
ทางรอด!ส่งออกอาหารทะเลไทย
ล้างภาพแรงงานเด็ก-ค้ามนุษย์ ทางรอดส่งออกอาหารทะเลไทย : กัมปนาท ขันตระกูล ... รายงาน
"ผมสนับสนุนให้รัฐบาลเห็นความสำคัญกับการเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องใช้แรงงานเด็กในภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเล จะเห็นว่าทั้งสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศประชาคมยุโรป ที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าหลักจากไทย ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และกลายเป็นประเด็นที่อ่อนไหว และมีผลมาถึงการสั่งนำเข้าสินค้าจากไทย"
สมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย
"การพาคณะทูตเดินทางมาที่สมุทรสาคร เพื่อศึกษาถึงระบบการผลิตกุ้งแช่แข็ง ก็เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ในการผลิตกุ้งแช่แข็งส่งออกของไทยมีมาตรฐาน และให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตทุกส่วน ตั้งแต่ต้นทางจนมาถึงขั้นการผลิตเพื่อส่งออก ให้ความสำคัญกับการใช้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นไปตามมาตรฐาน เราต้องการสร้างความมั่นใจ เพื่อให้ประเทศผู้นำเข้ารับรู้ว่า เราตระหนักในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ที่สำคัญผลผลิตที่ได้รับนั้น ไม่ได้มีส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์หรือใช้แรงงานเด็ก" สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ในกลุ่มจังหวัดภาคกลาง สมุทรสาคร ถือเป็นฐานการส่งออกสินค้าอาหารทะเลที่สำคัญ ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาสินค้าในกลุ่มนี้จากแหล่งผลิตในประเทศไทยได้ถูกขึ้นบัญชีจากกระทรวงแรงงานของประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2553 ว่า เป็น 1 ใน 58 ประเทศ ที่มีการใช้แรงงานเด็ก และแรงงานบังคับที่ขัดต่ออนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา ยังได้เผยแพร่รายงานบัญชีรายชื่อสินค้าที่ผลิตจากแรงงานเด็ก แรงงานที่ถูกบังคับ ประจำปี 2553 โดยระบุสินค้า 128 รายการจาก 70 ประเทศ โดยประเทศไทยมีสินค้ากุ้งแช่แข็งและเสื้อผ้าที่เกี่ยวพันกับเรื่องนี้ โดยอ้างถึงการพบปัญหาแรงงานบังคับและแรงงานเด็กบังคับ ในโรงงานแกะกุ้งขนาดเล็ก
ข้อมูลดังกล่าวของทางการสหรัฐอเมริกาได้นำไปสู่การจัดทำรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี (Trafficking in Persons Report : TIP Report) เผยแพร่สู่สาธารณะ ใน 177 ประเทศทั่วโลก ที่สำคัญมีการจัดให้ประเทศไทยอยู่ในระดับที่ 2 ที่ถูกจับตามอง (Tier 2 Watch List) เป็นพิเศษ โดยอ้างถึงการมีแรงงานต่างด้าวที่ถูกบังคับให้ทำงานในสาขาประมง อุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสิ่งทอระดับล่าง และนั่นคือผลกระทบที่ก่อตัวขึ้นกับภาคการส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ของไทย
อย่างไรก็ดี ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้เข้ามาให้ความสำคัญกับระบบการจ้างงานในสาขาดังกล่าวข้างต้นว่า เกี่ยวพันกับการบังคับใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และแรงงานต่างด้าว ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ มีการจัดระบบตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมกุ้งไทย เพื่อให้ประเทศไทยถูกถอดออกจากบัญชีค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ต่อมาแต่ในเดือนมิถุนายน 2554 ทางการสหรัฐอเมริกาได้ออกรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี และยังคงให้ไทยอยู่ในอันดับ Tier 2 Watch list หรือ “ประเทศที่ต้องจับตามอง” เหมือนเดิม
