
'มาร์ค'ย้ำนิรโทษผู้ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน
'มาร์ค'ย้ำนิรโทษเฉพาะผู้ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน ตีมึนอนุมัติโรงพักตร. ให้พีซีซีผิดอย่างไร ยันทำตามระเบียบ ชี้โค้งสุดท้ายปชป.ไม่ปรับแนวหาเสียง
5 ก.พ.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ฉบับ คอ.นธ.ว่า ก็ยังวนอยู่ในที่เดิม ซึ่งตนอยากตั้งคำถามว่า ประเทศชาติได้ประโยชน์อะไร และทำไมถึงอยากจะทำในสิ่งที่สร้างความขัดแย้งให้กับประเทศชาติ สิ่งเดียวที่จะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งคือ นิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน อย่าจับคนเสื้อแดงที่ไม่ได้ทำผิดอาญามาเป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม ควรนิรโทษกรรมเฉพาะผู้ที่ฝ่าฝืนประกาศในขณะนั้น เพราะตนถือว่าความผิดเช่นนี้ในสถานการณ์ปกติไม่ถือเป็นความผิด แต่จะต้องไม่นิรโทษให้แก่มือขว้างระเบิด มือเผา มือฆ่า คนทุจริต คนโกง
ตีมึนอนุมัติโรงพักตร. ให้พีซีซีผิดอย่างไร ยันทำตามระเบียบ
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทได้รับการประมูลก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ ออกมาระบุว่า บริษัทเคยทำหนังสือท้วงติงไปยังรัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์ ในความไม่เหมาะสมในการทำสัญญาว่า ตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของผู้บริหารสัญญา ส่วนประเด็นข้อกล่าวหา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี ว่า อนุมัติงานให้แก่บริษัทที่เสนอราคาประมูลต่ำกว่าราคากลาง ตนก็ยังรู้สึกแปลกใจว่า หากไม่ให้งานแก่ผู้ประมูลที่ให้ราคาต่ำ จะไปให้ใคร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ผู้ที่กล่าวหานายสุเทพไม่รู้จะกล่าวหาอะไรกันแน่ เดิมเคยระบุว่า เป็นเรื่องฮั้วประมูล แต่ครั้งนี้กลับกล่าวหาว่าประมูลต่ำกว่าราคากลาง ตนก็งง ถ้าหากไม่อนุมัติให้ผู้ที่เสนอราคาประมูลต่ำกว่าจะให้ทำอย่างไร ไม่ถูกเล่นงานแย่หรือ เมื่อบริษัท พีซีซี ประมูลในราคาที่ต่ำและสามารถทำงานได้ จะไม่ให้เขาดำเนินโครงการได้อย่างไร
“ทำไมรายหนึ่งประมูลถูกกว่าอีกรายหนึ่งเยอะ แล้วจะไม่ให้เขาประมูล ถ้าไม่ให้ผู้ที่ประมูลถูกกว่าเป็นผู้รับงานก็จะเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากกว่า ดังนั้น อย่าพยายามที่จะสร้างเรื่องขึ้นมาหรือตั้งธงขึ้นมาก่อน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ในสมัยที่ตนเป็นรัฐบาลก็ไม่ทราบถึงความผิดปกติของโครงการดังกล่าว เพราะเมื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)สมัยนั้นอนุมัติแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบที่จะไปดำเนินการ ทั้งนี้ จากการติดตามก็ยังไม่เห็นว่าทำผิดกฎระเบียบตรงไหน มีแต่รายงานว่า ขณะนี้ผู้ที่ได้การประมูลไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งทางรัฐบาลก็ต้องกลับไปแก้ไขสัญญา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ล่วงเลยมากว่า 2 ปีแล้ว
เมื่อถามว่า พบพิรุธของที่ตั้งบริษัท พีซีซี อยู่ในพื้นที่ของพ่อตานักการเมือง จ.เชียงใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม หากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีการเรียกตนและนายสุเทพเข้าชี้แจง ก็จะปฏิบัติตาม แต่ยืนยันว่า โครงการดังกล่าว ครม.เป็นผู้อนุมัติ หลังจากนั้นเป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติงานราชการที่ต้องร่วมเข้ามาชี้แจงเช่นกัน และอยากขอให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พูดเรื่องนี้เบาๆหน่อย เพราะหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.รู้สึกจะไม่ได้พูด 7 วัน
ขณะที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ตนยังไม่ได้รับหมายเรียกจากดีเอสไอเข้าชี้แจง และไม่ได้รู้สึกกังวลต่อคดี
ยันโค้งสุดท้ายปชป.ไม่ปรับแนวหาเสียง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการปรับแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยให้พยายามชูภาพการทำงานในอดีตของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครของพรรคมากขึ้นว่า ไม่มีอะไรพิเศษ แต่สิ่งที่เราพยายามจะทำคือ ให้ประชาชนเห็นทางเลือกเชิงนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจราจรที่เป็นรูปธรรมมาก เรื่องการสร้างระบบเชื่อมต่อเสริมระบบหลัก โมโนเรลที่เป็นโครงการของ กทม.ภายใต้พรรคประชาธิปัตย์ ผลักดันแต่รัฐบาลไม่เห็นชอบด้วย หรือสกายวอร์คโดยพรรคเพื่อไทยไม่เห็นชอบด้วยก็จะได้ชัดเจนว่า ถ้าประชาชนอยากได้อย่างที่พรรคหาเสียงไปก็ต้องเลือกพรรค ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องเลือก
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยพยายามสร้างสถานการณ์เรียกคะแนนเสียงมากกว่าการชูนโยบายนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ปัญหา การหาเสียงก็แตกต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์ จะเน้นเรื่องนโยบาย วันนี้เรื่องการจราจร พรุ่งนี้เรืองพื้นที่สีเขียว โดยสัปดาห์นี้จะมี 3 เรื่องหลักที่ผู้สมัครจะนำเสนอ เป็นนโยบายที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่กทม.ทำเองได้ทั้งหมด ซึ่งพรรคจะไม่ตั้งคณะทำงานเพื่อจับผิดคู่แข่ง เพราะไม่ใช่หน้าที่ อย่างไรก็ตามเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้งพรรคไม่จำเป็นต้องปรับแนวทางการหาเสียง



