ข่าว

เสพงานศิลป์...อิงธรรมะ

เสพงานศิลป์...อิงธรรมะ

07 ก.พ. 2556

เสพงานศิลป์...อิงธรรมะ

                     นิทรรศการ "ไม่มีความจริงใดใดในจักรวาล" คือ งานแสดงศิลปะที่มีการผสมผสานมุมมอง หรือแนวความคิดทางพระพุทธศาสนา กับงานศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เกิดขึ้นโดยเจตนารมณ์ของศิลปินทั้ง 4 ที่ตั้งใจถ่ายทอดคำสอนทางพระพุทธศาสนา ผ่านมุมมองของพวกเขาโดยใช้ศิลปะแขนงต่างๆ เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอด

                     ช่างภาพมากฝีมือผู้อยู่เบื้องหลังวงการแฟชั่นไทย หนึ่งในศิลปินครั้งนี้ "ติ๋ม" พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ แสดงผลงานผ่านภาพถ่ายฝีมือตัวเอง ที่สื่อให้เห็นถึงความจริงของชีวิตมนุษย์ ผ่านคำสอนทางพระพุทธศาสนา กล่าวว่า ในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต ที่ได้เรียนรู้ในพระพุทธศาสนา ทำให้ได้พบแนวทางปฏิบัติธรรม เกิดการเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตและมองโลกแบบใหม่ ส่วนคุณค่าของภาพเชิงเปรียบเทียบนี้ พยายามที่จะสื่อให้เห็นถึงสิ่งที่แตกต่างระหว่างนามธรรมและรูปธรรม บางสิ่งรับรู้ด้วยตา และบางสิ่งที่อาจเชื่อมต่อกันระหว่างจิตใจและจักรวาล

                     ด้าน ไชโย โล่ห์อมรปักษิณ บัณฑิตหนุ่มจากมหาวิทยาลัยศิลปากร แสดงผลงานดูกายดูจิตประติมากรรมปูนปั้น ที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงการใช้สติ เพื่อพิจารณาร่างกายและจิตใจ ตามความเป็นจริงหรือตามความเป็นไปตามธรรมชาติ ไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ คือ บางครั้งสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดกลับกลายเป็นสิ่งที่ถูกมองข้าม

                     อีกหนึ่งศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน องอาจ โล่ห์อมรปักษิณ กับผลงานชื่อ "ไม่เที่ยง" กล่าวว่า ผลงานของเขาชุดนี้พูดถึงความไม่เที่ยงของชีวิต เป็นเพียงกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง เกิด-ดับที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันไป ชีวิตมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จนเราไม่สามารถสังเกตเห็นได้  ศิลปินคนสุดท้าย เกศวิตา รอตพันธุ์ ถ่ายทอดแนวความคิดสมัยใหม่ผ่านงานศิลปะ โดยเสริมแง่มุมของพระพุทธศาสนาในเรื่องของการยึดมั่นถือมั่น เธอกล่าวว่า ตัณหาเป็นแรงกระตุ้นและผลักดันให้ปรารถนาจะดำรงชีวิตอยู่ ส่วนตัวมองว่าตัณหาคือบ่อเกิดแห่งชีวิต ขณะเดียวกันก็เหมือนภาระหนักที่ต้องแบกไว้ หน่วงเหนี่ยวให้อยู่ในวังวนไม่รู้จบ โดยผลงานชิ้นนี้เธอให้ความสำคัญกับความสวยงามในมุมมองของหญิงสาว ที่มีทั้งความอยากครอบครอง ความรัก การยอมรับของมนุษย์

                     ใครที่อยากจะเสพงานศิลป์แบบมีแนวคิด สามารถเข้าชมนิทรรศการนี้ได้จนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ สตูดิโอชั้น 4 หอศิลปะวัฒนธรรมกรุงเทพฯ