ข่าว

ลุ้น!ถกผุด'กาสิโนไทย'รับเงิน'เออีซี'

ลุ้น!ถกผุด'กาสิโนไทย'รับเงิน'เออีซี'

04 ก.พ. 2556

ลุ้น 'กาสิโนไทย' เปิดรับเงิน 'เออีซี' แนะ 'เอกชนลงทุน - คนไทยห้ามเข้า' : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

                          อีกเพียง 2 ปี เมืองไทยจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ "เออีซี" หมายถึงการหลอมรวมของประชากร 10 ประเทศไม่ต่ำกว่า 600 ล้านคน เงินจำนวนมหาศาลจะไหลเวียนอย่างไร้พรมแดน

                          "กาสิโน คอมเพล็กซ์" หรือบ่อนข้ามชาติหนึ่งในธุรกิจที่หลายฝ่ายมองเป็นขุมทรัพย์ทำเงินมหาศาล "ศูนย์ศึกษาปัญหาพนัน" จุฬาฯ ระบุว่า ปี 2556 ธุรกิจกาสิโนจะเติบโตอย่างรวดเร็วไม่ต่ำกว่าร้อยละ 9.2 ต่อปี เมื่อ 3 ปีที่แล้วส่วนแบ่งธุรกิจกาสิโนใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่หลังจากมาเก๊าและสิงคโปร์เปิดกาสิโนขนาดใหญ่ ส่งผลให้สัดส่วนธุรกิจกาสิโนในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มถึงร้อยละ 43 อเมริกาตกอันดับเป็นที่สองของโลกทันที เหลือแค่ร้อยละ 40 เฉพาะที่สิงคโปร์หลังเปิดกาสิโนเพียง 3 ปี เงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 8.4 หมื่นล้านบาท

                          เงินก้อนโตของผีพนันล่อตาล่อใจ จนทำให้กลุ่มนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ของไทยออกมากระตุ้นรัฐบาลให้เร่งเปิดกาสิโนครบวงจร เพื่อรองรับเงินจากนักเล่นกระเป๋าหนักเหล่านี้ พร้อมอ้างว่า ทุกวันนี้มีบ่อนเถื่อนขนาดใหญ่ลักลอบเปิดทั่วทุกภาคอยู่แล้วไม่ต่ำ 1,500 แห่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกาสิโน คอมเพล็กซ์ ตามชายแดนเพื่อนบ้านพม่า กัมพูชา ลาว อีกไม่ต่ำกว่า 10 จุด โดยลูกค้าร้อยละ 90 เป็นนักพนันจากเมืองไทย ถึงเวลาแล้วที่ต้องสนับสนุนให้เปิดกาสิโนอย่างเป็นทางการ ขณะที่กลุ่มคัดค้านโต้ว่า ธุรกิจดำมืดผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง จะสร้างปัญหาให้สังคมไทยอย่างมากมายในอนาคต !?!

                          ผศ.ดร.กนกวรรณ มะโนรมย์ นักวิจัยปัญหาบ่อนการพนัน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี หนึ่งในนักวิชาการที่ออกสำรวจธุรกิจกาสิโนตามตะเข็บชายแดนเพื่อนบ้าน อธิบายว่า กลุ่มคนไทยที่เล่นการพนันแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ "กลุ่มนักพนันทั่วไป" ข้าราชการ แม่บ้าน ครู มนุษย์เงินเดือน ฯลฯ มีงบประมาณเล่นจำกัดเพียงไม่เกิน 1-5 พันบาท เน้นเล่นสนุกสนานระบายเครียด ระดับสูงขึ้นไปหน่อยคือ "กลุ่มนักธุรกิจ" มีงบเล่นพนันครั้งละหลายหมื่นบาทขึ้นไป ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็น "กลุ่มวีไอพี" เจ้าของกาสิโนจะเปิดห้องวีไอพีให้เป็นพิเศษ มีการวางพนันครั้งละหมื่นถึงแสนบาท

                          "เปิดเสรีประชาคมอาเซียนไม่ได้ทำให้คนกลุ่มนี้เล่นน้อยลง แต่ถ้าเปิดกาสิโนในเมืองไทยจะได้กลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากต่างชาติเข้ามามากขึ้น ส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยที่จะไทยจะมีกาสิโน คอมเพล็กซ์ แต่ถ้าหากจำเป็นต้องเปิดจริงก็สามารถควบคุมได้ จากการสำรวจบ่อนในลาวและกัมพูชาจะเห็นเลยว่า มีกฎระเบียบไม่ให้คนในประเทศเข้าเล่น อนุญาตเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น ถ้ากาสิโนไทยทำระบบเดียวกันก็จะตัดปัญหาเรื่องกลัวว่าคนไทยจะเล่นพนันมากขึ้น"

