
อย่าดื้อตาใสสไตล์อดีตผบ.ตร.
อย่าดื้อตาใสสไตล์อดีตผบ.ตร. : เลียบค่าย โดยคมพิทักษ์ราฎร์
ข่าวการประมูลสร้างโรงพัก 396 แห่ง ที่มีผู้บริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนักการเมือง ที่มีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลตำรวจร่วมกันมอบให้บริษัทเดียวเป็นผู้ประมูลได้ โดยกำหนดให้เสร็จภายในวันที่ 14 มีนาคม 2556 (ขยายอายุในสัญญาแล้ว) และห้ามมิให้นำโครงการไปเช่าช่วง ปรากฏตามสื่อมวลชนครึกโครมอยู่ในขณะนี้
แสดงถึง ความไม่ปกติ ในการบริหารราชการแผ่นดินของนักการเมือง ที่ถูกเอ่ยอ้างถึง และความไร้ประสิทธิภาพของผู้บริหารในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ระดับ ผบ.ตร.ลงมาจนถึงผู้บังคับการจังหวัดที่โรงพักตั้งอยู่
นักการเมืองที่ถูกกล่าวหาในเรื่องนี้ เงียบเป็นเป่าสาก ไม่ออกมาแก้ตัว แสดงถึงเหตุผลที่อนุมัติ มีแต่หัวหน้าพรรคออกมาแสดงตัวเป็นลูกหาบ แก้ตัวต่อประชาชนว่า นักการเมืองผู้นั้น ชี้แจงได้
ก็ไม่รู้จะชี้แจงข้อข้องใจให้ประชาชนและตำรวจที่เดือดร้อนได้ทราบในชาติไหน? หรือว่ารอให้ ดีเอสไอ ทำหนังสือชี้แจงให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาเสียก่อน ค่อยชี้แจงต่อสื่อมวลชน ดอกพิกุลจึงร่วง
ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อมีการประมูล ได้ผู้ชนะเพื่อทำการสร้างโรงพัก 396 แห่งแล้ว บริษัทผู้ชนะการประมูลมีสิทธิเบิกเงินล่วงหน้าจากงบประมาณการก่อสร้างรวม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างได้ 15 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 850 ล้านบาท เงินจำนวนนี้ให้ใช้ไปในการซื้อวัสดุอุปกรณ์และการจ้างแรงงาน ที่เกี่ยวข้องกับงานที่ประมูลได้เท่านั้น ขณะเดียวกัน เมื่อการก่อสร้างมีผลงานตามงวดงานที่หนึ่งก็สามารถเบิกเงินได้อีกงวดละประมาณ 700 ล้านบาท
ประเด็นก็คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการแต่งตั้งผู้บังคับบัญชา ระดับ สตช. ระดับสำนักงานส่งกำลังบำรุง ระดับผู้บังคับการ เพื่อควบคุมงานและตรวจรับการจ้าง ได้ทำหน้าที่ครบถ้วนอย่างสุจริตหรือไม่
ข่าวปรากฏเพียง ผบ.ตร.มอบหมายที่ปรึกษา สบ 10 แก้ไขความเดือดร้อนของตำรวจโรงพักที่ไม่มีการทำการ และพิจารณาเลิกสัญญาเท่านั้น
แต่ ไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนความเสียหาย และข้อบกพร่องของตำรวจที่เกี่ยวข้องในการควบคุมโครงการนี้ ปรากฏแก่สาธารณชนแต่อย่างใด?
ทำเป็นดื้อตาใส แบบเดียวกับสไตล์ ผบ.ตร.ในอดีตเลยนะท่าน!!



