
กระแสนิรโทษกรรมเที่ยวเมล์ล่าสุด
กระแสนิรโทษกรรมเที่ยวเมล์ล่าสุด : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]
ประเด็นนิรโทษกรรมความผิดให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ความไม่สงบห้วงกลางปี พ.ศ. 2553 กลับมาเป็นข่าวเอิกเกริกครึกโครมอีกครั้งเมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งในนาม "แนวร่วม 29 มกราปลดปล่อยนักโทษการเมือง" ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้งของนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ ไปพิจารณาผลักดันเข้าสู่สภา โดยมุ่งหมายให้มีการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังเสื้อแดงเป็นอิสระ
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างจริงๆ จังๆ เป็นครั้งแรกของกลุ่มคนเสื้อแดง ท่ามกลางข้อสังเกตถึงการที่องค์กรใหญ่ของคนเสื้อแดงอย่างนปช. มิได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ ในขณะที่แกนนำมวลชนคนสำคัญบางคนมอง "แนวร่วม 29 มกรา" คล้ายดั่งเป็นกบฏ เคลือบแคลงสงสัยว่ามีเป้าหมายอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ครหานินทาว่าพยายามผลักดันจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นอิสระจากพรรคเพื่อไทยหรือเปล่า
ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นปช.ภายใต้การนำของนางธิดา ถาวรเศรษฐ ทำการเคลื่อนไหวอย่างหนัก เรียกร้องกดดันให้มีการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังเสื้อแดง แต่ครั้นแกนนำทั้งหลายได้รับอิสรภาพหลงเหลือเพียงประชาชนตัวเล็กตัวน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยแล้ว แทบไม่ปรากฏรูปธรรมความพยายามที่จะผลักดันให้มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังเสื้อแดงอีกเลย
บางคนถึงกับประชดประชัน ตลกร้ายว่าต้องจับ นพ.เหวง โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ฯลฯ กลับเข้าคุกอีกหรืออย่างไร นปช.จึงจะออกมาเรียกร้องกดดันให้มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังเสื้อแดงอย่างจริงจัง
หากจะกล่าวหา มองความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กับ "อำมาตย์" ว่าเป็นไปในลักษณะสู้ไปกราบไป ความสัมพันธ์ระหว่างนปช.กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็มิได้ผิดแปลกแตกต่างกันไปสักกี่มากน้อย สู้ไปกราบยิ่งลักษณ์ กราบทักษิณไป
ต่างกันก็แต่เพียงว่าใครเลือกกราบใครเท่านั้นเอง
ที่ผ่านมา ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศต่างมีความรู้สึกอึดอัด เบื่อหน่ายเอือมระอากับความขัดแย้งซึ่งนำไปสู่ความถดถอยของประเทศชาติบ้านเมืองโดยรวม ต้องการเห็นความปรองดอง พูดถึงนิรโทษกรรมกันหลายครั้งหลายหน แต่ทุกคราวก็ล้วนมีอุปสรรคติดขัดทุกครั้งไป
ต่างฝ่ายต่างมิได้สำนึก ปรารถนา ต้องการที่จะปรองดองกันอย่างแท้จริง หยิบยกคำว่าปรองดองและนิรโทษกรรมขึ้นมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายตนเท่านั้นเอง
เฉพาะกับการนิรโทษความผิดให้แก่ผู้ต้องขังเสื้อแดง หรือรวมไปถึงผู้ต้องหาเสื้อเหลืองด้วยนั้น ความจริงแล้วหากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มิได้คำนึงถึงความอยู่รอดเป็นสำคัญ ไม่ได้มีเป้าหมายอื่นซ่อนเร้นแอบแฝงเอาไว้ พรุ่งนี้มะรืนนี้ตราพระราชกำหนดนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ต้องหาและผู้ต้องขัง ทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลือง
ทุกอย่างก็จบ แม้อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างในกรณีของบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ตัวบทกฎหมายสมควรจะได้รับการชำระสะสางด้วยความกล้าหาญเช่นกัน แต่ก็คงมิได้หมายความว่าใครจะมีเสรีภาพในการก่นด่า ใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทผู้อื่นตามอำเภอใจอย่างไรก็ได้
เพราะไม่มีฝ่ายใดปฏิเสธ หรือไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษความผิดให้แก่ประชาชนตัวเล็กตัวน้อย ซึ่งเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองของคนอื่น
อุปสรรคสำคัญอย่างยิ่งยวดในเวลานี้ที่ทำให้มวลชน เบี้ย-ไพร่ ต้องติดคุกติดตะรางไม่ได้รับการปลดปล่อยเสียที อยู่ที่เงื่อนปมเกี่ยวกับตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพียงคนเดียวเท่านั้น
เอ้า!กราบ (ไม่ฮา)
(หมายเหตุ : กระแสนิรโทษกรรมเที่ยวเมล์ล่าสุด : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected])



