและวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้นเลือกเขต แขวง ชุมชน และลงสัมภาษณ์แบบเคาะประตูบ้านในระดับครัวเรือน ค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า
 
          ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหารถติดมากที่สุดในทรรศนะของประชาชน พบว่า ร้อยละ 38.6 ระบุนิสัยของผู้ขับขี่และความไม่เข้มงวด ไม่จริงจัง ไม่ต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รองลงมาคือ ร้อยละ 32.8 ระบุนโยบายรถคันแรก และร้อยละ 28.6 ระบุสภาพถนนและสัญญาณจราจร ตามลำดับ
 
          นอกจากนี้ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่อยากให้ ผู้ว่าฯ กทม. ช่วยดำเนินการ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) พบว่า ร้อยละ 44.1 ระบุสภาพแวดล้อมทางอากาศ เช่น ฝุ่น ควัน ท่อไอเสีย เป็นต้น รองลงมาคือ ร้อยละ 41.1 ระบุ การจัดการขยะเน่าเหม็น ร้อยละ 40.4 ระบุแม่น้ำลำคลอง ร้อยละ 35.7 ระบุสิ่งแวดล้อมตามท้องถนน ร้อยละ 28.1 ระบุสภาพแวดล้อมของพื้นที่สาธารณะต่างๆ เช่น ป้ายรถเมล์ สนามกีฬา ร้อยละ 19.9 ระบุสภาพแวดล้อมของระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถไฟ และร้อยละ 10.3 ระบุอื่นๆ เช่น การเผาขยะ ควันโรงงาน และคุณภาพของดิน เป็นต้น
 
          เมื่อสอบถามถึงความตั้งใจจะไปเลือกตั้งพบว่า ร้อยละ 63.5 ไป ในขณะที่ร้อยละ 36.5 ไม่ไป และเมื่อถามว่า ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง คุณตั้งใจจะเลือกผู้สมัครท่านใด พบว่า ร้อยละ 42.0 ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พรรคเพื่อไทย รองลงมา ร้อยละ 33.5 ระบุ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.6 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครอิสระ และร้อยละ 15.9 ระบุอื่นๆ เช่น นายสุหฤท สยามวาลา และนายโฆสิต สุวินิจจิต เป็นต้น
 
          ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามว่า ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง คุณตั้งใจจะเลือกผู้สมัครท่านใด จำแนกตามสภาพที่พักอาศัย เช่น อพาร์ตเมนต์ คอนโด (อาคารสูง) ทาวน์เฮ้าส์  บ้านเดี่ยวจัดสรร และชุมชนแออัด พบว่า ในกลุ่มตัวอย่างอพาร์เมนต์คอนโด ร้อยละ 43.0 ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ ในขณะที่ร้อยละ 32.3 ของกลุ่มตัวอย่างอพาร์ตเมนต์คอนโด ระบุ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และร้อยละ 12.8 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ผู้สมัครอิสระ และร้อยละ 11.9 ระบุผู้สมัครคนอื่นๆ เช่น นายสุหฤท และนายโฆสิต เป็นต้น
 
          อย่างไรก็ตาม น่าจับตามองผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกลุ่มตัวอย่างทาวน์เฮ้าส์ และกลุ่มตัวอย่างบ้านเดี่ยวจัดสรร เพราะสำรวจพบว่ามีโอกาสพลิกหรือสวิงพลิกกลับได้เนื่องจากผลสำรวจที่ค้นพบอยู่ในช่วงของความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 โดยพบว่า ร้อยละ 40.1 ของกลุ่มคนทาวน์เฮ้าส์ระบุ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ในขณะที่ร้อยละ 39.9 ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ และร้อยละ 10.8 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และร้อยละ 9.2 ระบุผู้สมัครคนอื่นๆ เช่น นายสุหฤท และ นายโฆสิต เป็นต้น
 
          นอกจากนี้ ร้อยละ 40.5 ของกลุ่มตัวอย่างคนบ้านเดี่ยวจัดสรรระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ ในขณะที่ร้อยละ 34.8 ระบุ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และร้อยละ 9.7 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และร้อยละ 15.0 ระบุ อื่นๆ เช่น นายสุหฤท และนายโฆสิต เป็นต้น
 
          อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มตัวอย่างคนชุมชนแออัดร้อยละ 43.1 ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ ในขณะที่ร้อยละ 30.6 ระบุ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และร้อยละ 6.1 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ผู้สมัครอิสระ และร้อยละ 20.2 ระบุ อื่นๆ เช่น นายสุหฤท และนายโฆสิต เป็นต้น
 
          ที่น่าสนใจคือ เมื่อจำแนกออกตามพื้นที่ที่ถูกศึกษาออกเป็นเขตชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก พบว่า กลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ชั้นในร้อยละ 43.0 ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ ในขณะที่ร้อยละ 34.4 ระบุ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และร้อยละ 5.5 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 17.1 ระบุอื่นๆ เช่น นายสุหฤท และ นายโฆสิต เป็นต้น
 
          นอกจากนี้ พื้นที่ที่มีสัดส่วนที่อาจพลิกผันได้เพราะอยู่ในช่วงความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 ได้แก่กลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ชั้นกลางที่พบว่า ร้อยละ 39.8 ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ ในขณะที่ร้อยละ 36.7 ระบุ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และร้อยละ 11.0 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ผู้สมัครอิสระ และร้อยละ 12.5 ระบุ อื่นๆ เช่น นายสุหฤท และ นายโฆสิต เป็นต้น
 
          เมื่อวิเคราะห์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอก พบว่า กลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ชั้นนอกร้อยละ 42.7 ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ ในขณะที่ ร้อยละ 30.6 ระบุ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และร้อยละ 9.5 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และร้อยละ 17.2 ของกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ชั้นนอกระบุอื่นๆ เช่น นายสุหฤท และนายโฆสิต เป็นต้น
 
          ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า นโยบายด้านจราจรและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่คนกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญและปัญหาสำคัญทั้งสองไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดเพียงสาเหตุเดียว การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เข้มงวดกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจังต่อเนื่อง เช่น พวกขับรถเกินความเร็วที่กำหนดบรรดาซุปเปอร์คาร์ (Super Car) ที่มักก่อความเสียหายต่อผู้อื่น และบรรดารถหรูราคาแพงที่ไม่ค่อยกล้าจับกุม เป็นการเลือกปฏิบัติและทำให้อารมณ์คนขับขี่คนอื่นเสียและก่อให้เกิดการเลียนแบบตามทฤษฎีหน้าต่างแตก (Broken Windows Theory) ที่ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมักจะมีนิสัยทำตามๆ กันเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเหล่านี้เป็นโจทย์สำคัญที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ต้องขบคิดว่า จะทำอย่างไรได้บ้าง เพราะมันอยู่นอกเหนืออำนาจของผู้ว่า กทม.จะไปสั่งการตำรวจได้ บทบาทของการประสานงานเพียงอย่างเดียวตำรวจจะทำตามหรือไม่ ดังนั้น ถ้าหากผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ท่านใดสามารถแสดงให้เห็นหรือทำให้ดูว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาจราจรได้ และประชาชนเล็งเห็นว่าทำได้จริง ก็น่าจะมีส่วนทำให้เกิดการสนับสนุนของสาธารณชนต่อการเป็นผู้ว่าฯ กทม.ได้
 
          ดร.นพดล กล่าวต่อว่า การทำโพลล์ครั้งนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ทุกคนเพราะคณะวิจัยเชื่อว่า ผู้สมัครบางรายอาจไม่มีแหล่งทุนวิจัยมากเพียงพอที่จะทำการสำรวจได้ด้วยตนเอง จะได้ทราบว่าจะต้องวางยุทธศาสตร์ในทางการเมืองอย่างไรจึงจะทำให้สามารถเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองและทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของสาธารณชน ซึ่งผลสำรวจครั้งนี้ค้นพบว่า ประชาชนที่พักอาศัยในลักษณะและพื้นที่ที่แตกต่างกัน เช่น อพาร์ตเมนต์ คอนโด ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยวจัดสรร และชุมชนแออัด มีสัดส่วนของการสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งแตกต่างกัน และพื้นที่ที่กลุ่มตัวอย่างพักอาศัยอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ ชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก ก็ค้นพบว่ามีสัดส่วนของการสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งแตกต่างกัน
 