ที่สำคัญ หากในปีนี้ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม จะถูกเลื่อนเป็นอันดับ Tier 3 Watch list ของกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นเป็นกลุ่มที่เลวร้ายที่สุด ส่งผลกระทบไปในด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ภาพลักษณ์ของประเทศ และการช่วยเหลือด้านต่างๆ ของนานาประเทศที่มีต่อไทย และ "สมุทรสาคร" ก็เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ถูกเพ่งเล็งว่า เป็นจังหวัดที่มีการบังคับใช้แรงงาน มีการใช้แรงงานเด็ก และการค้ามนุษย์ในรูปแบบของแรงงาน
ในการหาทางคลี่คลายการถูกเพ่งเล็ง รัฐบาลมอบหมายให้ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมเป็นคณะทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นต่อเรื่องนี้ก็คือ นำคณะทูตทั้งจากสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ได้แก่ เยอรมนี ฮังการี ฟินแลนด์ ลักเซมเบิร์ก สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย เข้าติดตามการผลิตของโรงงานอาหารแช่เยือกแข็งและสถานแปรรูปเบื้องต้น หรือ ล้ง ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร 2 แห่งได้แก่ โรงงานของบริษัท ไทยรอแยล ฟรอเซน ฟู๊ด จำกัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และล้ง ส.สมพล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นสถานที่ถูกกล่าวหามีการค้ามนุษย์เกิดขึ้น ทั้งยังนำเด็กมาใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย
"ที่ผ่านมาเอ็นจีโอต่างชาติกล่าวหาว่ากุ้งแช่แข็งที่ส่งออกจากประเทศไทยมีราคาถูก เนื่องจากมีการใช้แรงงานเด็ก และแรงงานผิดกฎหมาย มีการค้ามนุษย์ รวมทั้งมีการกล่าวพาดพิงบริษัท ไทยรอแยล ฟรอเซน ฟู๊ด จำกัด ว่าผลิตกุ้งแช่แข็งส่งออกไปประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศยุโรป ว่ารับวัตถุดิบมาจากสถานประกอบการแปรรูปวัตถุดิบหรือล้งที่ใช้แรงงานเด็ก และแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสินค้าอาหารทะเลแปรรูป โดยเฉพาะสินค้ากุ้ง และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในทางลบ การนำคณะลงพื้นที่ก็เพื่อทำความเข้าใจว่า การผลิตกุ้งแช่แข็งส่งออกของไทยมีมาตรฐาน และการใช้แรงงานในภาคการผลิตก็อยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้อง ต้องการสื่อให้รู้ว่า กุ้งไทยไม่ได้ผลิตจากแรงงานเด็กและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์” สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว
"เรื่องเด็ก พ่อ แม่ เด็ก ที่มาทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างด้าว หรือแรงงานไทย ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจังหวัดสมุทรสาคร และสถานประกอบการ ได้ร่วมกันสร้างสถานรับเลี้ยงเพื่อดูแล เพื่อไม่ให้เด็กติดตามพ่อแม่เข้าไปในโรงงาน หรือพื้นที่ของการทำงาน เพื่อไม่ให้ผู้ที่พบเห็นมีความเข้าใจว่ามีการใช้แรงงานเด็ก หรือใช้แรงงานที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งทั้งแรงงานพม่า แรงงานลาว แรงงานกัมพูชา ทุกคนต่างยืนยันว่าได้รับการดูแลครบถ้วนตามกฎหมาย ส่วนแรงงานประมงที่ลงเรือประมงไปทำงานในเรือ ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ร่วมกับกระทรวงแรงงาน ทำทะเบียนคนงานที่ลงไปทำงานในเรือประมง เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ ทำให้เราทราบถึงการดูแลแรงงาน" สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าว
“ขอให้ความมั่นใจว่า จังหวัดสมุทรสาครมุ่งมั่นจริงใจ และจริงจังที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานที่ผิดกฎหมาย เพื่อสินค้าที่ผลิตใน จ.สมุทรสาคร ทุกชนิด โดยเฉพาะกุ้งแช่แข็งที่มีมูลค่าการส่งออกมหาศาล สามารถส่งไปขายในตลาดโลกแข่งกับประเทศอื่นๆ ได้โดยไม่ถูกกีดกัน” จุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ระบุ
นี่จึงเป็นการขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อให้ภาคการส่งออกของไทยยังคงสามารถเติบโตได้ในตลาดต่างประเทศ
--------------------
(ล้างภาพแรงงานเด็ก-ค้ามนุษย์ ทางรอดส่งออกอาหารทะเลไทย : กัมปนาท ขันตระกูล ... รายงาน)



