
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : บวช...เพื่อ?
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : บวช...เพื่อ? : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ชายไทยที่มีอายุครบยี่สิบปีจะต้องบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนาอย่างน้อยหนึ่งพรรษา เป็นการบวชเพื่อศึกษาพระธรรมคำสอนและบวชเพื่อเรียนรู้ หลังจากสึกหาลาเพศมาแล้วจึงถูกเรียกขานว่า “ทิด หรือ บัณฑิต” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้รู้” อันแปลได้ว่าเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต
คนสมัยก่อนกว่าที่จะบวชเป็นพระภิกษุได้ ต้องไป “อยู่วัด” หรือไปฝึกการเป็นเด็กวัดอย่างน้อยเจ็ดวัน และหลังจากนั้นก็ต้องบวชเป็นเณรอีกสามวันเจ็ดวัน เพื่อศึกษาวิธีการใช้ชีวิตเยี่ยงพระสงฆ์ ที่ต้องเข้มงวดมากขึ้นในวันข้างหน้า และในช่วงพิธีบวชยังต้องมีการทำขวัญนาค เพื่อให้รับรู้ว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์จนเติบใหญ่กว่าจะบวชเป็นพระได้นั้น ต้องผ่านอุปสรรคมากมายนานับประการ
บิดามารดาก็ต้องทนทุกข์ทรมานมานานช้า อีกทั้งเมื่อสึกออกไปแล้วยังต้องอยู่วัด เพื่อปรนนิบัติพระสงฆ์, กวาดลานวัด, ล้างส้วมถูกุฏิ อีกอย่างน้อยสามวันเจ็ดวันจึงจะกลับบ้านไปครองเพศฆราวาสได้ ซึ่งกระบวนการและกรรมพิธีดังกล่าวมาทั้งหมดนั้น บางอย่างก็เป็นเรื่องที่คนโบราณกำหนดขึ้นมา เพื่อให้ดูขลังจนผู้คนไม่กล้าละเมิด เพราะเกรงในความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีและขั้นตอน
แต่คนสมัยปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เป็นตัวชี้นำชีวิต กลับมองเห็นว่า แก่นแท้ของศาสนาคือการตั้งใจใฝ่ศึกษาธรรมะ หาใช่กระบวนการขั้นตอนทั้งหลายไม่ การบวชในยุคปัจจุบันจึงมีเพียงแค่การโกนหัวห่มผ้าเหลืองไปเพื่อทำตัวเป็นพระ ความขลังของพิธีกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยและไร้สาระ
พระภิกษุสมัยปัจจุบันจึงดำรงตนเป็นพระที่เทศน์เก่ง หาเงินสร้างโบสถ์สร้างวิหารใหญ่ที่สุดในโลก ใช้วิชาทางการตลาดดึงดูดให้คนเข้าวัดมากที่สุด เพื่อที่จะได้เป็นวัดดังวัดเด่นในทางโลก โดยลืมนึกไปว่า แก่นแท้ของการเป็นภิกษุคืออะไร เราจึงพบภิกษุชื่อดังมากมายในสมัยนี้ ที่กลายเป็นอลัชชีดื่มเหล้ามั่วกามาแถมเสพยาในวัด เพราะอลัชชีเหล่านั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการที่ทำให้รู้สึกว่า มีมนต์สูงส่งจนต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด
อีกทั้งกระบวนการความคิดของสังคมและกฎหมาย ในประเทศที่เป็นเมืองหลวงของพุทธศาสนาก็แปรเปลี่ยนไป เช่น เมื่อสตรีลาคลอดก็ให้เวลาถึงสามเดือน บวกกับเวลาเลี้ยงลูกดูแลลูกยาวนานไปได้ถึงหนึ่งปี แต่หากบุรุษเพศจะลาบวชตามประเพณีได้ก็เพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต และไม่สามารถลาบวชได้นานเกินกว่าหนึ่งพรรษาหรือประมาณสามเดือน แม้เพียงแค่อีกสักหนึ่งหรือสองเดือนเพื่อสอบให้ได้เพียงชั้นนักธรรมตรีก็ตาม
การบวชเป็นภิกษุของชายไทยในทุกวันนี้ จึงเป็นเพียงแค่การทำให้จบๆ ไปตามประเพณีปฏิบัติเท่านั้น อย่าหวังว่าจะได้ชายไทยที่เรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม จนรับรู้ได้ว่าอะไรคือความดีอะไรคือความชั่ว สังคมไทยหรือสังคมของเมืองหลวงแห่งพุทธศาสนาโลก จึงมีคนโกงบ้านกินเมือง, คนติดยาเสพติด และเยาวชนที่คิดว่าความรวย, ความเก่ง สำคัญกว่าความเป็นคนดีดังเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไงครับ
-------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : บวช...เพื่อ? : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



