ข่าว

 เรื่องเล็กๆน้อยๆในการติดตามและประเมินผลนโยบายเมือง

เรื่องเล็กๆน้อยๆในการติดตามและประเมินผลนโยบายเมือง

05 ก.พ. 2556

เรื่องเล็กๆน้อยๆในการติดตามและประเมินผลนโยบายเมือง : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

               ในช่วงที่มีการหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. กันอย่างสนุกสนานนี้ ก็คงมีความรู้สึกหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น

               อย่างเช่นผู้เสพข่าวที่อยู่ต่างจังหวัดก็จะรู้สึกว่า ไม่อยากฟัง

               อันที่จริงก็เข้าใจได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ควรจะพิจารณาในหลายๆ ด้าน เพราะแน่นอนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นั้นเป็นเอกสิทธิ์พิเศษของคน กรุงเทพฯ ที่จะมีการบริหารที่เป็นอิสระมาก ถ้าเทียบกับที่เหลือทั้งประเทศ เพราะ กทม.นั้นไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัด มีแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ดูแลพื้นที่

               แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนต่างจังหวัดก็ควรติดตามว่าต่างจังหวัดพร้อมจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เช่นเดียวกันไหม

               ไม่ได้แค่หมายถึงการมีนายกเทศมนตรี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว แต่หมายถึงการไม่ต้องมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่ถูกแต่งตั้งและส่งมาจากกระทรวงมหาดไทยแล้วต่างหาก

               นอกจากนั้นก็ควรจะดูว่าสิ่งที่เขาออกมาหาเสียงกันนั้นมันเป็นสาระ หรือเป็นโฆษณาชวนเชื่อด้วย และจะได้กดดันคนกรุงเทพฯ ได้ว่า สิ่งที่ทำและครองพื้นที่ข่าวนั้นสำคัญไหม ไม่ใช่มองแค่ว่าพอมีเรื่อง กทม. ออกทีวีก็ไม่อยากชม (เพราะเอาเข้าจริงทุกเรื่องในสื่อก็เป็นเรื่องที่มีศูนย์กลางที่ กทม. อยู่เป็นส่วนมาก)

               ประเด็นต่อมาก็คือ เราจะทำความเข้าใจเรื่องของการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. มากกว่าเรื่องของการติดตามสีสันการหาเสียงได้อย่างไร

               คำตอบก็คือ เราทำได้หลายเรื่อง ที่จะมากไปกว่าการอ้างว่าทำอะไรแล้วจะไปเป็นการผิดกฎหมายเลือกตั้ง

               นั่นเป็นมุมมองแต่ด้านกฎหมายครับ ซึ่งก็ให้ว่ากันไปตามหลักกฎหมาย แต่ถ้าเป็นมุมมองทางด้านนโยบายนั้นก็ยังมีอีกมากมายที่สามารถพูดได้ครับ

               ประการแรก เราคงต้องพิจารณา ความสัมพันธ์ของ วิสัยทัศน์ นโยบาย แผน และโครงการ

               ง่ายๆ ก็คือ ภาพรวมของเมืองคืออะไร ทั้งวันนี้และวันหน้า (วิสัยทัศน์) และจะบรรลุได้ในแต่ละด้านนั้นจะต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง (นโยบาย) แล้วก็ถอดออกมาเป็นชุดของการทำงานจริง ที่เป็นกระบวนการ (แผน) แล้วก็มีโครงการอะไรในแต่ละอัน

               ไม่ใช่แค่ประชันโครงการกัน แล้วลืมดูว่าแต่ละโครงการจะทำให้บรรลุวิสัยทัศน์ในภาพรวมได้แค่ไหนหรือเปล่าก็ไม่รู้

               ทีนี้เรื่องของเมืองนั้น คำว่า "แผน" นั้นมีความหมายซ่อนอยู่สองนัย ที่แตกต่างไปจากแผนในระดับอื่น นั่นคือ แผนที่เป็นเรื่องของชุดของปฏิบัติการที่เป็นกระบวนการตั้งแต่การวางแผนจนนำไปปฏิบัติ (plan ที่เป็น planning) กับแผนในความหมายที่เกี่ยวเนื่องกับ "พื้นที่" โดยเฉพาะสิ่งที่จะกระทบกับการใช้ที่ดิน (land use planning) ซึ่งไม่จำเป็นต้องหมายถึงการระบุผัง (zoning) ก็ได้ แต่ต้องหมายถึงความเข้าใจว่าสิ่งที่จะทำอะไรลงไปในเมืองนั้นมันต้องเกี่ยวเนื่องกับการใช้ที่ดิน และผู้คนที่เขามีความสัมพันธ์กันผ่านการใช้ที่ดิน

               โดยหลักๆ แล้ว เรื่องการวางแผนที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ที่ดินนี้ เขาพิจารณากันสองเรื่องหลักๆ

               หนึ่งคือ เรื่องของการวางอนาคตไปข้างหน้า ว่าเรามองว่าจะเกิดอะไรตรงไหน อย่างไร

               สองคือ เรื่องของการใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในการควบคุมการพัฒนาเพื่อให้เกิดสิ่งที่เราวาดฝันไปในอนาคตได้ ไม่ว่าจะด้วยกฎหมาย ตัวผังการใช้ที่ดิน ด้วยการรณรงค์ หรือด้วยเทคโนโลยีร้อยแปดอย่าง

               ในแง่นี้ทางหนึ่งที่จะสามารถติดตามเรื่องราวของการแข่งขันกันรณรงค์เลือกตั้งในครั้งนี้ ก็คือการนำเอาตัวแผนที่ กทม. มาตั้งแล้วก็ไล่เรียงไปถามตัวผู้สมัครแต่ละคน ที่มักจะขายฝันเราด้วยโครงการ (แต่ชอบเรียกว่านโยบาย) ว่าแต่ละเรื่องที่พูดนั้นนอกจากจะทำได้ไหมในทางกฎหมาย และงบประมาณแล้ว ก็ยังจะต้องถามว่า แต่ละโครงการนั้น เกี่ยวเนื่องอย่างไรกับแผน นโยบาย และวิสัยทัศน์ รวมทั้งส่งผลกระทบอะไรกับพื้นที่บ้าง และเราจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาเสนอนั้นมันพอไหม และครอบคลุม รวมทั้งส่งผลกระทบกับชีวิตของพวกเราที่ติดต่อสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด