
เข้าถึงความยุติธรรม
เข้าถึงความยุติธรรม : วิถียุติธรรม โดยชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ
ย่อมเป็นสิทธิที่ทุกคนไม่ว่ายากดีมีจนอย่างไรก็ต้องมีความเสมอภาคกันในการเข้าถึงความยุติธรรมเมื่อเห็นว่าควรได้รับความยุติธรรม ในยุคนี้การอำนวยความยุติธรรมจึงมองได้หลายมุมและหลายความหมาย สำหรับชาวบ้านทั่วไปส่วนใหญ่มองเห็นว่าเรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นการบริการสาธารณะพื้นฐานที่รัฐควรจัดหาให้ในรูปของสวัสดิการสังคม เหมือนกับการให้บริการน้ำประปา ไฟฟ้า หรือถนนหนทางทั่วไป ผู้คนบางส่วนอาจจะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐที่ต้องอิงกับระบบกฎหมายและระบบราชการเท่านั้น แต่จะมองว่าใครจะเป็นผู้มีหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรม ชาวบ้านก็มองว่าเขาจะต้องเข้าถึงความยุติธรรมให้ได้เมื่อต้องการ
ปัญหาการเข้าถึงความยุติธรรมในปัจจุบันมีขอบเขตของปัญหามากกว่าการให้บริการทางด้านกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการที่ชาวบ้านต้องการวิธีการหรือการให้ความช่วยเหลือในปัญหาของตัวเอง ของครอบครัว หรือของชุมชนเล็กๆ แวดล้อมตัวเขาเองและปัญหานั้นๆ มักจะเป็นปัญหาในเรื่องครอบครัว การทำมาหากินในชีวิตประจำวัน ปัญหาเรื่องที่ดิน การใช้น้ำ การขายผลผลิตการเกษตรเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน
เมื่อเรื่องนี้เป็นความต้องการของชาวบ้านและเป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่ารัฐต้องจัดบริการให้อย่างทั่วถึงและเสมอภาค ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าขณะนี้บริการที่ว่านั่นมีอยู่จริงหรือไม่ และหากยังไม่มีจะทำอย่างไรให้ความต้องการของชาวบ้านได้รับการตอบสนอง
ธรรมชาติการให้บริการของรัฐมักจะเป็นไปตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของใครของมัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะได้รับการจัดสรรงบประมาณแตกต่างกัน หรือนโยบายและทางปฏิบัติของแต่ละหน่วยแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ชาวบ้านต้องการจะต้องเป็นบริการที่เบ็ดเสร็จอยู่ในตัว ไม่ควรจะต้องแยกแยะว่าเป็นภารกิจหรืออำนาจหน้าที่ของหน่วยงานไหน แต่บริการต้องมีความรวดเร็ว ไม่ใช่ว่าจะต้องเดินเข้าออกหน่วยงานต่างๆ ทีละแห่งเพื่อขอรับบริการเพราะพบว่าแต่ละหน่วยงานมีกฎหมาย ระเบียบ หรือกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง
ความเป็นธรรมในสายตาของชาวบ้านไม่มีอะไรมากไปกว่าสิ่งที่เป็นปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม รวมทั้งได้รับการบริการอย่างทั่วถึง เท่าเทียมและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากนักหรือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยยิ่งดี นอกจากนั้นกระบวนการหรือขั้นตอนในการแสวงหาความเป็นธรรมจะต้องเข้าใจได้ง่าย ไม่มีเรื่องเทคนิคหรือไม่ควรซับซ้อนมากนัก
การให้บริการเพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงความยุติธรรมจึงควรเป็นงานเชิงกลยุทธ์ที่ทุกฝ่ายจะต้องมองเห็นความสำคัญ และการจะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จจึงควรมีหน่วยให้บริการในหมู่บ้านหรือตำบล เพื่อให้ปัญหาในระดับชาวบ้านได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง
การมีมุมมองว่าการอำนวยความยุติธรรมเป็นการให้บริการที่นอกเหนือไปจากการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย แต่ครอบคลุมไปถึงการให้ความช่วยเหลือโดยตรงหรือช่วยประสานงานให้ชาวบ้านได้รับการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้น ต้องถือว่าเป็นมุมมองใหม่ของการอำนวยความยุติธรรมที่แต่เดิมมามักจะเข้าใจว่าเป็นเรื่องของนักกฎหมายเท่านั้นที่จะทำงานนี้ได้
ปัจจุบันสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น การเรียกร้องความเป็นธรรมก็มีความซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วยและมีแนวโน้มว่าจะขยายวงกว้างไปยังการอำนวยความยุติธรรมแบบไม่เป็นทางการมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าชาวบ้านต้องการกระบวนการอำนวยความยุติธรรมที่ผสมผสานระหว่างกฎหมายกับชีวิตประจำวันที่เข้าใจได้ง่าย แก้ปัญหาได้ตรงประเด็นและฉับไว



