ข่าว

'ยะใส'เตือน'โพลล์'ระวังหน้าแตก!

'ยะใส'เตือน'โพลล์'ระวังหน้าแตก!

03 ก.พ. 2556

'สุริยะใส' ห่วง 'โพลล์' แข่งกันสำรวจความนิยม มากกว่าเจาะลึกนโยบาย หวั่นหน้าแตกเหมือน 'เอ็กซิทโพลล์' เลือกตั้งครั้งที่แล้ว

                           3 ก.พ. 56  นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ว่า ผมเห็นว่าการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ในขณะนี้ กำลังถูกชี้นำด้วยผลโพลล์มากเกินไป แม้จะปฏิเสธโพลล์ไม่ได้ก็ตาม แต่หลายครั้งโพลล์ก็ผิดพลาดมาแล้ว เช่น กรณีการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 สำนักโพลล์ทั้ง 4 แห่ง คือ เอแบคโพลล์ สวนดุสิตโพล ศรีปทุมโพลล์ และนิด้าโพล ได้ทำ 'เอ็กซิทโพลล์ (Exit Poll)' หรือการสำรวจผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหน้าคูหาเลือกตั้ง ปรากฏว่า ผลเอ็กซิทโพลล์ ทั้ง 4 แห่ง สวนทางกับผลการเลือกตั้งจริง

                           โดยเฉพาะใน กทม.นั้น เอ็กซิทโพลล์ ระบุว่า เพื่อไทยจะได้ ส.ส.มากกว่า 20 ที่ แต่ผลจริงๆ ได้แค่ 10 ที่นั่งเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีความคลาดเคลื่อนสูงมาก

                           หรือแม้แต่ผลโพลล์ ที่มีการสำรวจคะแนนนิยมโค้งแรกในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เมื่อ 11 มกราคม พ.ศ. 2552 โพลล์บางสำนักระบุว่า หม่อมปลื้ม หรือ มล.ณัฐฎกรณ์ เทวกุล ผู้สมัครอิสระคะแนนนำผู้สมัครคนอื่นในช่วงแรกๆ ซึ่งอาจเพราะการทำการตลาดเก่ง ตอนนั้นเอแบคโพลล์ สำรวจพบว่า หม่อมปลื้ม คะแนนนิยม 37% ในขณะที่คุณชายได้ 36.4% แต่ผลการเลือกตั้งที่ออกมาก็สวนทางอย่างสิ้นเชิง

                           ที่น่าสนใจ โพลล์ทุกสำนักตอนนั้น ระบุว่า หม่อมปลื้ม คะแนนนิยมนำนายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่โค้งแรกจนโค้งสุดท้ายอยู่เกือบเท่าตัว แต่สุดท้ายผลการเลือกตั้งกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง

                           ในสังคมประชาธิปไตย โพลล์เข้ามามีบทบาทสูงมากในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ซึ่งโพลล์ต้องพัฒนาตัวเองด้วย โดยเฉพาะความเป็นวิชาการ ในหลายประเทศ โพลล์มีบทบาทมากกว่าสำรวจความนิยม แต่ถ้าดูบทบาทของโพลล์แทบทุกสำนักในบ้านเรายังเน้นการสำรวจความนิยมทั่วๆ ไป ซึ่งทำง่ายและคลาดเคลื่อนสูง ยังไม่เจาะลึกไปในระดับนโยบาย ซึ่งแต่ละนโยบายมีฐานคะแนน หรือกลุ่มเป้าหมายที่มีมีสิทธิ์เลือกตั้งต่างกัน เช่น นโยบายปราบแผงลอยบนทางเท้า คนชั้นกลางไปถึงระดับสูงอาจชอบ แต่คนจนระดับล่างจะไม่ชอบ

                           หรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ คนด้อยโอกาส โพลล์น่าจะเป็นเครื่องมือให้คนด้อยโอกาส สะท้อนว่าพวกเขาอยากได้นโยบายแบบไหน ซึ่งคนในชุมชนหาเช้ากินค่ำกับคนบ้านมีรั้ว หรือบ้านจัดสรร มีพฤติกรรมการเลือกตั้งคนละแบบกัน

                           "ถ้าโพลล์ตั้งคำถามเชิงลึก จำแนกนโยบายและกลุ่มเป้าหมาย และปริมาณผู้มาใช้สิทธิในแต่ละฐานนโยบาย เชื่อว่าจะทำให้การเลือกตั้งมีคุณภาพมากขึ้น และเป็นประโยชน์กับผู้สมัครที่จะเห็นปัญหามากขึ้น กำหนดนโยบายสอดคล้องกับปัญหา และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายไปในตัว"