
'เฉลิม'ปัดการเมืองแทรกปมบ่อนเตาปูน
'เฉลิม' ยัน 'ปปง.' ยึดทรัพย์บ่อนเตาปูนไม่มีการเมืองเข้าแทรก เชื่อหลักฐานเอาผิดถึงตัวกลางได้ จ่อเสนอประกาศเคอร์ฟิวจุดเสี่ยงในบางพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
6 ก.พ.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงการอายัดทรัพย์สินซึ่งเป็นโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตึกแถว เลขที่ 126026 เนื้อที่ 2 งาน 50 ตารางวา ราคาประเมินกว่า 10 ล้านบาท ที่รู้จักกันในชื่อบ่อนเตาปูน ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน ว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการดำเนินการจับกุมในช่วงที่ตนทำหน้าที่รองนายกฯและรับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตลอดเวลาทุก 3 เดือน ตนจะทำหนังสือเน้นไปยังพื้นที่อย่างสม่ำเสมอว่าต้องปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด การพนัน โดยเฉพาะตู้ม้า ซึ่งในครั้งก่อนที่จะนำไปสู่การยึดทรัพย์เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แผน “The cat again” สามารถดำเนินการจับกุมได้นักพนันได้เกือบ 200 คน ซึ่งนักพนันและการค้าประเวณีถือเป็นความผิดมีบัญชีแนบท้ายเป็นความผิดมูลฐานที่ ปปง.สามารถตรวจสอบ อายัดและยึดทรัพย์ได้ ยืนยันว่าไม่มีการกลั่นแกล้ง อยู่ที่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการพนัน ตนทำหน้าที่ในฐานะประธาน ป.ป.ง. จริงแต่เวลายึดทรัพย์มีคณะกรรมการธุรกรรมซึ่งไม่มีใครแทรกแซงหรือเกี่ยวข้องได้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการอายัดทัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามฐานความผิดนั้นคิดว่าจะสาวไปถึงเจ้าของที่แท้จริงได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็ต้องไปดูว่าใครเป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์
เมื่อถามย้ำว่าจะสาวไปถึงนักการเมืองใหญ่ที่มีการพาดพิงว่าเป็นเจ้าของตัวจริงหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มั่นใจ ถ้าไปพูดลึกมาไปเดี๋ยวพรรคประชาธิปัตย์ก็จะกล่าวหาว่าไปกลั่นแกล้ง แต่ตนคิดว่าน่าจะจับกุมตัวการได้ทั้งหมด เพราะมีการอายัดทรัพย์ก็น่าจะมีหลักฐานที่แน่นหนา
“ยืนยันว่าการยึดทรัพย์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นเรื่องของการพนัน ถ้าไม่มีการเล่นพนันตำรวจก็จับกุมไม่ได้ ถือเป็นความผิดแนบท้าย ตามกฎหมายก็ต้องมีการอายัดและยึดทรัพย์ แต่ถ้าหากใครจะฝืนเล่นกันอีกก็เล่นไป มีโอกาสเจ้าหน้าที่ก็จะจับกุมอีก ยอมรับว่าบ่อนเตาปูนนั้นมีเกราะกำบัง มีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่ล้อมรอบ ตำรวจเข้าไปในพื้นที่ชาวบ้านก็ออกมาด่า ส่วนบ่อนที่อื่นยังหลบๆ ซ่อนๆ เล่นพนัน แต่เตาปูนก๋ากั่นมาก ส่วนหนึ่งชาวบ้านเขาก็มีผลประโยชน์ด้วย”
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลพยายามไล่เช็คบิลกลุ่มเครือข่ายพรรคฝ่ายตรงข้าม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่เป็นการเช็คบิล ถ้าไม่ผิดจะไปเช็คบิลได้อย่างไร การพนันถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่ตนจะมาเนรมิตเองที่ไหน เพียงแต่รัฐบาลนี้เอาจริงอะไรที่เป็นการทำผิดกฎหมายตนก็ต้องมอบหมายลงไปให้ไปทำตามหน้าที่
