ข่าว

'ประสาร'ยัน!ไม่กดดัน-ทำงานปกติ

'ประสาร'ยัน!ไม่กดดัน-ทำงานปกติ

06 ก.พ. 2556

'ผู้ว่าการแบงก์ชาติ' ยันไร้แรงกดดัน-ทำงานปกติ รับ 'วีรพงษ์' อ่านจม.จาก รมว.คลังให้บอร์ดฟังแล้ว ขณะที่ฝ่ายกม.ระบุชัด บอร์ดธปท.ไม่มีอำนาจล้วงการทำงานด้านนโยบาย

                           6 ก.พ. 56  นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยอมรับว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ธปท. เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการ ธปท. ได้อ่านจดหมายแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับฐานะการเงินของ ธปท. ให้กับคณะกรรมการท่านอื่นๆ ได้รับทราบแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวไม่รู้สึกกดดันแต่อย่างใด และยังคงทำงานตามปกติ พร้อมกันนี้เขายืนยันว่า การพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีการใช้ข้อมูลประกอบอย่างรอบด้าน

                           นายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายช่วยงานบริหาร ธปท. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการธปท. กล่าวว่า คณะกรรมการ ธปท.คงไม่มีอำนาจไปแทรกแซงการทำงานของ กนง. เพราะตามกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธปท. ปี 51 เขียนไว้ชัดเจนว่า คณะกรรมการธปท. มีอำนาจดูแลงานโดยทั่วไป เว้นแต่เป็นเรื่องนโยบายการเงิน นโยบายสถาบันการเงิน และนโยบายระบบชำระเงิน ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดเล็กในทั้งมา 3 คณะ

                           "มาตรา 25 ของ พ.ร.บ.ธปท. เขียนไว้ชัดว่า บอร์ดใหญ่ (คณะกรรมการธปท.) มีอำนาจกำกับดูแลงานทั่วไป ส่วนถ้าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายต่างๆ ก็ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการในแต่ละคณะไป ดังนั้นบอร์ดใหญ่คงไม่มีอำนาจไปสั่งให้ขึ้นหรือลดดอกเบี้ย"

                           ส่วนคำถามที่ว่าหากคณะกรรมการชุดเล็กเกิดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน คณะกรรมการธปท.ต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้วยหรือไม่นั้น นายชาญชัย กล่าวว่า การจะบอกว่าดำเนินนโยบายผิดพลาดหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะการดำเนินนโยบายต้องขึ้นกับสภาพแวดล้อม ซึ่งแต่ละช่วงเวลามีเหตุปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามาไม่เหมือนกัน และในแต่ละสภาพแวดล้อมก็ต้องมีการตัดสินใจนโยบายที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ทำให้นโยบายต้องปรับเปลี่ยน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด

                           "การดำเนินนโยบายต้องมีเรื่องของสภาพแวดล้อม มีเหตุปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถ้าสภาพแวดล้อมปรับเปลี่ยน เขาก็อาจจะเปลี่ยน ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ของเดิมเคยบอกไว้อย่างหนึ่ง แล้วพอเปลี่ยนก็มาบอกว่า ของเดิมผิด ถ้าเป็นแบบนั้นเดี๋ยวทุกคนจะเข้าใจผิดว่า พอเปลี่ยนหรือปรับอะไรต่างๆ ก็จะเป็นการผิดไปหมด"

                           นอกจากนี้ เขายังกล่าวด้วยว่า การดำเนินโยบายต่างๆ ก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ รวมไปถึงหลักการที่สอดคล้องกับรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งกฎหมายก็ระบุไว้ชัดเจนว่า ในการดำเนินนโยบายต้องคำนึงถึงการดำเนินนโยบายของรัฐด้วย อย่าง กนง. ทุกครั้งที่แถลงข่าว ก็จะพูดตลอดว่า ได้คำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ไว้อยู่แล้ว