
สะดุ้งเลยจนมุมชนวนโหด'น้องฆ่าพี่สาว'
สะดุ้ง..เลยจนมุม ชนวนโหด'น้องฆ่าพี่สาว' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
คดีฆาตกรรม "ศิริพร อยู่เป็นสุข" สาวโรงงานเครื่องหนัง พ่อแม่และญาติพี่น้องที่เดินทางมาจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อมารับศพนำไปบำเพ็ญกุศลต้องตกใจแทบพูดอะไรไม่ออก หลังจาก "อนุชา อยู่เป็นสุข" น้องชายแท้ๆ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฆาตกรรมโหดพี่สาว
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากพนักงานสอบสวน สภ.บางปู รับแจ้งพบศพหญิงสาวถูกฆาตกรรมในห้องพักเลขที่ 506 ชั้น 5 อาคารบางปูนครคอนโด ถ.สุขุมวิท กม.34 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธุ์, พ.ต.อ.วัชรินทร์ ประสพดี รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางปู พ.ต.ท.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ต.จรูญโรจน์ วิฑิตโชติปรีดา สว.สส. พร้อมชุดสืบสวนสามารถคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญได้อย่างรวดเร็ว
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุชุดสืบสวนพบว่า นางศิริพร อยู่เป็นสุข อายุ 36 ปี ถูกคนร้ายใช้ของแข็งมีคมแทงเข้าบริเวณใต้ราวนมซ้าย 2 แผล ราวนมขวา 2 แผล บาดแผลเป็นรูเล็กขนาด 0.5-1 ซม. บริเวณลำคอมีสายไฟรัด ศีรษะถูกคลุมด้วยเสื้อยืด
เมื่อสอบปากคำพยานแวดล้อม ซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้ตาย ให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 06.30 น. ยังโทรศัพท์มือถือคุยกับแม่ โดยแม่บอกว่ากำลังออกไปทำงานที่โรงงาน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่พัก ก่อนไปทำงานจะโอนเงิน 2 หมื่นบาท ไปให้คุณยายที่ จ.นครสวรรค์ แล้วจะโอนเงินให้ตน 3 หมื่นบาท เพื่อนำไปซ่อมแซมบ้าน
"หลังจากวางสายประมาณ 1 ชั่วโมง โทรศัพท์มือถือกลับไปหาแม่ก็ไม่รับสาย พยายามติดต่อจนกระทั่งติดต่อไม่ได้ จึงโทรศัพท์มือถือไปหาพ่อ ซึ่งปัจจุบันพ่อกับแม่แยกทางกัน แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่บ้าง ให้มาดูแม่ที่คอนโด พ่อโทรศัพท์กลับมาบอกว่าห้องล็อกประตู เคาะเรียกไม่มีใครเปิดประตู อีกทั้งพยายามร้องขอกุญแจสำรองเพื่อไขประตูเข้าไปดู ทางคอนโดบอกว่าให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน หลังจากพ่อไปแจ้งความก็ให้เจ้าหน้าที่คอนโดนำกุญแจสำรองมาไขประตู พบว่าแม่ถูกฆาตกรรม" บุตรสาวของนางศิริพร ให้การต่อตำรวจ
ต่อมาชุดสืบสวนหาข้อมูลจากเพื่อนข้างห้อง ได้เบาะแสว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ยินเสียงทะเลาะกัน แล้วมีเสียงขอความช่วยเหลือแล้วก็เงียบไป อีกทั้งห้องที่เกิดเหตุนางศิริพรพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง นานๆ ครั้งจะเห็นสามีเก่าเดินทางมาหา