เมื่อถามว่าการดำเนินการของ ปปง.ครั้งนี้ถือว่าเป็นการอวสานของบ่อนเตาปูนหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การพนันมันยาก และบริเวณที่เป็นบ่อนการพนันตรงเตาปูนนี้เกิดมาตั้งแต่ตนเป็น ร.ต.ท.ที่กองปราบเมื่อปี 2516 เล่นพนันกันมายาวนานอำมตะนิรันดร์กาลโดนเสียบ้างก็ดี อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในลักษณะนี้ก็จะขยายไปยังบ่อนอื่นๆ ด้วย เพียงแต่บ่อนเตาปูนจับได้ก่อน แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าบ่อนการพนันกับสังคมไทยเป็นของคู่กัน พอเจ้าหน้าที่ปราบกันมากๆ ประชาชนก็มาตำหนิระบุว่าจะไล่ให้ไปเล่นที่กัมพูชาหรืออย่างไร พอไม่จับกุมก็หาว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะกลายเป็นมวยล้มอีกครั้งหรือไม่สำหรับความพยายามล้มบ่อนเตาปูน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ยืนยันว่าไม่มีการล้ม เพราะถึงขณะนี้มีการอายัดทรัพย์ มีการจับกุม คดีมีการลงโทษปรับ จับ ทั้งหมด”
จ่อเสนอประกาศเคอร์ฟิวจุดเสี่ยงในบางพื้นที่ 3 จว.ชายแดนใต้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ตวามรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลังกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุจ่อยิงพ่อค้าผลไม้เสียชีวิต 4 รายที่อ.กรงปินัง จ.ยะลา ว่า เป็นการคุกคามข่มขู่ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไม่ได้มีอุดมการณ์อะไรเพียงแต่สร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมือง ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.)วันที่15 ก.พ. จะต้องมีข้อสรุปที่ชัดเจนต้องมีวิธีการ อยู่อย่างนี้ไม่ได้
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในส่วนของตำรวจนั้นได้มาปรึกษากับตน บางพื้นที่ที่เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีกเวลากลางคืน เมื่อมีความคิดที่จะประกาศเคอร์ฟิวเฉพาะพื้นที่ที่อันตราย กลางคืนอย่าเพิ่งเดินทางเลย ซึ่งสื่อก็วิจารณ์ กรรมการสิทธิฯก็โจมตีว่าละเมิดสิทธิ ชาวบ้านในพื้นที่ก็บอกว่าลิดรอนสิทธิ อะไรก็ทำปรับเปลี่ยนไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร โดยในวันที่ 15 ก.พ. ตนจะตัดสินใจหารือถึงเรื่องนี้อีกครั้ง โดยพื้นที่ที่เกิดเหตุซ้ำ ๆ อย่างอ.กรงปินัง อ.ยะหริ่ง ต้องเอามาเป็นกรณีศึกษา ในการประกาศเคอร์ฟิวช่วงกลางคืน
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ช่วงกลางคืนจริงจะช่วยแก้ปัญหาระยะยาวได้หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราจะประกาศเฉพาะพื้นที่ที่มีสถิติเกิดเหตุซ้ำซาก ก็จะลดการก่อเหตุได้ เพราะส่วนใหญ่จะยิงกันตอนกลางคืน เรื่องนี้ต้องกล้าตัดสินใจคิดเปลี่ยน ปล่อยไว้อย่างนี้เหมือนดื้อยาแล้วเจ้าหน้าที่ในพื้นที่บอกมาแล้วจะไม่เชื่อเขาได้อย่างไร ทั้งนี้ตนจะเรียกพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาหารือด้วย
'เฉลิม' ปัดการเมืองแทรกแซงผลโพลสวนดุสิต
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการเมืองเข้าไปแทรกแซงสวนดิสิตโพลว่า ไม่จริง ยกตัวอย่างสมัยก่อนบอกว่านายณรงค์ วงศ์วรรณ แพ้การเลือกตั้งที่จังหวัดแพร่ และทุกคนด่าสวนดุสิตโพลซึ่งผลปรากฎว่าแพ้จริง ดังนั้นผลโพลยังไม่ใช่ข้อยุติ อย่าตกใจง่าย นอกจากนี้ตนลงเลือกตั้งส.ส.กรุงเทพมหานคร 6 สมัย ซึ่งโพลไม่เคยบอกว่าตนชนะแม้แต่ครั้งเดียว แต่ผลปรากฎว่าได้อันดับ 1 ทุกที
