ข่าว

กุนซือศก.เสียงแตก!แก้บาทแข็ง

กุนซือศก.เสียงแตก!แก้บาทแข็ง

31 ม.ค. 2556

กุนซือทีมเศรษฐกิจระดมสมองแก้ปัญหาเงินบาทแข็ง เสียงแตก 'โกร่ง' ชูลดดอกเบี้ยนโยบายสกัดเงินไหลเข้า ด้าน 'กิตติรัตน์' ยันรัฐไม่ออกมาตรการควบคุมเงินไหลเข้า-ออก

                          นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวภายหลังหารือร่วมกับทีมเศรษฐกิจและนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมได้หารือกันถึงเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นซึ่งอาจส่งผลให้เอสเอ็มอีส่งออกบางส่วนได้รับความลำบากเพิ่มขึ้น โดยธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) รายงานว่าเป็นผลมาจากเงินทุนไหลเข้าช่วงสั้นๆ ที่หากเป็นการเข้ามาในระยะ 1 เดือนจึงเกิดความเสี่ยง

                          "ที่ประชุมมีความเป็นห่วงว่าเงินที่ไหลเข้ามาในตราสารหนี้และตลาดหุ้นทำให้ค่าเงินแข็ง และไม่มีหลักประกันว่าจะอยู่ในระยาว แม้จะมีมาตรการระยะกลางและยาวลดแรงกดดันได้ แต่นายวีระพงษ์ รามางกูร ประธาน ธปท. และนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เห็นตรงกันว่าควรมีมาตรการหรือนโยบายทางการเงินเพื่อดูแลการไหลเข้าของเงินทุนในช่วงสั้นๆ นี้หรือไม่ แต่ผมยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความคิดจะใช้มาตรการควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนโดยเฉพาะมาตรการภาษี หลังจากนี้ผมคงต้องหารือกับธปท.อีกครั้งในฐานะที่ทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบายการเงิน” นายกิตติรัตน์กล่าว

                          ด้านนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการ ธปท. กล่าวว่า การไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศอาจสร้างปัญหาฟองสบู่ในหลายๆ ตลาด โดยเงินทุนที่เข้ามานั้นเป็นผลจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของไทยที่สูงกว่าดอกเบี้ยต่างประเทศ ดังนั้นวิธีที่จะลดการไหลเข้าของเงินทุนได้ดีที่สุดคือ การลดดอกเบี้ยนโยบายลงแต่ที่กังวลคือเกรงว่า ธปท.จะเห็นสัญญาณเศรษฐกิจเติบโตร้อนแรงแล้วยิ่งไปปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หากทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น

                          ขณะที่นายบัณฑิต นิจถาวร ประธานคณะกรรมการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้านั้น อาจไปสร้างปัจจัยเสี่ยงในอีกด้าน โดยเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายให้มากขึ้น ดังนั้นเครื่องมือในการดูแลจึงควรต้องใช้เครื่องมือต่างๆ ที่ผสมผสานกัน ซึ่งแบงก์ชาติเคยผ่านเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง จึงเชื่อว่าครั้งนี้ก็น่าจะผ่านไปได้เช่นกัน

                          นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าส่งผลกระทบต่อการส่งออกอย่างมาก  เป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ 8.9 นั้น สรท.มองไว้ที่ระดับ 6.9% หากค่าเงินยังแข็งต่อเนื่องก็ยิ่งทำให้การส่งออกไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 

                          นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการคาดการณ์ที่ระดับ 29.731.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยทั้งปีที่ 30.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับปีก่อนที่อยู่ในระดับ 31.1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยสศค.ประเมินว่าหากเงินบาทแข็งค่าขึ้น 1% จะกระทบกับการส่งออก 0.4%  กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 2.3% แต่ส่งผลดีให้เงินเฟ้อลดลง 0.2%  ซึ่งขณะนี้มองว่ายังไม่กระทบกับจีดีพีปีนี้ที่คาดไว้ขยายตัวในระดับ 5% ส่วนไตรมาส 4 ปีก่อนเชื่อว่าขยายตัวไม่น้อยกว่า 15.9% ส่งผลให้ทั้งปี 2555 น่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5.7%