          “ข้อมูลที่ค้นพบน่าจะทำให้ผู้สมัครทุกท่านสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในการศึกษาอย่างลึกซึ้งต่อไปว่า จะทำอย่างไรถึงจะตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่แตกต่างกันได้  ความต้องการแตกต่างกัน ปัญหาเดือดร้อนที่แตกต่างกันในกลุ่มประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีความหลากหลาย เพื่อให้แต่ละท่านที่ค้นพบแนวทางแก้ปัญหาของประชาชนและทำให้เกิด “ความวางใจ” หรือ TRUST ต่อผู้สมัครนั้น ผลที่ตามมาคือ ฐานสนับสนุนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็น่าจะเปลี่ยนแปลงไปได้หรืออาจไม่เปลี่ยนแปลงไปจากผลสำรวจครั้งที่ค้นพบครั้งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำงานด้านวิจัยและการศึกษาเจาะลึกต่อไป”  ดร.นพดล กล่าว

 

สวนดุสิตโพล "พงศพัศ" คะแนนนำผู้ว่าฯกทม.ในสายตาคนกรุง

          ขณะที่“สวนดุสิตโพล”  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯที่มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กรณี  “การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในสายตาของคนกรุงเทพฯ” (ครั้งที่ 2) จำนวน 3,410 คน โดยกระจายครบทั้ง 50 เขตเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2556  เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง และแสวงหาฐานข้อมูลด้านความคิดเห็นของประชาชน สรุปผลดังนี้

          ผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ที่คนกรุงเทพฯ จะเลือก คือ 1.พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ 42.59% 2.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร 34.31% 3.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส 6.38% 4.นายสุหฤท สยามวาลา 0.77%
5.นายโฆษิต สุวินิจจิต 0.58% 6.นายสมิธ สมิทธินันท์ 0.12% 7.นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง 0.06% ผู้สมัครอื่นๆ 0.15% และ ยังไม่ตัดสินใจ 15.04%                                                                                                         
       
          “นโยบาย” ที่คนกรุงเทพฯ ชอบมากที่สุด 1.การแก้ปัญหาจราจร หมายเลข 9 คิดเป็น 22.25% 2.การแก้ปัญหายาเสพติด หมายเลข 9 คิดเป็น 22.01% 3.การแก้ปัญหาน้ำท่วม หมายเลข 16 คิดเป็น 21.29% 4.การแก้ปัญหาค่าครองชีพ หมายเลข 9 คิดเป็น 19.14% 5.การแก้ปัญหาค่าครองชีพผู้สูงอายุ หมายเลข 16 คิดเป็น 15.31%
 
          “นโยบาย” ที่คนกรุงเทพฯคิดว่าสามารถทำได้จริง 1.การแก้ปัญหายาเสพติด หมายเลข 9 คิดเป็น 25.78% 2.การแก้ปัญหาค่าครองชีพ หมายเลข 9 คิดเป็น 25.06% 3.สร้างอุโมงค์ยักษ์ 6 แห่ง หมายเลข 16 คิดเป็น 18.55% 4.ความสะอาด กำจัดขยะ หมายเลข 9 คิดเป็น 15.42% 5.ขยายเส้นทางรถไฟฟ้า หมายเลข 16 คิดเป็น 15.19%
 
          “นโยบาย” ที่คนกรุงเทพฯคิดว่าทำสำเร็จได้ยาก/ทำไม่ได้ 1.การแก้ปัญหาจราจร หมายเลข 9 คิดเป็น 58.72% 2.การแก้ปัญหาน้ำท่วม หมายเลข 16 คิดเป็น 17.44% 3.รถเมล์ฟรี เรือฟรี หมายเลข 9 คิดเป็น 9.93% 4.ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หมายเลข 9 คิดเป็น 7.73% 5.ความปลอดภัย/ติดตั้งกล้อง หมายเลข 16 คิดเป็น 6.18%