ข่าว

'เรเวนส์'แกร่งซิว'ซูเปอร์โบวล์'

'เรเวนส์'แกร่งซิว'ซูเปอร์โบวล์'

04 ก.พ. 2556

'โจ แฟลกโก' จอมทัพ 'บัลติมอร์ เรเวนส์' งัดฟอร์มเฉียบ บอมบ์ 3 ทัชดาวน์ ไล่อัด 'ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส' 34-31 คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 47

                          4 ก.พ. 56  ศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล นัดชิงแชมป์ "ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 47" ที่สนามซูเปอร์โดม ในเมืองนิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา เป็นการพบกันระหว่าง ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส แชมป์สายเอ็นเอฟซี เจอกับ บัลติมอร์ เรเวนส์ แชมป์เอเอฟซี

                          ควอเตอร์แรก เรเวนส์ ที่ก่อนลงสนามเป็นรอง 4.5 แต้ม ประเดิมทัชดาวน์แรกจากจังหวะที่ โจ แฟลกโก ควอเตอร์ตัวเก่ง ขว้างระยะ 13 หลาให้ อันควาน โบลดิน ปีกวัย 32 ปี ก่อนที่ซานฟรานจะมาไล่ 3-7 จากการเตะระยะ 36 หลาของ เดวิด เอเคอร์ส

                          ควอเตอร์สอง เกมรุกของ "อีกาพญายม" อย่าง เรเวนส์ ยังเฉียบคม แถม แฟลกโก จอมทัพเจ้าของเสื้อเบอร์ 5 ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ ขว้างเพิ่มได้อีก 2 ทัชดาวน์ ให้ทีมหนีมานำ 21-3 ก่อน เอเคอร์ส จะมาเตะ 27 หลา ให้ซานฟรานไล่ตามห่าง 6-21 เมื่อจบครึ่งแรก

                          ช่วงพักครึ่ง แฟนๆ ในซูเปอร์โดมหลายหมื่นคน รวมทั้งคออเมริกันฟุตบอลอีกหลายร้อยล้านคนทั่วโลกที่ได้ชมการถ่ายทอดสด ก็ได้ตื่นตาตื่นใจกับคอนเสิร์ตของ "บียอนเซ" นักร้องสาวผิวสีสุดเซ็กซี่ที่มาโชว์เสียงเพลงท่ามกลางแสงสีตระการตาร่วมกับวงเดสตินี ไชลด์

                          ครึ่งหลัง เปิดฉากได้แค่ 5 นาทีเศษ กองเชียร์เรเวนส์ได้เฮอีกครั้ง เมื่อ ยาโคบี โจนส์ รับลูกวิ่งย้อน 109 หลา ทำทัชดาวน์ให้ทีมนำโด่ง 28-6 ต่อมาการแข่งขันต้องหยุดชะงักลงเมื่อไฟในสนามดับนาน 30 นาที ก่อนมาแข่งต่อ ซึ่งซานฟรานมาทำ 17 แต้มรวด ได้จากจังหวะที่ โคลิน เคเปอร์นิค จอมทัพซานฟรานบอมบ์ 31 หลาให้ปีกคู่ใจ ไมเคิล แครบทรี, การวิ่ง 6 หลา ของ แฟรงค์ กอร์ และฟิลด์โกล์ระยะ 34 หลาของ เอเคอร์ส จบควอเตอร์ 3 ซานฟราน ไล่บี้ที่สกอร์ 23-28

                          ควอเตอร์สุดท้าย เรเวนส์หนีเป็น 31-23 จากฟิลด์โกล์ระยะ 19 หลาของ จัสติน ทัคเกอร์ จากนั้น โฟร์ตีไนเนอร์ส มาได้ 6 แต้มจากการวิ่งเข้าเอนด์โซนของ เคเปอร์นิค แต่ทำ 2 แต้ม หรือ "ทูพอยต์ คอนเวอร์ชั่น" ไม่สำเร็จ สกอร์ไล่มา 29-31 แต่เกมรุกของเรเวนส์ยังทำแต้มได้อีกหน มาได้ 3 แต้มปิดท้าย จากการเตะระยะ 39 หลา ของทัคเกอร์ให้ทีมนำ 34-29

                          ในช่วงท้าย โฟร์ตีไนเนอร์ส มีลุ้นพลิกทำแต้มแซงนำเป็นครั้งแรก เมื่อ แฟรงค์ กอร์ วิ่งมาถึงเส้น 7 หลาในแดนเรเวนส์ ทว่าทีมรับ "อีกา" ยังเหนียวแน่นป้องกันไว้ได้หมด ก่อนที่ แซม โคช ตัวรับลูกวิงย้อนของเรเวนส์จะยอมเสียเซฟตี้ 2 แต้มเพื่อฆ่าเวลา หมดเวลา ทีมเรเวนส์ พลิกชนะ โฟร์ตีไนเนอร์ส สุดมัน 34-31 คว้าถ้วย "วินซ์ ลอมบาร์ดี" มาครองได้เป็นสมัยที่ 2 โดยเกมนี้ แฟลกโก ควอเตอร์แบ็กของ เรเวนส์ คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (เอ็มวีพี) หลังทำผลงานขว้างสำเร็จ 22 ครั้งจากทั้งหมด 33 ครั้ง ได้ระยะรวม 287 หลา ทำได้ 3 ทัชดาวน์ โดยไม่เสียอินเตอร์เซ็ปต์

                          สำหรับรางวัลเอ็นเอฟแอล ประจำฤดูกาลปกติ ได้แก่ เอเดรียน พีเทอร์สัน รันนิงแบ็ก มินเนโซตา ไวกิงส์ ได้โหวตเป็นผู้เล่นทรงคุณค่า (เอ็มวีพี) พร้อมผู้เล่นเกมรุกยอดเยี่ยมแห่งปี ส่วน เพย์ตัน แมนนิง ผู้พี่ ได้รางวัลปลอบใจเป็นคัมแบ็ก ออฟ เดอะ เยียร์ ด้าน โรเบิร์ต กริฟฟิน เดอะ เธิร์ด จอมทัพ วอชิงตัน เรดสกินส์ ได้รุกกี้เกมบุก ส่วน ลุค คูอีสลี ไลน์แบ็กเกอร์ แคโรไลนา แพนเธอร์ส ซิวรุกกี้เกมรับ ขณะที่ เจเจวัตต์ ดีเฟนด์ซีฟ เอนด์ ของฮุสตัน เทกซานส์ คว้าตำแหน่งผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยม ปิดท้ายด้วยโค้ชแห่งปีเป็นของ บรูซ เอเดรียนส์ ของอินเดียนาโปลิส โคลท์ส ชนะ 9 แพ้ 3 ช่วงที่ ชัค ปากาโน หัวหน้าโค้ชที่ป่วยเป็นมะเร็งและต้องลาทีมไปรักษาตัว

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)