ข่าว

'โฆสิต'ชี้เลือกแบบเดิมก็ได้แบบเดิม

'โฆสิต'ชี้เลือกแบบเดิมก็ได้แบบเดิม

05 ก.พ. 2556

โฆสิต สุวินิจจิต:เลือกแบบเดิมก็ได้แบบเดิม

               เป็นอีกหนึ่งในผู้สมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งมั่นจะเข้ามาเป็นซีอีโอเพื่อบริหารเมืองใหญ่ ซึ่งเขามั่นใจว่า กทม.จะต้องเปลี่ยน แต่จะเปลี่ยนได้ คนในเมืองหลวงแห่งนี้ก็ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนด้วย

              โฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ หมายเลข 10 กล่าวเปิดใจว่า สื่อต้องชี้นำให้ประชาชนเข้าใจว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง หรือเสื้อสีไหน แต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เป็นการเลือกผู้จัดการ หรือเลือกลูกจ้างมาบริหาร กทม. ดังนั้น คนที่มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ จะต้องดูว่าใครแก้ปัญหาได้ดีและเหมาะสมที่สุด เพราะกรุงเทพฯ ไม่มีอะไรเสียทุกอย่างดีทั้งหมด เพียงแต่การบริหารจัดการไม่ดีเท่านั้นเอง

              "ไม่ต้องประกาศว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ เพราะกรุงเทพฯ น่าอยู่จนประชาชนล้นแล้วและไม่ต้องบอกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งโอกาส เพราะโอกาสมีมานานแล้ว แต่ผู้ว่าฯ แห่งโอกาสไม่มี"

              โฆสิต กล่าวต่อว่า นโยบายทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสื่อว่าจะเสนออย่างไร ไม่ใช่ตีกรอบแค่ 2 ผู้สมัครจากพรรคการเมืองใหญ่ จนไม่มีพื้นที่ให้ผู้สมัครคนอื่นๆ ดังนั้น ควรจะจัดเวทีให้ผู้สมัครทุกคนประชันวิสัยทัศน์เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือก

              "ทุกคนจินตนาการได้เลยว่าหลังวันที่ 3 มีนาคม ถ้าม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชนะ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกรุงเทพฯ เหมือนเดิม แต่ถ้าพล.ต.อ.พงศพัศ ชนะ อาจหนักกว่าเก่าเพราะด่านแรกต้องเจอสภา กทม.ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ต่อไปเราอาจจะเห็นม็อบไล่ผู้ว่าฯ กทม.ก็ได้"

              โฆษิต ย้ำว่า ผู้ว่าฯ กทม.จะต้องประสานได้สิบทิศ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และเอ็นจีโอ ซึ่งถ้าคนกรุงเทพฯ เลือกเหมือนเดิมก็ได้แบบเดิม ที่ผ่านมาการเลือกผู้ว่าฯ ที่มาจากพรรคการเมือง ก็ขัดแย้งมาตลอด มีการทำวิจัยมาหลายครั้ง พบว่าปัญหาของคนกรุงเทพฯ เรื้อรังมา 10 กว่าปีแล้วจากความขัดแย้งนั้น

              โฆสิต ยังกล่าวถึงผลโพลล์เลือกผู้ว่าฯ กทม.ของแต่ละสำนักว่า ตนอยู่กับผลการสำรวจความนิยมมาโดยตลอดเพราะมีอาชีพด้านสื่อสารมวลชน ถ้าเชื่อโพลล์ธุรกิจด้านบันเทิงที่ทำอยู่ก็คงไม่มาถึงวันนี้ ยิ่งถ้าเป็นโพลล์การเมืองยิ่งหนักเขาไปใหญ่ เพราะคนกรุงเทพฯ ไม่ค่อยชอบแสดงความเห็นทางการเมือง จะมีก็แต่คนที่เลือกพรรคอยู่แล้วเท่านั้นที่ตอบ แล้วผลสำรวจออกมามันน่าเชื่อถือไหม

              เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2 พรรคการเมืองใหญ่มีคะแนนไม่เกิน 1.5 ล้านเสียง ประชาธิปัตย์มีประมาณ 5 แสน เพื่อไทยประมาณ 3.5 แสน นอกนั้นเลือกผู้สมัครอิสระและไม่เลือกใครประมาณ 5 แสน ที่เหลืออีกประมาณ 2 ล้านเสียงไม่เลือกใคร

              "ใน 5 แสนเสียงบางคนอาจอยากเลือกผมก็ได้แต่เมื่อดูหนังสือพิมพ์และผลโพลล์ของแต่ละสำนักเขาคิดว่าถ้าเลือกไปสงสัยจะแพ้แน่นอน ก็กลับมาพิจารณาผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง เพราะกลัวเสียของ อย่างนี้มันส่งผลกับผู้สมัครอิสระ"

              เวทีเสวนา "กรุงเทพฯ ของเรา...เรากำหนด" ของ คมชัดลึกทีวี เวทีต่อไปจัดวันพุธที่ 6 ก.พ. เพื่อบันทึกเทปและออกอากาศช่องคมชัดลึก ทีวี ในวันศุกร์ที่ 8 ก.พ. เวลา 15.00-16.00 น.ในหัวข้อ "นโยบายลดมลพิษและปริมาณขยะใน กทม.-เพิ่มสวนสาธารณะ เพิ่มปอดให้คน กทม."

              ผู้ร่วมเสวนา ศิริกร ศรีมนัส ผู้จัดการวงษ์พาณิชย์ สาขาร่มเกล้า กิตติชัย กลิ่นกุหลาบ ผจก.ตลาดรุ่งเจริญ/อนุกรรมการฝ่ายโยธาและผังเมือง พลาย ภิรมย์ ผจก.งานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวแทนชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ และผู้ดูแลโครงการร้านศูนย์บาท ตัวแทนจากสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล โดยมีตัวแทนจากผู้สมัครผู้ว่า กทม.ร่วมรับฟังด้วย

              สถานที่ วงษ์พาณิชย์ สาขาร่มเกล้า (รามคำแหง 126)  เวลา 16.00-18.00 น.