ชุดสืบสวนจึงตั้งข้อสงสัยเบื้องต้นไปยังสามีของนางศิริพร จึงซักถามพร้อมทั้งขอความร่วมมือไปตรวจค้นห้องพักอาศัย ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก แต่ก็ไม่พบความผิดปกติ
"สามีของนางศิริพรให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นางศิริพรนอกจากทำงานที่โรงงานฟอกหนัง ยังมีอาชีพเสริมโดยปล่อยเงินกู้ให้เพื่อนร่วมงานหรือบุคคลที่รู้จัก ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อมูลที่โรงงาน ได้ข้อมูลว่า นางศิริพรไม่เคยมีปัญหากับใคร เว้นแต่ระยะหลังมีปากเสียงกับน้องชายที่ทำงานอยู่ภายในโรงงานเท่านั้น" พ.ต.ต.จรูญโรจน์ กล่าว
ข้อมูลจากเพื่อนร่วมงานทำให้ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่า นายอนุชา อยู่เป็นสุข อายุ 23 ปี น้องชายกล้าฆาตกรรมพี่สาวของตนเองหรือ จึงสอบถามไปยังเพื่อนร่วมงานของนายอนุชา ทราบว่านายอนุชาไม่มาทำงานและไม่ได้ลาหยุด ทราบเพียงว่ากลับบ้านที่ จ.นครสวรรค์
จนกระทั่งช่วงเย็นวันเดียวกัน พ่อแม่ญาติพี่น้องของนางศิริพรเดินทางมาที่สถานีตำรวจ เพื่อติดต่อเรื่องเอกสารและให้ปากคำ ระหว่างนั้น พ.ต.ต.จรูญโรจน์ เห็นนายอนุชาลงจากรถตู้ จึงเดินตามหลังแล้วตบบ่าเบาๆ แต่นายอนุชาสะดุ้งสุดตัว อีกทั้งสังเกตบริเวณมือทั้งสองข้างของนายอนุชา ติดพลาสเตอร์ปิดแผล
ชุดสืบสวนจึงเชิญมาสอบถามเรื่องของนางศิริพร โดยนายอนุชา พยายามเอะอะโวยวาย ทั้งที่ชุดสืบสวนยังไม่ได้ตั้งคำถาม แต่เมื่อมีการสอบถามเรื่องบาดแผลที่มือรวมถึงบาดแผลคล้ายรอยขีดข่วนตามร่างกาย นายอนุชาอ้างว่าเกิดอุบัติเหตุที่โรงงานเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา แต่เมื่อชุดสืบสวนสอบถามไปยังเพื่อนร่วมงานก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นกับนายอนุชา
ชุดสืบสวนจึงขอตรวจค้นนายอนุชา พบแหวนทองคำรูปพรรณ 2 วง ทำให้นายอนุชาหน้าถอดสี ไม่นานนักก็รับสารภาพว่าเป็นผู้ฆาตกรรมพี่สาวของตนเอง เนื่องจากติดยาเสพติด สืบเนื่องจากพี่สาวยึดบัตรเอทีเอ็ม ทำให้ไม่มีเงินไปซื้อยาเสพติด ก่อนหน้านี้เคยขอเงินหลายครั้งก็ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด หลังฆาตกรรมพี่สาวด้วยกรรไกรแล้ว ได้ใช้สายไฟรัดคอและเสื้อยืดคลุมศีรษะ หยิบเอาเงินจากกระเป๋า 5,000 บาท พร้อมทั้งถอดแหวนทองคำรูปพรรณที่นิ้วของพี่สาว 2 วง พร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือไป ก่อนจะเดินทางกลับ จ.นครสวรค์ แล้วพ่อวานให้ขับรถพาญาติพี่น้องมารับศพพี่สาว
หลังจากนายอนุชารับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน พ่อแม่ญาติพี่น้องสอบถามนายอนุชาว่า ฆาตกรรมพี่สาวแท้ๆ ของตนเองได้อย่างไร ทำให้นายอนุชาร้องไห้ออกมา แล้วบอกว่า "ไม่มีใครรักผมเลย พี่สาวไม่รักผมแล้ว ไม่สนใจผมแล้ว"?!!
...........
(หมายเหตุ : สะดุ้ง..เลยจนมุม ชนวนโหด'น้องฆ่าพี่สาว' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)