เมื่อถามว่า ผลโพลที่บอกว่าพล.ต.อ.พงศพัศ มีคะแนนนำจะเชื่อถือได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนไม่เคยเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ผลโพลเฉลิมบอกว่าชนะ จึงมั่นใจว่าชนะ
ต่อข้อถามว่าถ้าหากม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แพ้ จะส่งผลถึงความเปลี่ยนแปลงภายในพรรคปชป.หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนไม่กล้าไปแสดงความเห็น แต่ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว และเป็นฝ่ายค้านถาวรด้วย
ส่วนผู้ที่พรรคพท.สนับสนุนยังไม่เคยได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯกทม.แม้คนเดียว ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ยืนยันว่าคราวนี้ชนะแน่นอน เพราะพล.ต.อ.พงศพัศ เป็นคนขยัน อย่างไรก็ตามพรรคพท.ไม่ซีเรียส
“พรรคพท.สบายๆ ไม่เคยวิพากษวิจารณ์พรรคปชป. แต่กลับมาบอกว่าพล.ต.อ.พงศพัศ ในฐานะอดีตรอง.ผบ.ตร.ได้เซ็นสัญญาเช่นรถของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นั้น ไม่มี เพราะคนอนุมัติคือฝ่ายการเมือง และตร.ถึงไปทำสัญญา แต่ตอนนั้นพล.ต.อ.พงศพัศ เป็นเพียงผู้ช่วย” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รอ 3 วันสุดท้ายจะฟันธงว่าใครชนะ ซึ่งเหตุผลที่ให้พล.ต.อ.พงศพัศชนะ เพราะวิเคราะห์จากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ โดยคะแนนพรรคต่างกันที่ผ่านมาไม่เกิน 1 แสนคะแนน
เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายจะมียุทธศาสตร์ในการรณรงค์ให้คนเลือกพล.ต.อ.พงศพัศอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า วันที่ 8 ก.พ. เวลา 17.00 น. ที่เป็นวันจ่าย จะไปช่วยพล.ต.อ.พงศพัศหาเสียงที่เยาวราช เพราะเป็นอดีตนายตำรวจสถานีตำรวจจักรวรรดิ์เก่า
เมื่อถามว่าจะป้องกันการโกงเลือกตั้งอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า โกงยาก เพราะพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ชน.) นำกำลังเป็นหมื่นตรวจทุกโรงพัก ซึ่งตนบอกว่าไม่ต้องไปช่วยใคร และแนะนำว่าให้นำหีบหย่อนบัตรคะแนนให้โล่งๆไว้
'เฉลิม'ป้อง'เพรียวพันธ์-พงศพัศ'ไม่มีเอี่ยวสัญญาฉาว'สตช.'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าปัญหาก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย 163 แห่ง และโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ(ทดแทน) 396 แห่งทั่วประเทศ เกิดขึ้นในสมัยที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) และพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเมื่อครั้งเป็นรอง ผบ.ตร.เคยรับมอบหมายจากพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ให้ลงนามในการทำสัญญาเช่ารถของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท ว่า ไม่ใช่ พรรคประชาธิปัตย์เอาเรื่องไร้สาระมาพูด ทั้งนี้ การดำเนินการในเรื่องนี้ครั้งแรกเกิดขึ้นในสมัยที่พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ เป็นผบ.ตร. ต่อเนื่องมาถึงพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ แล้วมาที่พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี แต่พล.ต.อ.วิเชียร ไม่ได้อยู่ในเรื่องการเสนอ ขณะที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา เสนอให้ยกเลิกโครงการนี้ เพราะมีความผิดปกติ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะกรรมาธิการมีอำนาจอะไร และสิ่งที่คณะกรรมาธิการฯออกมาพูดก็เป็นเพียงความคิดเห็น เรื่องนี้ไม่มีอะไร เรียบร้อย และต้องมีคนรับผิดชอบ งานนี้พรรคประชาธิปัตย์รับไปเต็มๆ ซึ่งตนได้เห็นเอกสารในเรื่องนี้แล้ว ก็คิดว่าเขากล้าทำขนาดนี้หรือ
ต่อข้อถามว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างดังกล่าว จะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หลังจากการเปลี่ยนแปลงการทำสัญญาจากหลายฉบับให้มาเป็นทำเพียงฉบับเดียว ไม่มีหนังสือสั่งการ หรือถ้ามีหนังสือ เขาก็ยังเก็บไว้ แต่ตนยืนยันว่าพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และพล.ต.อ.พงศพัศ ไม่เกี่ยวกับปัญหาการก่อสร้างดังกล่าว เพราะตอนนั้นพล.ต.อ.พงศพัศ เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. อีกทั้งผู้อนุมัติเป็นฝ่ายการเมือง แล้วสตช.ไปทำสัญญา ทั้งนี้ ตนได้รับหนังสือร้องเรียนถึงกรณีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อค่ำวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ในส่วนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องรับผิดชอบนั้น ตนไม่อยากพูดลงลึก แต่เรื่องนี้ เราต้องหาคนทำผิดให้ได้
เมื่อถามว่าผู้ที่จะถูกดำเนินการเอาผิด จะเป็นเฉพาะฝ่ายการเมืองใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่กล้าพูด เพราะการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า สำหรับบริษัทที่ก่อสร้างนั้น เรามีข้อมูลประวัติความเป็นมาและรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้ว อีกทั้งในวันที่ 7 ก.พ.นี้ เจ้าหน้าที่จะไปที่ธนาคารออมสินเพื่อตรวจสอบการโอนเงินและเส้นทางการเงิน ขณะเดียวกันตนได้ขอให้พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันแลปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย อย่าให้คนชั่วลอยนวล ซึ่งเลขาธิการปปง.รับเรื่องไปช่วยตรวจสอบแล้ว อีกทั้ง ตนได้บอกกับนายธาริต เด็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แล้วว่าอย่าไปกลั่นแกล้งใคร และไม่ต้องกลัวว่าจะมากระทบตน เพราะตนสั่งให้ทำตามกฎหมาย
'เฉลิม' สั่งตร. แก้ปัญหาสร้างโรงพักล่าช้า
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในการประชุมบริหาร เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับและสั่งการให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างโรงพักทั้ง 396แห่งทั่วประเทศที่ไม่แล้วเสร็จ และมีการผิดสัญญาของบริษัทผู้รับเหมา เนื่องจากไม่สามารถส่งมอบงานได้ทันกำหนดเวลา และมีการจ้างช่วงต่อ โดยได้กำชับให้ตำรวจประสานข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่มีการตรวจสอบเรื่องของการฮั้วประมูล ส่วนเรื่องความเสียหายและผลกระทบ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการให้บริการประชาชน
ส่วนกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า จะให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร. ไม่จำเป็นต้องแจ้งความด้วยตนเอง เนื่องจากมีการตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ขณะที่สัปดาห์หน้า พล.ต.อ.อดุลย์ ได้เรียกหัวหน้าสถานีตำรวจทั้ง 396 แห่ง มาประชุมเพื่อชี้แจงและวางแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วย โดยได้เตรียมหนังสือพลิกวิกฤติเป็นโอกาส แจกให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกนายที่เข้าร่วมประชุมด้วย



