
ความจริงหลังวันที่3มีนาคม
ความจริงหลังวันที่3มีนาคม : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]
ห้วงเวลาของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครงวดเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับบรรยากาศความเข้มข้น เร้าใจในการแข่งขันชิงชัยกันระหว่าง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครหมายเลข 9 จากพรรคเพื่อไทย กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครหมายเลข 16 จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ไม่ใครคนใดคนหนึ่งก็คงได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยไม่น่าจะมีปาฏิหาริย์อื่นใดมาเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง
แทบไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะมีม้ามืดขึ้นมาเบียดแซงคู่แข่งขันจากสองพรรคการเมืองหลักของประเทศ
ถึงตอนนี้ วัน เวลา บรรยากาศอันครึกครื้น เรียกเสียงสรวลสันต์เฮฮาราวกับอยู่ในเทศกาลสนุกสนานรื่นเริงอะไรบางอย่างกำลังใกล้จะสิ้นสุดลงทุกที
นี่ขนาดมีข้อห้ามหาเสียงด้วยการจัดมหรสพ การแสดง แต่ผู้สมัครรับเลือกตั้งกลับทำเอาชาวบ้านร้านตลาดหัวร่องอหงาย น้ำหูน้ำตาเล็ดกับจำอวดที่แสดงให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน
ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร หรือไปออกรายการประกวดประชันแสดงความสามารถพิเศษกัน บางคนจึงอวดโชว์ความเก่งกล้าสามารถนานานัปการ ขับรถเมล์ก็ได้ เข็นรถขยะก็เป็น สับหมูสับไก่ ร้องเพลงโชว์ลูกคอ ฯลฯ
ยังดีที่ไม่ถึงกับแลบลิ้นปลิ้นตา คลานสี่ขาเห่าโฮ่งๆ ให้เห็น
ขณะเดียวกันความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ประชาชนชาวบ้านพอจับต้อง เสพสัมผัสได้ในระหว่างห้วงเวลาของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งก็กำลังจะล่วงเลยผ่านไปเช่นกัน
คงอีกนานกว่าที่จะมีนักการเมืองยกโขยงออกมาตั้งขบวนแห่แหน เที่ยวยกมือไหว้ชาวบ้านราษฎรไปทั่วทุกสารทิศ ทั้งหัวหงอกหัวดำ ทั้งนายกรัฐมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน
จะมีใครหน้าไหนมาร้องเพลงเอาอกเอาใจคนแก่ผู้เฒ่า ป้อนข้าวคนชรา สับไก่สับหมูให้พ่อค้าแม่ขาย เดินสายเที่ยวรับฟังปัญหาทุกข์ยากเดือดร้อนความต้องการของประชากรพลเมืองทิ้งเอาไว้แต่คำมั่นสัญญาสารพัด ที่เป็นอดีตผู้ว่าฯกทม.มาก่อนอ้างว่า เลือกตัวเองเข้าไปสามารถสานงานต่อ เดินหน้าทำงานได้เลย อาสาจะทำโน่นทำนี่ท่ามกลางข้อสงสัยกังขาถึงผลการทำงานที่ผ่านมา
ที่เป็นนายตำรวจทำงานออกสื่อ เชี่ยวชาญช่ำชองกับงานประชาสัมพันธ์มาชั่วชีวิตนั้น เอาเข้าจริงก็ไม่รู้ว่าจะไปทำหน้าที่เป็นผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร หรือโฆษก กทม.กันแน่
สัญญิงสัญญาว่าจะเนรมิตไอ้นั่นเสกไอ้นี่ ทั้งรถเมล์ฟรีทุก 5 นาที เรือฟรี ซื้อของถูก เก็บขยะหน้าบ้านทุกวัน ส้วมสาธารณะตามป้ายรถประจำทาง ฯลฯ
ลดแลกแจกแถมระเบิดเถิดเทิง ทำราวกับกรุงเทพมหานครมีเงินงบประมาณไม่อั้น ผู้ว่าฯ กทม.มีอำนาจมากมายมหาศาล นึกจะเนรมิต ปลุกเสกอะไรขึ้นมาก็ได้
อีกทั้งในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาหลักๆ ที่สำคัญของ กทม.ล้วนเป็นประเด็นซึ่งเกี่ยวพันกับการจัดการในระดับชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจร ที่อำนาจและบุคลากรยังอยู่ในมือของตำรวจ มิหนำซ้ำยังมีนโยบายรถยนต์คันแรกออกมาซ้ำเติม หรือ ปัญหาน้ำท่วม ที่การจัดการในระดับชาติยังไม่เป็นโล้เป็นพาย
ขณะที่งานของท้องถิ่นโดยแท้อย่างเช่น ปัญหาแผงลอย-ทางเท้า กลับอ้อมๆ แอ้มๆ ไม่มีใครเอ่ยปาก พูดถึงจริงๆ จังๆ เพราะกลัวไปกระทบต่อคะแนนเสียงของตัวเอง
ดังนั้น ไม่ว่าจะได้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ หรือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ตามที หลังวันที่ 3 มีนาคม สิ่งที่คนกรุงเทพมหานครต้องผจญต่อไปก็ยังเป็นปัญหาจราจรติดขัด ฝนตกน้ำท่วมขัง แผงลอยแย่งชิงพื้นที่ทางเท้า ฯลฯ ไม่เปลี่ยนแปลง



