ข่าว

'ปู'ถกงานมั่นคง-มอบนโยบาย'กอ.รมน.'

'ปู'ถกงานมั่นคง-มอบนโยบาย'กอ.รมน.'

31 ม.ค. 2556

'ปู'แถลงผลงานความมั่นคงพร้อมมอบนโยบายให้'กอ.รมน.' โต้ 'นิวยอร์กไทมส์'ยันไม่มีสไกป์ในครม. ชี้ผลงานรบ.เป็นตัวพิสูจน์

                31 ม.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ( กอ.รมน.) เป็นประธานในการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2555 และแถลงแผนการปฏิบัติงานประจำปี 2556 ของ กอ.รมน.รวมทั้งมอบนโยบายในการดำเนินงานด้านความมั่นคง โดยคณะกรรมการ กอ.รมน. นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งผู้อำนวยการ รมน.ในภาค 1 - 4 , ผอ.และรองผอ.รมน.จังหวัด คณะที่ปรึกษาและผู้บริหารระดับสูงของกอ.รมน. หัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคงมาร่วมงานคับคั่ง

                ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคง รับทราบผลการปฏิบัติงาน ตามแผนรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรของ กอ.รมน. ซึ่งการจัดทำแผนรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ปี 2555-2557 ของ กอ.รมน.นั้น เป็นการรองรับการปฏิบัติงานเพื่อการบูรณาการ ประสานงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงในทุกรูปแบบที่เกิดขึ้น โดยยึดถือนโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ รวมทั้งแผนบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเป็นกรอบการดำเนินงาน

                ทั้งนี้ จากการเอกสารข่าวจากส่วนสารนิเทศ กอ.รมน. ที่แจกสื่อมวลชนระบุว่า ในช่วงปี 2555 กอ.รมน.ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นๆในการติดตาม ตรวจสอบประเมินภัยคุกคามสรุปได้ว่า ภัยคุกคามด้านยาเสพติด มีระดับรุนแรงมาก จำนวน 12 จังหวัด ภัยคุกคามด้านคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง มีระดับรุนแรงมาก จำนวน 7 จังหวัด ภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ มีระดับไม่รุนแรงมาก จำนวน 9 จังหวัด ภัยคุกคามด้านป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ มีระดับรุนแรงมาก จำนวน 9 จังหวัด

                นอกจากนี้ กอ.รมน. ยังสรุปการจัดทำแผนรองรับภัยคุกคาม ประกอบด้วย ด้านยาเสพติด ด้วยการจัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะยาเสพติดตามแนวชายแดน 1,070 หมู่บ้านใน30 จังหวัด มีหมู่บ้านผ่านเกณฑ์ ที่กำหนด ร้อยละ 70 ส่วน ปัญหาแรงงานต่างด้าวและหลบหนีเข้าเมือง ได้มอบหมายให้ราชการที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการควบคุมเพื่อเข้าสู่ระบบการจ้างงานที่ถูกต้อง และจัดระเบียบที่อยู่อาศัย ด้านกลุ่มที่มีปัญหาต่อต้านความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีชาวโรฮิงญา ตรวจพบและปฏิเสธการเข้าเมือง 33 ครั้ง รวม 2,817 คน พบผู้หนีภัยและประชากรแฝง ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ตามแนวชายแดนตะวันตก 95,000 คน และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ กำหนดมาตรการควบคุมและจัดระเบียบแล้ว สำหรับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เหตุการณ์และความสูญเสียลดลง โดยในปี 2554 มีหมู่บ้านที่ไม่เกิดเหตุรุนแรง 1,355 หมู่บ้าน และในปี 2555 มี 1,442 หมู่บ้าน

                พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังรับทราบกรอบการดำเนินงานตามแผนประจำปี 2556 เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง จากนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.กอ.รมน. ที่มีทั้งหมด 6 นโยบาย คือ 1.การเสริมสร้างให้ประชาชน ตระหนักถึงหน้าที่ ที่ต้องพิทักษ์ไว้ซึ่งสถาบันหลัก และส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.การป้องกันและแก้ไขยาเสพติดที่ยังเดินหน้าตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด 3.การป้องกันและแก้ไขเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทุกส่วนราชการต้องนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นยุทธศาสตร์หลัก และถือว่าเป็นวาระเร่งด่วนตามแนวทางขับเคลื่อนในปี 2555-2557 4.การป้องกันแก้ไขการบุกรุกป่าไม้ ทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติด้วยการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ขอให้ดำเนินการตาม ที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หรือ กยน. โดยเฉพาะการวางระบบป้องกันภัยธรรมชาติต่างๆ คือการฟื้นฟูป่าต้นน้ำในทุกพื้นที่ 5.กอ.รมน.ภายในภาคต้องเพิ่มระดับให้มากขึ้นในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของกอ.รมน.จังหวัด 6.ให้ความสำคัญและการให้ความร่วมมือจากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

 

โต้ “นิวยอร์กไทมส์” ยันไม่มีสไกป์ในครม. ชี้ผลงานรบ.เป็นตัวพิสูจน์ 

               
                 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นสพ.นิวยอร์กไทมส์ เผยแพร่บทความวิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลโดยระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์เข้ามาร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) และยังคงมีบทบาทในการบริหารประเทศเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงในรัฐบาลปัจจุบัน ว่า เรื่องนี้จริงๆต้องเรียนว่า คำถามนี้เป็นคำถามที่ถามกันหลายครั้งแล้ว ตนก็ยืนยันทุกครั้งเราทำงานอยู่ที่เมืองไทย และในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีครม.ที่จะตัดสินใจในการทำงาน

                ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ จะลบภาพตรงนี้อย่างไรเพราะสื่อถามหลายครั้ง นายกฯ ก็ตอบเหมือนเดิม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ต้องเรียนว่าสื่อที่ให้ข้อมูลอย่างนี้เราก็ไม่สามารถจะห้ามได้ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนว่า ในแง่ผลโพลล์ก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนในเรื่องของความเป็นผู้นำ ทั้งนี้เราจะบอกอย่างไรก็ตาม ผลก็คือ ผลงานของรัฐบาลที่จะเป็นตัวพิสูจน์ วันนี้รัฐบาลก็ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนมาครบ 1 ปี มีผลงานอย่างต่อเนื่อง และในปีที่ 2 เป็นปีแห่งการพัฒนา ดังนั้นความเชื่อมั่นที่เราจะต้องทำร่วมกัน สุดท้ายคือ ผลของงาน ดิฉันมองในประด็นนั้นมากกว่า"

                เมื่อถามว่า นิวยอร์กไทมส์เขียนขนาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สไกป์เข้ามาในที่ประชุมครม.ตรงนี้มีจริงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวปฏิเสธว่า "แล้วสื่อมวลชนเห็นไหม ในครม.ไม่สามารถใช้ได้แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ เพราะฉะนั้นการประชุมทุกอย่างอันนี้ต้องขอความกรุณาในการพินิจพิเคราะห์ด้วย บางครั้งอาจจะเป็นการพูดลอยๆ หรือเปล่าหรืออย่างไรก็ตาม ดิฉันก็ยืนยันอย่างนี้นะคะ"

                เมื่อถามว่า นายกฯน้อยใจหรือไม่ ที่ถูกวิจารณ์อย่างนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า "ต้องเรียนว่า มีคนเขาเชื่อว่า ยังมีอีกหลายท่านที่ให้ความเป็นธรรมกับดิฉัน และวันนี้ดิฉันมีความตั้งใจที่จะทำงานตลอด 1 ปีกว่า แทบไม่ได้หยุดเลย จริงๆผลงานเราก็เห็นอยู่ สิ่งที่เราอยากได้คือ กำลังใจ ผลงานกับความเชื่อมั่น"

 

ระบุต้องพิจารณาเป็นพื้นที่ในการมอบอาวุธแก่กำนันผู้ใหญ่บ้าน

               
                น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(ผอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2555 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2556 ของ กอ.รมน. ว่า ที่ประชุมได้มีการมอบนโยบายภาพรวมในการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนเหตุการณ์ความไม่สงบในขณะนี้เราได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานทำงานแบบบูรณาการมากขึ้น และวางเป้าหมาย ทิศทาง รวมทั้งกำหนดความรับผิดชอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องบูรณาการและพูดคุยกันในเรื่องของหลักกติกาด้วยว่า เราจะดูแลความเรียบร้อย ความมั่นคง ความสงบอย่างไร เพราะบางครั้งเราไม่ได้กำหนดแนวทางต่างๆให้ชัดเจน ก็อาจจะเกิดช่องว่างตรงนี้ ซึ่งจะต้องพยายามที่จะร่วมกันทำงานบูรณาการในพื้นที่ ดูแลอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันต้องเร่งเสริมจำนวนเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่จะเข้ามาดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะดูแลครู

                ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีการมอบอาวุธที่ทันสมัยแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องดู เพราะอยู่ที่พื้นที่ และทางฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องคุยกัน เพราะบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยก็ต้องดูว่าเจ้าหน้าที่ที่จะใช้อาวุธ จะสามารถใช้วิจารณญานในการดูแลหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ต้องดูในลักษณะของความรุนแรงในพื้นที่เป็นตัวตั้ง หากในพื้นที่นั้นมีความรุนแรง ก็ต้องดูว่ามีผู้ที่มีวิสัยในการดูแล แต่หากจะให้เจ้าหน้าที่อื่นๆต้องดูความเหมาะสมอีกครั้ง

                เมื่อถามว่า จะแก้ปัญหาเรื่องของครูที่ร้องขอออกจากพื้นที่อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องไปพูดคุยว่าในพื้นที่มีปัญหาอย่างไร หากครูไม่มีความมั่นใจเราก็คงต้องพูดคุยกันว่าเราจะหาเจ้าหน้าที่เสริมอย่างไร หลักจริงๆก็คือเรื่องที่เราต้องมาคุยร่วมกันว่าวิธีไหนที่เราจะตกลงทำงานด้วยกัน เพื่อให้ในพื้นที่มีความสบายใจซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นหลักมากกว่า

                เมื่อถามว่า จะให้ ตชด.ลงไปทำหน้าที่ครูเป็นหลักหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จริงๆแล้วตชด.ก็มีเจ้าหน้าที่พร้อมเสริม ซึ่งเราก็อยากได้ครูที่มาสอน แต่ตรงนี้คือปลายเหตุ ซึ่งเราต้องแก้ที่ต้นเหตุก่อน คือ ทำอย่างไรให้โรงเรียนมีความปลอดภัยมากกว่า เพราะการที่ครูย้ายออกไปจะเป็นเรื่องของขวัญกำลังใจ ซึ่งหากขวัญกำลังใจไม่ไหว เราก็พร้อมที่จะมีเจ้าหน้าที่เสริม แต่อย่างไรก็ตามเราก็มีหน้าที่ในการดูแล รักษาความปลอดภัย ให้แก่ ครู นักเรียนและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้วย ซึ่งวันนี้ได้มีการเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายลงไปทำงานในระดับพื้นที่