
วีรชนไพร่วีรชนบางระจัน
วีรชนไพร่วีรชนบางระจัน : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
ยุทธศาสตร์การต่อสู้เบ็ดเสร็จนั้น ต้องรวมกำลังประชาชนเข้าไว้ด้วยเสมอ เพราะหากต้องรบกับข้าศึกที่รุกเข้าตีอย่างมหาศาล ลำพังกำลังรบหลักอย่างเดียวเอาไม่อยู่ การฝึกปรือ รวมถึงการสร้างสำนึกให้แก่ประชาชนท้องถิ่น จึงเป็นสิ่งสำคัญ และสิ่งที่จะหล่อหลอมพวกเขาให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ดีที่สุดก็คือ บ่มร่ำพวกเขาให้ซาบซึ้งถึงบทบาทของบรรพบุรุษที่เคยกระทำมาแล้ว ไม่ว่าวีรชนเหล่านั้นจะแพ้หรือชนะ ความกล้าหาญเสียสละจะเป็นสิ่งที่น่ายกย่องตลอดกาล เช่น เรื่องราวของชาวบ้านบางระจัน
ตำนานของพวกเขาเริ่มขึ้นในห้วงใบไม้ผลิปี 2308 เมื่อพม่าเริ่มเข้าตีอาณาจักรอยุธยาอีกครั้ง ยึดได้ทั้งเหนือและตะวันออก ทัพหน้าขยายผลกวาดต้อนผู้คนและเสบียงแถววิเศษชัยชาญ ชาวบ้านละแวกนั้นไม่ยอมศิโรราบง่ายๆ จึงรวมกำลังและตั้งค่ายที่บางระจัน เข้าต้านทานทหารพม่าเป็นสามารถได้นานถึง 5 เดือน รบชนะข้าศึกที่มีกำลังพลมากกว่าได้ถึง 7 ครั้ง ก่อนจะพ่ายแพ้เมื่อกลางปี 2309 (ขึ้นศกใหม่สยามเวลานั้นคือเดือนเมษายน) ชาวบ้านที่ไม่ถูกฆ่าตายบางส่วนก็ถูกกวาดต้อน แต่ส่วนใหญ่จะหลบหนีซุ่มซ่อนในพื้นที่ใกล้เคียง หลังพม่าเลิกรบกับอยุธยาในปีถัดมา พวกเขาก็กลับมาสร้างบ้านแปลงเมืองกันใหม่และอยู่กันในพื้นที่อีกกว่า 230 ปี รวมทั้งตระกูลเมืองมั่นด้วย
ในยุคนี้ที่ใครๆ ก็เป็นสามัญชน วีรกรรมของคนที่มีสถานะทางสังคมเหมือนกันพวกเรา ปกป้องสิ่งที่ไม่เกินไปกว่าหมู่บ้านของพวกเขานั้นเป็นสิ่งที่คนไทยยุคใหม่ที่ยืนอยู่บนความเป็นจริง อุทิศตนให้แก่ครอบครัวหรือชุมชน มากกว่ากรอบที่ใหญ่ขึ้นไปนั้นเข้าใจในความเป็น “พวกเดียวกัน” ชาวบ้านบางระจันไม่ใช่เจ้าขุนมูลนายถูกสั่งให้จัดตั้งกำลังประชาชนยันพม่า แต่เป็นชาวบ้านกันเอง ข้าราชการท้องถิ่นหรือแม้แต่พระ พวกเขาไม่ได้มีเป้าหมายรบเพื่ออยุธยา แต่เพื่อความปลอดภัยของคนที่ตนรัก และพวกเขาไม่หวังลาภยศสรรเสริญ นอกจากได้กลับไปใช้ชีวิตที่สุขสงบเหมือนเช่นก่อนมีศึก ใครๆ ก็เอาอย่างพวกเขาได้ ถ้ามีจิตใจกล้าหาญ ไม่ท้อถอยต่อภยันตรายและก็ควรต้องทำอย่างพวกเขา ถ้าครอบครัว ชุมชนของตนถูกคุกคาม วีรกรรมของพวกเขาจึงสมควรเป็นตัวอย่างให้แก่คนไทยทั้งมวลสืบไป
ทุกต้นเดือนกุมภาพันธ์ จะมีงานรำลึกวีรชนที่ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เป็นหนึ่งในงานท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ทั้งกำลังเป็นเทรนด์อยู่ในขณะนี้ เห็นในโปสเตอร์ว่า ปีนี้จะมีการแสดงเรื่องราวเสรีภาพของชาติต่างๆ ในอาเซียนแ ละการแสดงฉลองวีรกรรมเทียบเคียงของเมือง อลาโม เท็กซัส ยิ่งทำให้งานปีนี้น่าสนใจ ขออวยพรให้งานนี้ประสบความสำเร็จ เพราะการสร้างสำนึกรักชาติ รักเสรีภาพที่ถูกต้อง ควรสร้างบนพื้นฐานของการอุทิศตัวเพื่อครอบครัวไปจนถึงประเทศชาติตามลำดับ ไม่ใช่บนความคลั่งชาติ



