
"ดีเอ็นเอ"มัดโจรป่วนใต้
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่ามกลางการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ เงื่อนไขหนึ่งซึ่งสร้างความหนักใจให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมากเป็นลำดับต้นๆ นั่นคือ ความเชื่อมั่นใน กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการสร้างความมั่นใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่ ทุกครั้งที่มีปิดล้อม ตรวจค้น เพื่อ
เพราะแทบทุกครั้งหลังเสียงปืน หรือเสียงกัมปนาทจากอานุภาพแรงระเบิดของคนร้าย หลักฐานที่ตรวจพบในจุดเกิดเหตุอาจไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การมัดตัวคนร้ายได้ในทันที
หากไม่มีหลักฐานที่รัดกุมเพียงพอ การเข้าควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยอาจจะยิ่งเป็นการเติมเชื้อ หรือยิ่งเร่งสถานการณ์ทางความรู้สึกของชาวบ้าน โดยเฉพาะระดับความน่าเชื่อถือที่มีต่อคนของรัฐจะถูกมองในแง่ลบมากขึ้น
แนวทางเดียวที่จะคลายความกังวลในความคิดของมวลชนลงได้ก็คือ การพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ให้ประจักษ์ว่า การจับกุมบุคคลตามกลุ่มเป้าหมายทุกครั้งจะไม่มีคำว่าผิดฝาผิดตัว
เทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่ ผนวกกันในรูปแบบของนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ในการจับกุมผู้ก่อความรุนแรงตัวจริงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด
พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท. กล่าวว่า กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ถูกนำเข้ามาใช้คลี่คลายคดีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจดีเอ็นเอ เก็บลายนิ้วมือแฝง และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เครื่องมือตรวจสารอาร์ดีเอ็กซ์ (สารประกอบระเบิด) ที่สามารถตรวจหาสารที่จับบนวัตถุได้ทุกชนิด
เพราะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะเป็นกลไกสำคัญในการสยบคำครหาที่มีต่อเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่วิทยาศาสตร์คือสิ่งที่พิสูจน์ได้ และเป็นพยานปากสำคัญในการบ่งชี้ว่า บุคคลนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างความรุนแรง หรือมีส่วนร่วมในคดีความไม่สงบหรือไม่
กองทัพได้รับความร่วมมือจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่ในการสนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือ รวมถึงงบประมาณในการทำงาน
การได้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้ามาเป็นหัวหอกสำคัญในการเดินหน้าแก้ไขปัญหา และเรียกความเชื่อมั่นในการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ในสายตาชาวบ้านได้เป็นอย่างดี
โดยเป้าหมายสำคัญของการทำงานอยู่ภายใต้เงื่อนไขการพิสูจน์และแสวงหาพยานหลักฐาน เพื่อนำเสนอผลการตรวจสอบสู่การพิจารณาของศาล สร้างความเข้าใจที่ดีแก่สังคมว่า นิติวิทยาศาสตร์มีไว้เพื่อช่วยสร้างความเป็นธรรม
“การตรวจดีเอ็นเอช่วยเข้ามาเสริมงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะการมีคุณหมอพรทิพย์มาร่วมงาน ซึ่งต้องยอมรับว่ามีส่วนช่วยได้มาก เพราะคุณหมอเปรียบเสมือนแบรนด์ หรือสัญลักษณ์ของดีเอ็นเอ ที่ได้รับการยอมรับจากสังคมสูง ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่สังคมมุสลิมในพื้นที่ด้วย"
พ.อ.สมพล ปานกุล รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส กล่าวว่า ในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่นำร่องโครงการเก็บข้อมูลฯ ได้นำแนวทางและรูปแบบการปฏิบัติงานด้วยการนำกระบวนการวิทยาศาสตร์มาใช้ระยะหนึ่ง
หลังจากก่อนหน้านั้นต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหา อย่างน้อย 3 ประเด็น คือ 1.การหาพยานบุคคลไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะไม่ได้รับความร่วมมือ ภาษาในการสื่อสาร และความไม่มั่นใจในเจ้าหน้าที่รัฐ
2.การสร้างพยานเท็จเพื่อป้ายสี หรือให้ร้ายผู้อื่นโดยดึงสถานการณ์ความไม่สงบมาเป็นใช้ประเด็นหลักเพื่อเบี่ยงความสนใจ
3.หลักฐานในที่เกิดเหตุยังไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การจับกุมคนร้าย เช่น การใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันก่อเหตุหลายคดีทำให้ตามตัวคนร้ายลำบาก
นิติวิทยาศาสตร์จะมีประโยชน์มาก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูง การตรวจดีเอ็นเอแต่ละครั้งใช้เงิน 5,000-8,000 บาท แต่โชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่เข้ามาช่วยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่มากเกินจำเป็น
“การเก็บดีเอ็นเอในปัจจุบันไม่ได้ทำเฉพาะหลังเกิดเหตุรุนแรงเพื่อนำไปประกอบเป็นสำนวนคดีเท่านั้น แต่การเก็บตัวอย่างเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในอนาคตยังเป็นภารกิจเสริมที่จำเป็นต้องทำ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำ และเพื่อสร้างความเป็นธรรม” พ.อ.สมพล กล่าว
วิธีทางวิทยาศาสตร์ หรือแนวทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการอุดช่องโหว่เรื่อง "พยานบุคคล" ที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นในงานดับไฟใต้ของหน่วยความมั่นคงในพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกระดับ
สุพิชฌาย์ จันต๊ะปา



