
สวัสดีเศรษฐกิจ:ต้องแยกแยะข้อมูลให้ชัด
สวัสดีเศรษฐกิจ : ต้องแยกแยะข้อมูลให้ชัด : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
โอกาสนี้ผมตั้งใจที่จะอธิบายเรื่องหนี้ครัวเรือน ข้อเท็จจริง ความเป็นห่วง และการคาดการณ์ในมุมมองของผมอีกครั้ง เพื่อความชัดเจน ไม่สับสน หากเห็นว่าจะเกิดปัญหาในอนาคตแล้ว จะได้เตรียมวิธีการแก้ไขปัญหาที่คาดว่าจะเกิดกันแต่เนิ่นๆ ในฐานะที่ผมทำงานที่เครดิตบูโรก็อยากนำเอาข้อมูลมานำเสนอแก่ผู้อ่านให้ได้ทราบ ให้ได้เตรียมตัว เรื่องต่างๆ มีดังนี้ครับ
1. ข้อเท็จจริง ในปี 2555 มีสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโรเข้ามาดูข้อมูลคนที่มาขอสินเชื่อทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ภายใต้วัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์สินเชื่อกว่า 14 ล้านรายการ ซึ่งเท่ากับว่ามีคนยื่นขอสินเชื่อกันเกิน 1 ล้านใบสมัครต่อเดือน (คิดว่าใบสมัครสินเชื่อ 1 ใบต่อการเข้ามาดูข้อมูล 1 ครั้ง)
2. ข้อเท็จจริง สิ้นปี 2555 มีบัญชีสินเชื่อของบุคคลธรรมดาที่ยังเปิดและเดินบัญชีอยู่ประมาณ 44 ล้านบัญชีสินเชื่อ ในจำนวนนี้มี 1.6 ล้านบัญชี มีลักษณะที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (คือเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือที่เรียกหนี้เสีย) จำนวนเงินนั้นไม่มากเมื่อเทียบกับหนี้ของบุคคลในสินเชื่อทั้งหมด และสินเชื่อบุคคลที่มีจำนวนประมาณ 2.7 ล้านๆ บาทนั้น ตัวเลขนี้สถาบันการเงินปัจจุบันสามารถบริหารจัดการได้
3. ความเป็นห่วง มีใครต่อใครในวงการวิชาการ สถาบันการเงินออกมาแสดงความห่วงใยว่าการไม่มีเงินออม การไม่คิดให้ดีก่อนใช้จ่าย การไม่ออมก่อนกู้ การไม่รอบคอบ ไม่พิจารณากำลังของตนเองว่ามีกำลังแค่ไหนในการกู้เงิน หากเกิดไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ผ่อนคลายกฎกติกาลงมาแล้วทำให้ได้สินเชื่อแล้ว ในท้ายที่สุด คนที่ได้รับเงินกู้ไปย่อมต้องประสบปัญหาชำระหนี้ไม่ได้กลายเป็นหนี้เสีย ผู้ค้ำประกันถูกตาม ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในที่สุด
4. ความเป็นห่วง การที่สถาบันการเงินนำเอาวิธีการทางการตลาด ผสมกับเทคโนโลยีที่รวดเร็ว สร้างบริการทางการเงินและโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในการเข้าถึง เข้าหากลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการกระตุ้นความอยากได้ทั้งที่อาจไม่จำเป็น หากผู้กำกับดูแลไม่คำรามไปบ้าง ท่าทางจะเตลิดเปิดเปิงไปมากกว่าที่เป็นอยู่นี้มากมาย
5. การคาดการณ์ ผู้บริหารในธุรกิจสถาบันการเงิน คนที่รับผิดชอบในการปล่อยหนี้สินเชื่อรถยนต์ต่างมีการคาดการณ์ว่าจำนวนหนี้เสียน่าจะเพิ่ม เนื่องจากมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่มีรายได้เท่ากับหรือต่ำกว่าหมื่นบาทต่อเดือน ไปก่อหนี้เช่าซื้อรถยนต์โดยคิดว่าได้เงินภาษีกลับคืนแต่ไม่ดูความสามารถในการบริหารรายได้รายจ่าย จึงน่าคิดต่อว่าหากคนกู้จ่ายไม่ได้มันก็ลามไปยังคนค้ำประกัน เรื่องนี้ยังไม่นับที่คนที่เป็นหนี้ตามสัญญาตัวจริงกับคนที่เอารถไปใช้แต่ยืมชื่อเพื่อนให้กู้แทน หากไม่มีวินัยแล้วจะไปต่อกันยังไง
เราๆ ท่านๆ เมื่อจะดูข้อมูลข่าวสารเรื่องหนี้ครัวเรือนต้องแยกแยะข้อเท็จจริง ความเป็นห่วง และการคาดการณ์ ออกมาจากกันให้ชัดเจนอย่าหลงไปกับการบรรยายที่วนไปวนมา ต้องมองให้ออกว่าจะกระทบกับเรา ครอบครัวเรา กิจการของเรา ทางตรงทางอ้อมอย่างไร จะได้กำหนดหนทางแห่งการป้องกันได้ในยุคข้อมูลข่าวสารท่วมตลาดเช่นในปัจจุบันนี้
--------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ต้องแยกแยะข้อมูลให้ชัด : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



