
'มานิจ'เปิดใจไขก๊อกนายกสภา'มสด.'
'มานิจ'เปิดใจเหตุไขก๊อก'นายกสภาฯสวนดุสิต'ด้าน'สุขุม'เดินหน้าสวนดุสิตโพลต่อไป
6 ก.พ.56 นายมานิจ สุขสมจิตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยเเลนด์ทางสปริงนิวส์กรณีการลาออกจากการเป็นนายกสภาโดยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการให้สถาบันการศึกษารับใช้ฝ่ายการเมืองว่า ตนลาออกตั้งเเต่ 1 ม.ค.2556 จึงไม่ให้ข่าวนี้ตั้งเเต่ตอนนั้น ตนคุยกับนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้บริหารสถาบันอิศรา โดยนายประสงค์ ถามตนว่า สวนดุสิตโพลล์เป็นอย่างไร ตนจึงบอกว่าไม่เกี่ยว เพราะตนลาออกเเล้ว จากนั้นนายประสงค์จึงนำเรื่องที่คุยกับตนมาเผยเเพร่ทางโซเชียลมีเดีย
นายมานิจ กล่าวต่อว่า เหตุผลหนึ่งที่ตนรับไม่ได้ คือ การรับจัดเวทีสานเสวนา 108 เวทีในการเเก้รัฐธรรมนูญของกระทรวงมหาดไทยเเละคำพูดของ รมว.มหาดไทย ที่ระบุไม่ต้องเกณฑ์คนโง่มาเสวนา ประเด็นคือ มหาวิทยาลัยไม่ควรรับงานการเมืองเเบบนี้ เวทีประชาเสวนามันเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ 2550 เเละตนมีส่วนร่วมในการยกร่าง เพราะตนเป็น สสร.2550 รัฐธรรมนูญฉบับนี้อุดช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ให้คนโกงใช้เวทีประเทศไทยกอบโกยผลประโยชน์ ตนพูดในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยว่า การที่ไปทำอะไรในสิ่งที่ปฏิปักษ์เป็นสิทธิ เเต่มันอยู่กันคนละจุดยืนของตน ตนจึงลาออกเอง เพราะตนจัดการหรือเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้
"ส่วนการทำโพลล์ของสวนดุสิตโพลในหลายครั้งเกี่ยวกับคำถามต่างๆ นั้น ตนโดนคนอื่นถากถางว่า สวนดุสิตโพลรับใช้การเมือง ตนกับ นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ผอ.สวนดุสิตโพล ไม่มีอะไรขัดเเย้ง เพียงเเค่ความเห็นไม่ตรงกันจึงอยู่กันไม่ได้ ตนจึลาออกเองเเละไม่อยากให้กระทบมหาวิทยาลัย กรณีนี้มันเป็นเรื่องของบุคคล ส่วนสวนดุสิตโพลที่เคยทำโพลล์วันโลกเเตกเเละอยากให้นักการเมืองคนใดรอดนั้น เป็นเหตุผลที่ทำให้ลาออกหรือไม่ ขอเรียนว่า ประโยชน์การทำโพลล์นั้นเกิดประโยชน์กับสังคมหรือไม่ เเละโพลล์ต้องสร้างสรรค์สังคม ไม่เอื้อประโยชน์กับใคร เเต่ตนได้รับคำชี้เเจงว่าโพลล์ดังกล่าวนี้ทำขึ้นเเก้เครียด เเต่มันไม่ใช่หลักวิชาการทำโพลล์เลย" นายมานิจ กล่าว
"นักวิชาการ"เชื่อคนกทม.ตัดสินใจเเล้วว่าจะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯกทม.
นายสุขุม นวลสกุล นักวิชาการอิสระ กล่าวในรายการเจาะข่าวเช้านี้ (ช่วงวิเคราะห์เจาะลึก) เอฟเอ็ม 101.5 เมกะเฮริทซ์ กรณีการหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ว่า เลือกตั้งครั้งนี้เหมือนทุกครั้งเเละไม่มีอะไรพิเศษ เป็นเหมือนปกติ เเต่สิ่งที่ดูดีคือ โจมตีกันน้อยลง หาเสียงเเบบสร้างสรรค์ ส่วนผู้สมัครคนต่างๆ หาเสียงนั้น ชาวกทม.ตัดสินใจเเล้วหรือไม่ว่าจะเลือกใคร นายสุขุม กล่าวว่า คิดว่าชาวกทม.ตัดสินใจเเล้วว่า จะเลือกใครเพราะชาว กทม.ใช้ชีวิตที่นี่ จึงประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นได้ บางคนอาจเลือกคนเก่า บางคนที่เหลือทนอาจเเสวงหาคนใหม่ ส่วนนโยบายหาเสียงนั้นก็เป็นประเด็นตัดสินใจด้วยเช่นกัน เเละหากฟังนโยบายยาหอมเเละประชานิยมที่เหมือนกันหมดเเละสิ่งที่นำเสนอมานั้น กทม.จะเป็นมากกว่าเมืองสวรรค์เลย ประชาชนควรเเยกเเยะว่าสิ่งใดเป็นไปได้หรือไม่ ทั้งนี้ควรดูภูมิหลังเเละผลงานของผู้สมัครประกอบด้วย
ส่วนผู้สมัครอิสระเเละสังกัดพรรคนั้นใครได้เปรียบ นายสุขุม กล่าวว่า สังกัดพรรคได้เปรียบเพราะมีฐานเสียง เเต่มันไม่เเน่เพราะมันอยู่ที่อารมณ์ของชาวกทม.ในตอนนั้นด้วยว่าจะเลือกใคร ส่วนผู้สมัครอิสระนั้น ตนไม่เชื่อว่าจะชนะเพราะมาเดี่ยวๆ แบบไม่มีทีมงาน จะทำงานใหญ่สำเร็จได้ยาก แม้เรียกความสนใจได้ แต่ต้องขายความคิดแต่ตรงนี้มันดึงดูดได้ไม่มากเท่าผู้สมัครอิสระในอดีตที่ใช้วิธีเเบบนี้
ทั้งนี้ ส่วนนโยบายไร้รอยต่อมีความหมายในสนามนี้หรือไม่ นายสุขุม กล่าวว่า มีความหมายเพราะนโยบายนี้ที่นำเสนอมานั้นเพราะเชื่อว่า 4 ปีที่แล้ว รัฐบาลกับผู้ว่าฯกทม.ที่สังกัดพรรคฝ่ายค้านขัดแย้ง จึงออกนโยบายนี้ เเต่ตนมองว่า มีผลกับคนที่มองอีกเเบบคือ คนที่เชื่อว่ามีรอยต่อทำให้มีปัญหาเช่นกรณีเงินชดเชยน้ำท่วมที่บางคนได้ช้าเเต่บางพื้นที่ได้เร็ว
ส่วนการปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นอิสระจากการบริหารจากการเมืองหรือไม่นั้น นายสุขุม กล่าวว่า แม้กฎหมายระบุแบบนั้นแต่วิธีปฏิบัติเเบบไทยๆ แม้จะมีกฎหมายแต่ก็จะไม่ทำตามกฎหมาย มันต้องมองทั้งบวกและลบ ส่วนประชาชนจะตัดสินใจเลือกใครนั้น นายสุขุม กล่าวว่า ควรมองว่าที่ผ่านมาพอใจการทำงานเมื่อ 4 ปีที่เเล้วหรือไม่ ตนคิดว่าประชาชนตัดสินใจกันไว้เเล้ว แต่เมื่อมองดูจากโพลล์สำนักต่างๆ เเล้วเห็นว่ามีโอกาสแค่สองคนที่จะชนะ ส่วนโพลล์บางสำนักที่ระบุผลสำรวจในช่วงนี้ว่าใครนำ-ใครตาม นายสุขุม กล่าวว่า อาจมีผลกับการเลือกตั้ง แต่ประชาชนตจะใช้เป็นองค์ประกอบพิจารณา แต่โพลล์สำรวจโดยสุจริตและไม่เป็นเครื่องมือ เเต่ส่วนใหญ่เป็นโพลล์ของสถาบันการศึกษาที่น่าเชื่อถือ และสังคมอารยะควรมีโพลล์ และเป็นหน้าที่นักวิชาการที่ต้องเสนอ ส่วนกรณีที่ผู้สมัครบางคนไปร้อง กกต.ว่าโพลล์ไม่น่าเชื่อถือ นายสุขุม กล่าวว่า 7 วันสุดท้ายห้ามทำโพลล์ และไม่เชื่อว่าสถาบันใดอยากขายตัวเอง
ส่วนข่าวของ นายมานิจ สุขสมจิตร ลาออกจากนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เพราะไม่สบายใจที่ทำโพลล์รับใช้ฝ่ายการเมืองเเละทำโพลล์เรื่องไม่เป็นเรื่อง เเละรศ.สุขุม เฉลยทรัพย์ ผอ.สวนดุสิตโพลล์ กล่าวกับตนว่า การรับจ้างทำโพลล์นั้นเป็นรายได้เข้าสถาบันที่รับจ้างเอกชนมาดำเนินการ เเละไม่ได้รับจ้างนักการเมือง
"สุขุม"เดินหน้าสวนดุสิตโพลต่อไป
รศ.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สวนดุสิต เปิดเผยว่า การลาออกจากนายกสภา มรภ.สวนดุสิต ของ นายมานิจ ไม่เกี่ยวกับการทำโพลล์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ นายมานิจ ได้ลาออกตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มรภ.สวนดุสิต จะยังเดินหน้าทำโพลล์ต่อไป รวมถึงข่าวที่ระบุว่า ไม่เห็นด้วยที่รับจัดสานเสวนาปรองดอง 108 เวที เพราะยังไม่มีอะไร นอกจากตนได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการชุดนี้จาก รศ.ธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เท่านั้น