                          ดร.กนกวรรณ เสนอว่า หากตั้งกติกาหรือเงื่อนไขให้ชัดเจน อย่างน้อย 3 ข้อ คือ 1.ผู้เล่น 2.ภาษี 3.นักลงทุน เช่น ไม่ให้คนไทยทั่วไปเข้าเล่นบ่อนกาสิโน หรือ กำหนดอายุและอาชีพ เพื่อให้บางกลุ่มเข้าได้ เช่น เจ้าของธุรกิจหรือผู้ทำงานประจำที่มีเงินเดือนสูง ส่วนที่ควรห้ามเข้าเด็ดขาดคือเจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการ นอกจากนี้ยังต้องเก็บภาษีให้สูง ควรทำวิจัยเปรียบเทียบกับภาษีของบ่อนประเทศต่างๆ ว่าควรเก็บจำนวนเท่าไร อาจสูงถึงร้อยละ 70 ส่วนเรื่องเงินลงทุนควรเป็นกลุ่มธุรกิจเอกชนไทยเท่านั้น ไม่ควรให้รัฐบาลไทยเข้าไปมีส่วนร่วม รัฐบาลมีหน้าที่ออกกฎระเบียบควบคุม และไม่ให้ต่างชาติมาร่วมลงทุน เพราะจะเป็นช่องทางเอาเงินออกนอกประเทศไทยได้ง่าย

                          จากการเฝ้าเก็บข้อมูลที่บ่อนกาสิโนชายแดนกัมพูชาตรงข้าม “ด่านช่องจอม” อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นักวิจัยข้างต้นพบว่า ในแต่ละวันมีผู้เล่นชาวไทยเข้าไปไม่ต่ำกว่า 700 คน มาจากทั่วทั้งภาคอีสาน มีขาใหญ่วีไอพีไทยเข้าไปเล่นเป็นประจำลงเงินพนันรอบละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท เชื่อว่าหากไทยเปิดกาสิโนถูกกฎหมายจริง กลุ่มคนที่เล่นเหล่านี้ก็ยังเดินทางไปเล่นตามกาสิโนชายแดนเหมือนเดิม แต่ไทยจะได้นักพนันจากต่างชาติเพิ่มมากกว่า

                          "พื้นที่เหมาะสมที่ควรเปิดคือ พื้นที่ศูนย์กลางนักท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา ฯลฯ ทำเป็นเขตพิเศษ และให้ชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการออกแบบด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันในอนาคต ส่วนเรื่องผิดศีลธรรมหรือไม่ คงต้องมาช่วยกันคิดว่า การเล่นพนันผิดศีลธรรมอย่างไร อะไรเป็นตัวชี้วัด เช่น ก่อให้เกิดความแตกแยกในครอบครัว บ้านถูกยึด สามีภรรยาแยกทาง ฯลฯ" ดร.กนกวรรณแสดงความเห็น

                          ถึงเวลาหรือยังที่เมืองไทยจะเปิด "บ่อนกาสิโน" เพื่อต้อนรับประชาคมอาเซียน ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล ผอ.ศูนย์เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ วิเคราะห์ว่า การเข้าสู่เออีซีนั้น ไม่ได้มีเงื่อนไขสัมพันธ์กับการเปิดกาสิโนถูกกฎหมายในไทย เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมไปเล่นที่มาเก๊าหรือสิงคโปร์อยู่แล้ว ประเด็นจะเปิดหรือไม่ควรเน้นแก้ปัญหานักพนันไทยมากกว่า ไม่ให้เงินไหลออกปีละไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นล้าน ส่วนเรื่องการโอนเงินไปเล่นพนันนั้น ทุกวันนี้ขาใหญ่ระดับวีไอพีเกือบทุกคนมีบัญชีอยู่นอกประเทศ หรือขาเล็กมีวิธีถือเงินสดออกไปครั้งละหลายล้านบาท ดังนั้นจะเปิดเสรีอาเซียนหรือไม่พวกเขาขนเงินออกไปเล่นได้อย่างเสรีอยู่แล้ว แม้ว่าในทางปฏิบัติอาจจะมีกฎหมายป้องกันอยู่บ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะป้องกันการไหลเข้าออกของเงินพนันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                          "ส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยว่าให้เปิดกาสิโน แต่อยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันถกเถียงเพื่อหาข้อยุติมากกว่า เช่น ยอมรับหรือไม่ว่าทุกวันนี้คนไทยเล่นพนันในบ่อนต่างๆ มีเงินไหลเวียนมหาศาล ยอมรับหรือไม่ว่า การปราบปรามแบบเดิมไม่ได้ผล หรือกฎหมายที่มีอยู่ไม่มีประสิทธิภาพ หากจะเปิดบ่อนจริงหน่วยงานไหนจะดูแล กองสลากใช่หรือไม่ จะมีระเบียบกติกาอย่างไรให้พึงพอใจทุกฝ่าย จะเปิดบ่อนเล็กหรือใหญ่ ควรตั้งอยู่พื้นที่ไหน อยากให้ใช้หลักเหตุผลมาพูดคุยกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่อ้างแต่เรื่องศีลธรรมแล้วเงินนักพนันก็ไหลออกไปเรื่อยๆ หรืออ้างว่าปราบปรามแล้ว แต่ความจริงยังมีบ่อนเถื่อนทั่วทุกพื้นที่ อย่าไปตั้งเงื่อนไขว่า ต้องเปิดภายใน 2-3 ปี สุดท้ายคนไทยอาจไม่ต้องการกาสิโน หรืออาจเป็นโครงการในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้าก็ได้ ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันแก้ปัญหานี้" ดร.วิษณุกล่าวแนะนำทิ้งท้าย

 

 

-------------------

(ลุ้น 'กาสิโนไทย' เปิดรับเงิน 'เออีซี' แนะ 'เอกชนลงทุน - คนไทยห้ามเข้า' : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)