
'บิ๊กโอ๋'ปัดข่าวเกณฑ์ทหารลต.ผู้ว่าฯกทม.
'สุกำพล' ปัดเกณฑ์ทหารเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ชี้เป็นแค่กระแสข่าวลือ เผยยังไม่มีผู้สมัครติดต่อเข้าพื้นที่หาเสียง พร้อมมอบ 551 ทุนการศึกษาลูกทหาร-ตร.ใต้
2 ก.พ. 56 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีการเกณฑ์ทหารที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร (กทม.) กลับเข้ามาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าว กระแสก็คือกระแส ส่วนการติดต่อเข้ามาหาเสียงในพื้นที่หน่วยทหารของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.นั้น ขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.รายใดติดต่อเข้ามา
ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของแต่ละกองทัพ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับกระทรวงกลาโหม อย่างไรก็ตามในส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณหน่วยเลือกตั้งนั้น ขณะนี้ทางกทม.ยังไม่ได้มีการร้องขอเข้ามาให้ทหารช่วยดูแลแต่อย่างใด เพราะเหลือเวลาอีก 1 เดือน
'รมว.กลาโหม' มอบ 551 ทุนการศึกษาลูกทหาร-ตร.ใต้
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เป็นประธานรับมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดา ของทหารและตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ 4 ม.ค. 2547 ถึง 28 ก.ย. 2555 จำนวน 551 ทุน ทุนละ 20,000 บาท รวมทั้งสิ้น 11 ล้านบาท พร้อมทั้งรับมอบทุนให้กับองค์การทหารผ่านศึก จำนวน 10 ล้านบาท จากนายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการบริษัทอิชิตันกรุ๊ป จำกัด
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญที่ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดาของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขอขอบคุณนายตันที่เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นรากฐานในการส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ ความคิด สร้างสรรค์สิ่งต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ รวมทั้งสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในสังคม โดยทุนการศึกษาดังกล่าวเปรียบเสมือนเป็นการตอบแทนเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่เสียสละชีวิต เนื่องจากครอบครัวต้องขาดเสาหลัก ซึ่งเชื่อว่าทุนการศึกษาดังกล่าวจะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครอบครัวได้ โดยบุตร-ธิดาก็ต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้มีอนาคตที่สดใส และนำความรู้มาพัฒนาบ้านเมือง อันนำมาสู่ความสงบสุขในวันข้างหน้า ทั้งที่ขอยืนยันว่าจะดูแลครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตต่อไปอย่างดีที่สุด
พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ว่ากระทรวงกลาโหมมีเงินช่วยเหลือกำลังพลอยู่แล้ว แต่นายตันเป็นผู้ใจบุญจึงได้มอบเงินช่วยเหลือบุตรหลานทหาร ตำรวจ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มเติมอีก 11 ล้านบาท สำหรับคนที่ไม่ได้มารับทุนด้วยตัวเองกระทรวงกลาโหมก็จะส่งทุนการศึกษาไปให้ตามที่อยู่ ส่วนเรื่องเบี้ยเลี้ยงแก่กำลังพลในภาคใต้นั้นปัจจุบันมีอยู่แล้ว และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น เช่นมีวันทวีคูณ มีการทำประกันชีวิต หากอยากย้ายกลับมาในพื้นที่ปกติก็สามารถเลือกหน่วยที่ลงไปทำงานได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการปรับเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัย จาก 2,500 บาท ให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มเติมอีกหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มี แต่การพิจารณาเรื่องเบี้ยเสี่ยงภัย เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่กระทรวงกลาโหม ซึ่งปัจจุบันทุกหน่วยงานใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน คือ 2,500 บาทต่อเดือน หากจะปรับขึ้นก็ต้องทำเหมือนกันทั้งหมด และทางกระทรวงกลาโหมก็ยังไม่ได้เสนอขอเพิ่มเงินเบี้ยเลี้ยงไปยังรัฐบาลแต่อย่างใด เนื่องจากเชื่อว่าสถานการณ์ภาคใต้จะดีขึ้น และไม่นานก็คงจะจบ ส่วนการที่คนร้ายลอบยิงของเกษตรกรและชาวนาจ.สิงห์บุรีที่มาสอนทำนาก็เป็นเหตุการณ์รุนแรงที่มีอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่า รมว.กลาโหมเชื่อว่า ปีนี้สถานการณ์ภาคใต้จะดีขึ้น ดังนั้นมีกำหนดกรอบเวลาหรือไม่ว่าสถานการณ์ภาคใต้จะดีขึ้นภายในเมื่อไหร่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า กำหนดกรอบเวลาไม่ได้ แต่มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ล่าสุดตนได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมมือวางระเบิดทหารเรือที่ จ.นราธิวาส ได้พร้อมคนดูต้นทาง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ที่ทุกคนต้องการมากที่สุด และแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านเริ่มเบื่อหน่ายกับการก่อเหตุรุนแรง และหันมาให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น
เมื่อถามว่าจะมีการสับเปลี่ยนให้ตำรวจลงไปปฏิบัติหน้าที่แทนทหารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า การให้ตำรวจมาแทนก็เพื่อทำภารกิจบางอย่างที่ทหารไม่ควรทำ เช่น การคุ้มกันพระ ครู การดูแลเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งเห็นว่าควรให้ตำรวจมาทำหน้าที่นี้แทน เพื่อให้ทหารได้ทำภารกิจอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เรื่องดังกล่าวกำลังดำเนินการอยู่



